สืบเนื่องจากกระแสการประกาศไลฟ์สด ระหว่าง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ และพิมรี่พาย ที่ประกาศเปิดไลฟ์ช่วยเกษตรกร ในวันที่ 28 เม.ย.69 นี้

ด้าน ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการมหาวิทยาลัยเกียวโต และผู้ลี้ภัย ม.112 ได้ออกมาโจมตีในประเด็นดังกล่าวว่า การไลฟ์ของศุภจี ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาระดับมหภาคแต่ประการใด มีแต่ทำให้แม่ค้าอย่างพิมรี่พายรวมขึ้นเท่านั้น

"เห็นศุภจีไลฟ์ขายทุเรียนกับพิมรี่พายแล้วทุเรศทุรังทุ คือไม่ใช่ความผิดของพิมรี่พายนะ ดิชั้นเป็นพิม คงดีใจฉิบหาย มีรัฐมนตรีมาช่วยยืนขายของ ทำให้แบรนด์ของตัวเองดังขึ้นอีก

ที่บอกทุเรศทุรังคือการตัดสินใจของศุภจีที่กระโดดลงไปทำอะไรแบบนี้ ซึ่งมันสร้างคำถามมากกว่าหาทางออกให้กับเศรษฐกิจของประเทศ คำถามที่ว่าก็คือ ทำไมถึงเลือกพิมรี่พาย ทำไมถึงไม่ไลฟ์กับเจ้าของทุเรียนเจ้าอื่น ทำไมต้องเป็นทุเรียน ทำไมไม่ขายสินค้าตัวอื่น อะไรอย่างนี้เป็นต้น

ที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือ ประเทศไทยไม่ได้มีเศรษฐกิจระบบเล็ก เราเป็นประเทศที่ connect กลับ supply chain ของโลก คนที่มาทำหน้าที่รัฐมนตรีพาณิชย์ต้องกระทุ้งเรื่อง economy of scale คือต้องพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจมหภาค

ดิชั้นไม่ได้บอกรัฐบาลไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจจุลภาค แต่การที่รัฐมนตรีพาณิยช์กระโดดลงมาขายของในโซเชียลมีเดียแบบนี้ มันไม่ได้สร้างผลกระทบอะไรที่สำคัญให้กับเศรษฐกิจเลย ถ้าจะสร้างอย่างเดียวก็คือ ช่วยให้แม่ค้าอย่างพิมรี่พายแม่งรวยขึ้น เท่านั้นค่ะ"

#TheStructure

#TheStructureNews

#กระทรวงพาณิชย์ #ศุภจีสุธรรมพันธุ์ #ปวินชัชวาลพงศ์พันธ์

1 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเห็นว่าการที่รัฐมนตรีพาณิชย์ร่วมไลฟ์ขายทุเรียนกับพิมรี่พายนั้น สร้างความสนใจและกระแสในสังคมออนไลน์ได้อย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มแม่ค้าออนไลน์และเกษตรกรที่หวังจะขยายช่องทางการตลาด แต่ถ้ามองในมุมกว้าง ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะยังไม่ตอบโจทย์เศรษฐกิจระดับประเทศอย่างแท้จริง เท่าที่ติดตาม กระแสวิจารณ์จากนักวิชาการอย่าง ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ก็ชี้ให้เห็นว่าการทำไลฟ์ครั้งนี้ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจมหภาค เช่น เรื่องซัพพลายเชน หรือเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของประเทศที่เกี่ยวโยงกับตลาดโลก แต่กลับเหมือนเป็นการส่งเสริมให้แม่ค้าออนไลน์รายใหญ่ได้รับประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งนี่คือจุดที่ควรตั้งคำถามว่าบทบาทรัฐมนตรีควรเป็นเพียงนักขายบนแพลตฟอร์มหรือมีหน้าที่วางนโยบายขยายตลาดใหญ่ที่แท้จริง นอกจากนี้ ยังมีคำถามที่น่าสนใจว่า ทำไมจึงเลือกพิมรี่พายและทุเรียนเป็นสินค้าหลักของการไลฟ์นี้ แทนที่จะรวมกลุ่มกับเจ้าของสินค้าหรือเกษตรกรรายอื่น ๆ หรือส่งเสริมสินค้าเกษตรหลากหลายประเภทเพื่อกระจายรายได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น สำหรับเกษตรกรและผู้ที่สนใจ ผมคิดว่าควรใช้โอกาสนี้เป็นบทเรียนในการพัฒนาวิธีการตลาดและการขายของตนเองในโลกดิจิทัล รวมถึงต้องคิดให้ลึกซึ้งถึงผลกระทบระยะยาวและภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศด้วย สุดท้าย ผมเห็นว่าการที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้ามามีบทบาทในกิจกรรมขายสินค้าบนโซเชียลมีเดียนั้น มีทั้งข้อดีและข้อจำกัด ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะใช้ช่องทางนี้อย่างไรเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงช่วยให้แม่ค้าออนไลน์รายใหญ่รวยขึ้นเท่านั้น

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ เตือนใจ
เตือนใจ

ควายแก่