สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยกระดับสู่จุดเดือด ล่าสุดมีรายงานการโจมตีด้วยโดรนเป้าหมายที่ท่าเรือฟูไจราห์ (Fujairah) ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นคล้อยหลังเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากสื่อทางการอิหร่านออกประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุดให้พลเรือนอพยพออกจากพื้นที่ยุทธศาสตร์ 3 แห่ง
สำนักข่าวตาสนีม (Tasnim) ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของทางการอิหร่าน ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประช าชนใน UAE ทำการอพยพออกจากพื้นที่โดยรอบท่าเรือสำคัญ 3 แห่ง "ในทันที" ได้แก่ ท่าเรือเจเบลอาลี (Jebel Ali) ในนครดูไบ, ท่าเรือคาลิฟา (Khalifa) ในกรุงอาบูดาบี และท่าเรือฟูไจราห์
แถลงการณ์ระบุอย่างชัดเจนว่า "พื้นที่เหล่านี้ได้กลายเป็นเป้าหมายการโจมตีที่ชอบธรรม (Legitimate targets) เนื่องจากมีการปรากฏตัวและแฝงตัวของกองกำลังทหารสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน และจะตกเป็นเป้าหมายในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้" ก่อนที่จะเกิดการโจมตีขึ้นจริงที่ฟูไจราห์
[เปิดความสำคัญ 3 ท่าเรือยุทธศาสตร์ ทำไมถึงเป็นเป้าหมายหลัก?]
การที่อิหร่านพุ่งเป้าไปที่ท่าเรือทั้ง 3 แห่งนี้ ถือเป็นการกดดันโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ที่สำคัญที่สุดของภูมิภาค โดยแต่ละแห่งมีนัยสำคัญดังนี้:
1. ท่าเรือฟูไจราห์ (Fujairah Port): จุดเกิดเหตุล่าสุด เป็นท่าเรือที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกของ UAE ซึ่ง "อยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ" จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญยวดในการส่งออกน้ำมันและเติมเชื้อเพลิงเรือ (Bunkering) หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น ท่าเรือแห่งนี้คือเส้นเลือดใหญ่เส้นเดียวที่เหลืออยู่ของ UAE
2. ท่าเรือเจเบลอาลี (Jebel Ali Port) - ดูไบ: ท่าเรือที่มนุษย์สร้างขึ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นท่าเรือที่พลุกพล่านที่สุดในตะวันออกกลาง ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ระดับโลก การโจมตีที่นี่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานระดับนานาชาติ
3. ท่าเรือคาลิฟา (Khalifa Port) - อาบูดาบี: ท่าเรือน้ำลึกและศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่ทันสมัยที่สุดของเมืองหลวง UAE เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนวิสัยท ัศน์ทางเศรษฐกิจของอาบูดาบี และเป็นจุดยุทธศาสตร์เชื่อมต่อการค้าทางทะเลที่สำคัญ












ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม