Automatically translated.View original post

Kind...There must be boundaries.

3/25 Edited to

... Read moreเมื่อพูดถึงความใจดี หลายคนอาจมองว่าการให้ใจเต็มที่เป็นสิ่งที่ดีและควรทำเสมอ แต่จริงๆ แล้วการใจดีโดยไม่มีขอบเขตหรือการกำกับด้วยปัญญา อาจทำให้เราเสี่ยงถูกเอาเปรียบหรือความใจดีกลายเป็นนิสัยที่ถูกเหยียบย่ำได้จากคนรอบข้าง ประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมเจอบ่อยคือ การที่เราอยากช่วยเหลือหรือเข้าหาคนด้วยจิตใจดี แต่ไม่ได้ตั้งกรอบหรือรู้จักวิธีวางตัว บางครั้งกลับเจอคนที่พยายามใช้จุดนี้ เป็นช่องทางในการขอผลประโยชน์โดยไม่คืนกลับ เช่น ขอความช่วยเหลือซ้ำๆ แต่ไม่เห็นความรู้สึกของเราบ้างเลย ผมเริ่มเรียนรู้ว่าจะต้องตั้งขอบเขตอย่างไร เช่น กำหนดว่าใจดีในขอบเขตไหน ถึงจะช่วยได้ และไม่มากจนตัวเองเสียเปรียบ เช่น ถ้าเป็นเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว หรือต้องแบ่งเวลาให้ตัวเองได้พักผ่อน ทั้งนี้ยังต้องฝึกใช้ปัญญาในการประเมินสถานการณ์ ว่าความใจดีนั้นควรใช้กับใครและแค่ไหน เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของความสัมพันธ์ที่ดีและสมดุล ในแง่ของพัฒนาตนเอง การรู้จักใจดีแบบมีขอบเขตช่วยให้บุคลิกภาพของเราดูเข้มแข็งขึ้น เราไม่ใช่แค่คนใจดีที่โดนเอาเปรียบ แต่เป็นคนที่มีความเมตตาอย่างมีสติ มีการวางตัวที่น่าชื่นชม และทั้งยังรักษาความมั่นคงทางใจได้ สุดท้าย การเดินเงียบ (TigerWalkSilent) เป็นแนวทางในการฝึกใจให้อ่อนโยนแต่หนักแน่น ไม่เสียงดังแต่หนักแน่น และพร้อมที่จะนิ่งและรู้จักปกป้องขอบเขตตัวเองจากบุคคลรอบข้าง นี่เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าทุกคนควรลองนำมาปรับใช้ เพื่อให้เรารักษาความใจดีในทางที่ถูกต้องและสร้างสรรค์ต่อชีวิตและความสัมพันธ์ของเราได้อย่างยั่งยืน