自動翻訳されています。元の投稿を表示する

何十万人もの暴徒!英国の抗議移民事件

9月13日の土曜日、右派活動家トミー・ロビンソンが主催した中心部ロンドンでの「イギリス」行進には、11万人以上が参加し、多くのデモ参加者が英英の旗、米国とイスラエルの旗を掲げ、一部はドナルド・トランプ大統領を象徴するMAGA帽子をかぶり、移民に反対する明確なバナーを掲げました。

ラリーは警察が予想したよりも大きく、一部のデモ参加者と警官の衝突があり、26人の警察官が負傷し、25人の武装勢力が逮捕されました。一方、「人種差別に立ち向かう」グループは、反人種主義活動を組織し、約5,000人の参加者とともに地域に集まりました。

事件の後、キア・スターマー首相は声明を発表し、平和的な抗議は国の民主的権利であることを再確認しましたが、政府は国旗を憎悪の道具として使用したり、異なる背景や人種の人々を脅迫することを容認しません。

ラリーには、多くの国の右翼政治家も参加しました。彼らのほとんどは、「グレート・リプレイスメント理論」を支持していました。この陰謀は、ヨーロッパの白人人口が、エリートや政府の意志によってムスリム諸国や他の国々からの移民によって「置き換えられている」と主張していました。この考えは、テロを扇動し、分裂を引き起こし、西洋社会で人種差別を促進するとして、強く批判されました。

#TheStructureの構造

#TheStructureNews

#イギリス #抗議する #移民たち

2025/9/15 に編集しました

... もっと見るเหตุการณ์การประท้วงครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนความกังวลของประชาชนบางกลุ่มต่อประเด็นผู้อพยพ แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของความขัดแย้งทางสังคมที่ลึกซึ้งในสหราชอาณาจักร จำนวนนับแสนที่ออกมาชุมนุมบริเวณใจกลางลอนดอนแสดงให้เห็นว่าประเด็นเรื่องผู้อพยพยังคงเป็นหัวข้อที่มีความตึงเครียดสูงและส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ทฤษฎีการแทนที่ครั้งใหญ่ หรือ Great Replacement Theory ที่มีการพูดถึงในงานชุมนุม ถูกมองว่าเป็นแนวคิดที่สร้างความหวาดกลัวและเสี่ยงต่อการก่อให้เกิดความแตกแยกทางเชื้อชาติในสังคมยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มชาติตะวันตกที่มีอดีตอันซับซ้อนเกี่ยวกับการเมืองของผู้อพยพ ความขัดแย้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของแรงงานข้ามชาติหรือจำนวนผู้อพยพเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการชูประเด็นทางสังคม การเมือง และการใช้สัญลักษณ์ชาติในทางที่สร้างความขัดแย้ง ในมุมมองของผู้ที่เห็นด้วยกับสิทธิในการประท้วงอย่างสันติ การออกมาแสดงจุดยืนนี้ถือเป็นการใช้เสรีภาพโดยชอบ และเป็นส่วนหนึ่งของระบบประชาธิปไตย แต่ทางรัฐบาลเองก็เน้นย้ำว่าการแสดงออกใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังและการแบ่งแยกทางเชื้อชาติจะไม่ได้รับการยอมรับ อีกประเด็นที่สำคัญคือการรับมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจและความปลอดภัยของผู้ชุมนุมและประชาชนทั่วไป เหตุปะทะและการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 26 นาย และการจับกุมผู้ก่อเหตุ 25 คน แสดงถึงความท้าทายในการรักษาความสงบเรียบร้อยในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดที่สูง โดยรวมแล้ว เหตุการณ์ม็อบนับแสนที่ลอนดอนในครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของสังคมที่ต้องมีความเข้าใจและการพูดคุยอย่างเปิดกว้างเพื่อหาทางออกที่สมดุลและปกป้องสิทธิมนุษยชน ในขณะเดียวกันก็ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันการปลุกปั่นความเกลียดชังและเหยียดเชื้อชาติในทุกมิติของสังคม