ยูเครนคอรัปชั่นพุ่ง หลังเกิดสงครามกับรัสเซีย
ผลสำรวจล่าสุดจากสถาบันสังคมวิทยานานาชาติกรุงเคียฟ (KIIS) พบว่า 71% ของชาวยูเครนเชื่อว่าคอร์รัปชันในประเทศเลวร้ายลงนับตั้งแต่ความขัดแย้งกับรัสเซียปะทุเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ขณะที่ 20% มองว่าสถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง และมีเพียง 5% เท่านั้นที่เห็นว่าดีขึ้น
แม้แต่ในกลุ่มผู้ที่ยังไว้วางใจประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ก็มีถึง 62% ที่เชื่อว่ าคอร์รัปชันเพิ่มขึ้นหลังสงคราม ข้อมูลยังระบุว่าทัศนคติเชิงลบนี้ปรากฏทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยสถาบันสรุปว่า “คอร์รัปชันยังเป็นปัญหาใหญ่ในสายตาประชาชน”
ยูเครนเผชิญคดีอื้อฉาวต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งในแวดวงราชการ การแพทย์ ศาสนา และการเกณฑ์ทหาร รวมถึงกรณีติดสินบนเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้ารับราชการทหาร
ด้านการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ก็ถูกจับตาอย่างหนัก โดยในเดือนสิงหาคม เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายรายถูกควบคุมตัวจากคดีจัดซื้อระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีความผิดปกติในการใช้งบประมาณ ก่อนหน้านั้น กระทรวงกลาโหมถูกโยงกับคดีโกงงบอาหารมูลค่าเกือบ 18 ล้านดอลลาร์ (581.82 ล้านบาท) และในเดือนมกราคม 2024 มีการเปิดโปงขบวนการยักยอกงบอาวุธปลอมกว่า 40 ล้านดอลลาร์ (1,292.94 ล้านบาท)
ปัญหาคอร์รัปชันในยูเครนยังคงเป็นจุดอ่อนที่สะเทือนสายตานานาชาติ และจุดชนวนคำถามถึงความโปร่งใสในการใช้เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เคยตั้งข้อสังเกตว่าเงินช่วยเหลือทางทหารอาจถูกใช้ไม่ตรงวัตถุประสงค์ ขณะที่ไมเคิล วอลต์ซ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ก็เรียกยูเครนว่า “หนึ่งในประเทศที่คอร์รัปชันสูงที่สุดในโลก” และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเงินช่วยเหลืออย่างเข้มงวด
(1 ดอลลาร์ = 32.32 บาท)























































