แฉกัมพูชายั่วยุให้ไทยตอบโต้ จะได้ไปฟ้องต่างชาติ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 ก.ย. กองทัพภาคที่ 2 โพสต์เฟซบุ๊กสรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยระบุว่า เมื่อเวลา 12.02 น. ฝ่ายกัมพูชาได้พยายามสร้างสถานการณ์ความตึงเครียดขึ้นอีกครั้งบริเวณช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ด้วยการใช้อาวุธสงครามยิงเข้ามายังฝั่งไทยจากบริเวณเนิน 677 มายังเนิน 600 และเนิน 527 รวมถึงใช้อาวุธปืนเล็กยิงปะทะเป็นระยะ ก่อนที่สถานการณ์จะยุติลง

แม้การปะทะจะจำกัดวงอยู่เฉพาะพื้นที่ดังกล่าว แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงตรึงกำลังควบคุมพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ฝ่ายไทยได้รับแจ้งจากกัมพูชาว่าคณะผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศ (IOT) ฝั่งกัมพูชาจะเดินทางเข้าพื้นที่ช่องอานม้า ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 ประเมินว่าเป็นความพยายามในการ “สร้างเงื่อนไข” และ “ยั่วยุ” เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่คณะ IOT ลงพื้นที่

รายงานยังระบุว่า ฝ่ายไทยตรวจพบการตั้งกล้องบันทึกภาพไว้ล่วงหน้าบริเวณฐานปฏิบัติการทางทิศใต้ช่องอานม้า สะท้อนถึงเจตนาชัดเจนของฝ่ายกัมพูชา ที่ต้องการนำเหตุการณ์ไปเผยแพร่ในเวทีนานาชาติ เพื่อสร้างภาพว่าฝ่ายไทยเป็นผู้ริเริ่มการปะทะ ทั้งที่แท้จริงแล้วเป็นการดำเนินการเชิงยุทธวิธีที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการยิงโจมตีในเวลากลางวัน ซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ แต่กลับเสี่ยงทำให้ไทยถูกกล่าวหาว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

ขณะเดียวกัน เวลา 11.52 น. พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา ปลัดและโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า กองทัพไทยเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีฐานทัพกัมพูชาบริเวณช่องอานม้า ด้วยการยิงปืนครกและอาวุธขนาดเล็ก พร้อมย้ำว่ากัมพูชายึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง และพร้อมให้ความร่วมมือทุกระดับเพื่อส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างสองประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ไทยเคารพข้อตกลงดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

#TheStructure

#TheStructureNews

#ชายแดนไทยกัมพูชา #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองทัพภาคที่2

2025/9/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ความตึงเครียดที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณช่องอานม้าในวันที่ 27 กันยายนนี้ กลายเป็นประเด็นร้อนที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาถูกกล่าวหาว่าสร้างสถานการณ์ยิงปะทะเพื่อยั่วยุให้ฝ่ายไทยตอบโต้ โดยเฉพาะการใช้อาวุธสงครามยิงเข้ามายังแนวไทยและตั้งกล้องบันทึกภาพไว้ล่วงหน้า เพื่อเตรียมเผยแพร่ต่อสาธารณชนและในเวทีนานาชาติ ซึ่งการกระทำเช่นนี้มีความละเอียดอ่อนและอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในระดับภูมิภาค จากรายงานสถานการณ์ ฝ่ายกัมพูชาใช้การโจมตีในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ปกติที่ต้องการความได้เปรียบอย่างชัดเจน จึงเป็นจุดยืนที่ฝ่ายไทยนำมาใช้ยืนยันว่าเป็นการสร้างเงื่อนไขและยั่วยุให้เกิดความรุนแรงขึ้น เพื่อให้เกิดเหตุการณ์ที่จะสามารถฟ้องร้องต่อองค์กรระหว่างประเทศได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคณะผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศ (IOT) ฝั่งกัมพูชากำลังลงพื้นที่บริเวณช่องอานม้าพอดี ในมุมของกัมพูชาโฆษกกระทรวงกลาโหมได้ออกแถลงการณ์ว่า ไทยเป็นฝ่ายเริ่มยิงโจมตีฐานทัพกัมพูชาและยืนยันว่าตนเองยึดมั่นต่อข้อตกลงหยุดยิง ขณะเดียวกันเสนอความร่วมมือเพื่อส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างสองประเทศ สิ่งนี้สะท้อนถึงการที่ทั้งสองฝ่ายยังคงมีมุมมองและข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งอาจทำให้กระบวนการเจรจาและการแก้ไขข้อพิพาทชายแดนมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยรวมแล้วสถานการณ์นี้เป็นตัวอย่างของความละเอียดอ่อนของปัญหาชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งต้องการการบริหารจัดการที่ระมัดระวังและมีความรอบคอบจากทั้งสองฝ่าย การสร้างความตึงเครียดโดยเฉพาะในช่วงที่มีผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศลงพื้นที่ ยิ่งทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นที่เข้มข้นอย่างยิ่งในด้านการทูตระหว่างประเทศ นอกจากนี้ การถ่ายทำและเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ปะทะในที่สาธารณะและเวทีนานาชาติ อาจก่อให้เกิดการบิดเบือนข้อมูลและภาพลักษณ์ ส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของประชาชนทั้งสองฝั่งชายแดน สะท้อนถึงความจำเป็นที่ทุกฝ่ายควรหลีกเลี่ยงการดำเนินการใด ๆ ที่ทำให้เกิดความเกลียดชังหรือเพิ่มความขัดแย้งขึ้นในพื้นที่ ดังนั้น การเฝ้าระวังและตรวจสอบสถานการณ์ตามแนวชายแดน รวมถึงการส่งเสริมบทบาทขององค์กรระหว่างประเทศในการดูแลความสงบเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงของการปะทะที่อาจรุนแรงขึ้นและส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคต่อไป

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ สาว นครชัยศรี🪷
สาว นครชัยศรี🪷

เบื่อผู้นำขแมร์ทำรั้วเร็วๆเถอะค่ะเพื่อความสงบคงคบไม่ได้ละคนแบบนี้