อเมริการุกแล้ว ขอถามอนุทิน แล้วไทยมัวทำอะไรอยู่
รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กเหน็บรัฐบาลไทยนิ่งเฉยต่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทั้งที่มีพรมแดนติดกัมพูชา ชี้นี่คือโอกาสขึ้นเป็นผู้นำปราบอาชญากรรมไซเบอร์ระดับภูมิภาค ฝากถาม “#แก๊งคอลเซ็นเตอร์
---
“สหรัฐเขย่ารังสแกมเมอร์ เกาหลีใต้เอาจริงส่งกำลังมาลุย แต่ประเ ทศไทยมีพรมแดนติดกับกัมพูชา กลับอยู่เฉยไม่ทำอะไร นี่คือโอกาสที่เราจะเป็นผู้นำจัดการระดับ Big Boss สแกมเมอร์ เลยนะครับ ฝากใครช่วยตามหาคุณอนุทินด้วยครับ ว่าหายไปไหน”
ในยุคดิจิทัลที่อาชญากรรมไซเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์จึงเป็นเรื่องที่หลายประเทศทุ่มเทกำลังเพื่อรับมืออย่างเข้มข้น สหรัฐอเมริกากำลังเขย่ารังแกสแกมเมอร์อย่างเข้มแข็ง โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อสกัดกั้นการกระทำผิดในโลกออนไลน์ เกาหลีใต้ก็ไม่ต่างกัน ส่งหน่วยกำลังและใช้มาตรการเข้มงวดในการจับกุมกลุ่มผู้กระทำความผิด ในขณะที่ประเทศไทยมีพรมแดนติดกับกัมพูชา ซึ่งถูกระบุว่าเป็นฐานที่มั่นของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ แต่ดูเหมือนว่ายังขาดการตอบสนองที่เหมาะสมและชัดเจนจากภาครัฐ แก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ปัญหาท้องถิ่น แต่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในและนอกประเทศ การจัดการที่เข้มงวดและการประสานงานระหว่างประเทศเป็นหัวใจสำคัญที่จะสามารถยุติปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน ประเทศไทยมีศักยภาพและโอกาสในการเป็นผู้นำระดับภูมิภาคในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ หากมีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม พร้อมกับการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็งและสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ การให้ความรู้และเพิ่มความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ก็จะช่วยลดโอกาสที่กลุ่มคนร้ายจะใช้ช่องโหว่ในสังคมเช่นกัน ภาพรวมของสถานการณ์ตอนนี้จึงชี้ให้เห็นว่าถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องไม่อยู่เฉยอีกต่อไป หากต้องการจะเป็นผู้นำภูมิภาคและปกป้องประชาชนจากภัยคุกคามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว


ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม