จี้รัฐเปิดข้อตกลง MOU แร่แรร์เอิร์ธ ไทย-สหรัฐฯ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยรายละเอียดบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับสหรัฐฯ ว่าด้วยความร่วมมือด้านแร่หายาก (Rare Earth) พร้อมเตือนถึง 3 ประเด็นที่ควรระวัง ก่อนเดินหน้าสู่ข้อตกลงอย่างเป็นทางการ

นายอภิสิทธิ์ระบุว่า แม้การที่ไทยถูกเชิญให้เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานแร่แรร์เอิร์ธจะถือเป็นโอกาสที่ดี แต่รัฐบาลต้องคำนึงถึง 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. ไทยควรได้รับผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม

2. ต้องพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างรอบด้าน

3. ต้องหลีกเลี่ยงการเปิดทางให้สหรัฐฯ มีสิทธิผูกขาด เพราะยังมีประเทศอื่น เช่น จีน ที่แสดงความสนใจร่วมมือกับไทยเช่นกัน

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อไปว่า ข้อตกลงลักษณะนี้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจ รัฐบาลไทยจึงควรรักษาสมดุลในความสัมพันธ์กับทั้งสหรัฐฯ และจีน พร้อมแสดงจุดยืนว่าไทยพร้อมร่วมมือกับหลายประเทศ ไม่ใช่จำกัดแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลไม่เคยเปิดเผยรายละเอียดการเจรจา MOU ต่อประชาชน ทั้งที่ควรมีการเปิดข้อมูลตั้งแต่ต้น เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ร่วมแสดงความเห็น โดยเฉพาะในประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคส่วนต่าง ๆ

“วันนี้ยังไม่สายเกินไป หากรัฐบาลจะเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม ก่อนนำข้อตกลงไปสู่การเจรจาอย่างเป็นทางการ” นายอภิสิทธิ์กล่าว พร้อมเสนอให้มีแผนเยียวยาและช่วงเปลี่ยนผ่านสำหรับผู้ที่อาจได้รับผลกระทบ

สุดท้าย นายอภิสิทธิ์เสนอว่า หากข้อตกลงมีผลทางการค้า ควรนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ส่วน MOU ต้องพิจารณาตามข้อกฎหมายว่าจำเป็นต้องเข้าสภาหรือไม่ โดยเน้นว่ารายละเอียดการปฏิบัติต่าง ๆ จะเป็นตัวชี้วัดระดับการอนุมัติ ไม่ใช่แค่รัฐสภา แต่รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

#TheStructure

#TheStructureNews

#อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #พรรคประชาธิปัตย์ #แร่หายาก

2025/10/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเจรจาบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาในด้านแร่แรร์เอิร์ธ ถือเป็นความร่วมมือที่มีศักยภาพสูงในการส่งเสริมอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ แต่การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสในข้อตกลง นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ร่วมพิจารณาถึงผลกระทบและประโยชน์ที่แท้จริงที่จะได้รับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องสิทธิประโยชน์ที่เป็นธรรมกับประเทศไทย ซึ่งควรมีการกำหนดข้อตกลงที่ชัดเจน ไม่ให้ประเทศอื่นผูกขาดสิทธิ์ทางการค้า ส่งผลให้ประเทศไทยอยู่ในฐานะที่เข้มแข็งและสามารถเจรจาต่อรองผลประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ ต้องได้รับการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ รัฐบาลควรตั้งมาตรการรองรับเพื่อปกป้องทั้งระบบนิเวศและชุมชนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการวางแผนเยียวยาและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทางเลือกนี้จะช่วยลดความขัดแย้งและเพิ่มความยั่งยืนแก่โครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกเหนือจากประเด็นภายในประเทศไทยแล้ว การบริหารจัดการความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน ต้องได้รับการบริหารอย่างสมดุลเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ ทั้งนี้ ไทยควรยืนหยัดในบทบาทเป็นพันธมิตรที่เปิดกว้าง พร้อมรับความร่วมมือจากหลายฝ่ายโดยไม่ผูกขาดการทำงานกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น การเปิดเผยรายละเอียดและการแสดงท่าทีที่ชัดเจนต่อประชาชน จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและสนับสนุนกระบวนการตัดสินใจที่เป็นธรรมและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ การที่รัฐบาลไทยเปิดให้สาธารณชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการเจรจา MOU แร่แรร์เอิร์ธ จะไม่เพียงแต่สร้างความโปร่งใส แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงสู่ความร่วมมือระหว่างประเทศที่แข็งแรงและยั่งยืน ซึ่งในอนาคต อาจนำไปสู่การสร้างตำแหน่งทางเศรษฐกิจและการเมืองที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นให้แก่ประเทศไทยในเวทีโลก

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Kriengsak
Kriengsak

จี้นายกคนอื่นแล้วของตัวเอง 99 ศพว่างัย

รูปภาพของ นุ จ้า
นุ จ้า

ถ้าอนุทินให้อเมริกาสัมปทานขุดแร่.แรเอินธ์.ก็เท่ากับเปิดฉากทำสคามการค้ากับจีนทันที.บางเรื่องต้องการทำความปาล้านระหว่างจีนกับอเมริกา..ก็ไม่น่าจะเอาแร่แรเอินธ์มาเล่นน๊ะหนู.เพราะจีนเขาไม่ส่งแร่.แรเอินธ์.ใหอเมริากา😂😂😂😂