เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้าง ภายหลังจากที่มีข่าวออกมาว่า รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่ "ปิ๊งไอเดีย" เก็บภาษีนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ คนละ 1,000 บาท เพื่อหารายได้เพิ่ม
บ้างก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า หาเงินไม่เป็น จะส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบใดจึงจะมาเก็บเงินกันแบบนี้ และอื่นๆ อีกมาก
ล่าสุดทางสำนักข่าว The Structure ได้ไปสอบถามข้อมูลเชิงลึกจากทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถึงเนื้อหาในการประชุมกับทางสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ว่าที่มาเป็นอย่างไร
ก่อนจะได้ความว่าสิ่งที่สื่อลงข่าวไปนั้น อาจจะเป็นการเข้าใจผิดกันชุดใหญ่
เหตุเพราะนโยบายนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึง รมว.สุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล ไม่ได้เป็นผู้เสนอหรือคิดไอเดียนี้ออกมาเลย และการเก็บภาษีก็ไม่ได้อยู่ในอำนาจของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ทั้งนี้เรื่องราวทั้งหมด เกิดจากการที่รัฐบาลโดย 'กระทรวงการคลัง' ได้มีแนวคิดที่อยากจะนำเงินภาษีจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ให้หมุนกลับมาช่วยสนับสนุน 'การท่องเที่ยวในประเทศไทย' เพื่อให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศดีขึ้น และไทยไม่ขาดดุลการค้ากับต่างชาติในแง่ของธุรกิจการท่องเที่ยว
ทางกระทรวงการคลังจึงได้เชิญ บรรดาสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวไปพบ เพื่อหารือเรื่องแนวคิดการจัดเก็บภาษีดังกล่าว โดยมีตัวเลขที่ทางสมาคมแจ้งมาว่า 1,000 บาท
โดยการจัดเก็บภาษีนี้ มีกฎหมายรองรับที่ออกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 แล้ว นั่นคือ พ.ร.ก.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2526 ซึ่งถูกยกเว้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 จนถึงปัจจุบัน ก่อนที่รัฐบาลกำลังมีแนวคิดในการศึกษาความเหมาะสมในเรื่องนี้
โดยในวันที่ 27 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา ทางสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยว ได้เข้าพบทาง รมว.ท่องเที่ยวฯ และได้กล่าวถึงความกังวลกับนโยบายที่เกิดขึ้น
ซึ่งทางนายสุรศักดิ์ก็ได้อธิบายไปในหลักการว่า ตนเห็นด้วยกับหลักการและคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะนำเงินจากการออกเดินทางไปท่อ งเที่ยวต่างประเทศ มาสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศตามแนวคิด
"การเก็บค่าเดินทางขาออก จะนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทย เงินที่ได้มานั้นจะวนกลับไปสนับสนุนคนไทยด้วยกันเอง ตามแนวคิด 'ไทยช่วยไทย' ของรัฐบาลครับ
ส่วนเรื่องความเหมาะสมในเรื่องของจำนวนเงินและช่วงเวลาที่จะนำมาใช้นั้น เป็นเรื่องที่ต้องศึกษากันอีกพอสมควร แต่ทั้งนี้เป็นอำนาจของกระทรวงการคลังในการจัดเก็บภาษี ตามกฎหมายที่มีอยู่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มิได้เป็นผู้ไปกำหนดนโยบายหรือจัดเก็บภาษีแต่ประการใดครับ" นายสุรศักดิ์ กล่าว
#กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #สุรศักดิ์พันธุ์เจริญวรกุล #พรรคภูมิใจไทย








