มะซ่างว่า !

องค์การอนามัยโลก ( WHO ) โดย IARC เตือน

" ปลาเค็ม " เข้าข่ายสารก่อมะเร็งโพรงจมูก

จัดให้ปลาเค็มเป็น สารก่อมะเร็งกลุ่ม 1 ระดับเดียวกันกับ บุหรี่ และแร่ใยหิน

ไม่ใช่เพราะตัวปลาเท่านั้น แต่ในกระบวนการหมักเกลือก็สร้างสาร ไนโตรซามีน ( N-nitrosamines ) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งโพรงจมูก 5 - 10 เท่า

นอกจากนี้ ยังเสี่ยงความดันโลหิตสูง จาก โซเดียม

รวมทั้ง หากเก็บรักษาไม่ดี อาจเกิดเชื้อรา อะฟลาทอกซิน ตัวก่อมะเร็งตับอีกด้วย

*** - กินได้เดือนละไม่เกิน 1 - 2 ครั้ง

- ควรกินคู่กับ ผัก - ผลไม้ ที่มีวิตามินซี

2025/11/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการบริโภคปลาเค็มในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องที่ควรระวังอย่างยิ่ง เนื่องจากองค์การอนามัยโลก (WHO) โดยสำนักงานวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (IARC) ได้จัดให้ปลาเค็มอยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็งประเภท 1 ซึ่งเป็นระดับที่มีความเสี่ยงสูงเทียบเท่ากับบุหรี่และแร่ใยหิน ซึ่งมีผลโดยตรงกับการเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งโพรงจมูกอย่างมีนัยสำคัญ สารไนโตรซามีน (N-nitrosamines) ที่เกิดขึ้นในกระบวนการหมักเกลือปลานั้นเป็นสารสำคัญที่เพิ่มโอกาสเกิดมะเร็งโพรงจมูกถึง 5-10 เท่า จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมปลาเค็มจึงถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้นอกจากนี้ ปริมาณโซเดียมสูงจากปลาเค็มยังเอื้อให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงซึ่งส่งผลต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด อีกทั้งถ้าหากปลาเค็มไม่ได้รับการเก็บรักษาอย่างเหมาะสม อาจเกิดการปนเปื้อนของเชื้อราอะฟลาทอกซินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งตับที่รุนแรงอีกด้วย เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น ควรจำกัดการกินปลาเค็มไม่เกิน 1-2 ครั้ง ต่อเดือน และควรรับประทานคู่กับผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงเพราะวิตามินซีสามารถช่วยลดและยับยั้งการก่อตัวของสารไนโตรซามีนในร่างกาย นอกจากนี้ การเลือกอาหารที่หลากหลายและสมดุล โดยเน้นอาหารสดและปรุงสุกใหม่จะช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีที่เป็นพิษได้ ท้ายที่สุด การดูแลสุขภาพด้วยอาหารที่ปลอดภัยและมีประโยชน์ควบคู่กับการมีความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงต่างๆ จะช่วยให้การบริโภคปลาเค็มเป็นอย่างรับผิดชอบและปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากมะเร็งโพรงจมูกและโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ