EP92 วิธีสร้าง "ออปชันใหม่" เพื่อขยับตัวตนให้แพงกว่าเดิม

ในโลกของการทำงานและการทำธุรกิจ กฎเหล็กข้อหนึ่งที่ผู้นำระดับท็อปรู้ดีคือ... "ใครที่มีทางเลือกมากกว่า คนนั้นคือผู้คุมเกม"

เมื่อคุณมีทางเลือกแค่ทางเดียว คุณจะกล้าต่อรองน้อยลง คุณจะยอมลดราคาค่าตัว และคุณจะทนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่กลืนกินพลังงานของคุณไปช้าๆ

หากคุณรู้สึกว่าชีวิตหรือธุรกิจกำลังติดเพดาน ไม่ใช่เพราะคุณเก่งไม่พอครับ แต่มันถึงเวลาที่คุณต้อง "สร้างออปชันใหม่" เพื่อขยับตัวตน (Identity) ออกจากจุดเดิม นี่คือ 3 วิธีประกอบร่างโอกาสใหม่ให้ตัวเอง

1. บิดมุมมองใหม่ให้ทักษะเดิม (Reframing Perspectives) บางครั้งคุณไม่ต้องไปเรียนสกิลใหม่ทั้งหมด แค่ต้องรู้จักมองทักษะเดิมในมุมที่ต่างออกไป ทักษะการพูดของคุณอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขายของ แต่อาจนำไปปั้นเป็นคอร์สสอนผู้บริหารได้ เมื่อมุมมองเปลี่ยน สินทรัพย์ในตัวคุณก็ถูกประเมินมูลค่าใหม่ทันที

2. กล้าลอกคราบความสำเร็จเก่า (Shedding the Old Self) ศัตรูตัวฉกาจของตัวเลือกใหม่ คือความยึดติดกับตัวตนเดิมที่เคยสำเร็จ อย่าปล่อยให้อีโก้ของวันวาน มาเป็นกรงขังคุณในวันนี้ การขยับตัวตนให้แพงขึ้น ต้องแลกมาด้วยความกล้าที่จะทิ้งมาตรฐานเก่าๆ ที่มันใช้งานไม่ได้ในยุคนี้แล้ว

3. สะสม "ตัวเลือก" เพื่อสร้างอำนาจ (The Power of Choices) จำไว้ว่า "โอกาส" จะวิ่งเข้าหาคนที่มี "ตัวเลือก" อยู่ในมือเสมอ ยิ่งคุณสร้างเส้นทางใหม่ๆ ไว้รองรับชีวิตมากเท่าไหร่ คุณยิ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการพูดคำว่า "ไม่" กับลูกค้าหรือดีลที่ผิดสแตนดาร์ดของคุณ

ชีวิตที่มีระดับ คือชีวิตที่คุณสามารถเลือกได้ว่า จะทำอะไร จะร่วมงานกับใคร และจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน

เลิกขังตัวเองไว้กับกรอบความคิดเดิมๆ ถึงเวลาบิดมุมมอง สร้างตัวเลือก และยกระดับมาตรฐานชีวิตของคุณแล้ว

4/25 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมพออ่านเรื่อง “More Options, More Life” แล้วฉันย้อนมาดูตัวเองเลยว่า ที่ผ่านมาทำไมต่อรองไม่ค่อยเก่ง รับงานที่ไม่คุ้มก็ยอม เพราะกลัวไม่มีงาน…สรุปไม่ใช่เราไม่เก่ง แต่เรา “มีออปชันน้อย” เลยต้องยอมตามเกมคนอื่น สิ่งที่ฉันลองทำเพื่อ “เพิ่ม Options” แบบจับต้องได้ (เอาไปปรับใช้ได้ทั้งคนทำงาน/ฟรีแลนซ์/เจ้าของธุรกิจ) คือการแตกตัวเลือกออกเป็น 3 กลุ่ม: รายได้, ทักษะ, และช่องทาง 1) Options ด้านรายได้: อย่าให้มีแหล่งเดียว ฉันเริ่มจากการตั้งเป้าเล็กๆ ว่าใน 30 วันต้องมีรายได้เสริม 1 ทาง เช่น ถ้าทำคอนเทนต์อยู่แล้ว ลองรับ “สอนตัดต่อวิดีโอ” แบบตัวต่อตัว 2 ชั่วโมง หรือทำไฟล์เทมเพลตขาย (พรีเซ็ต/สคริปต์/แพ็กไอเดีย) จุดสำคัญคือไม่ต้องรอให้พร้อม 100% แค่ทำเวอร์ชันที่ช่วยคนอื่นได้จริงก็เริ่มได้ 2) Options ด้านทักษะ: รีเฟรมของเดิมให้ขายได้แพงขึ้น ฉันเคยคิดว่าทักษะบางอย่างมันธรรมดา เช่น ทำสไลด์ ทำคลิปสั้น หรือเขียนโค้ดนิดหน่อย แต่พอ “เปลี่ยนมุมมอง” ก็กลายเป็นบริการได้ เช่น - คนสายเทค: รับจ้างเขียนโปรแกรม Python แบบงานเล็กๆ (สคริปต์ดึงข้อมูล/จัดการไฟล์/ออโตเมชัน) - คนสายครีเอทีฟ: เปิดคลาสสอนตัดต่อวิดีโอสำหรับมือใหม่ หรือทำบริการตัดคลิป Reels/Shorts - คนทำแบรนด์: ปรึกษาเพิ่มยอดวิว YouTube จากการวางหัวข้อ/ตัดต่อ/ทำปก ไอเดียคือไม่ต้องเพิ่มสกิลใหม่ทั้งหมด แค่จัดแพ็กเกจและตั้งชื่อผลลัพธ์ให้ชัด คนจะประเมินมูลค่าเราใหม่ 3) Options ด้านช่องทาง: สร้างพื้นที่ที่ลูกค้าหาเราเจอ ฉันลองทำคอนเทนต์แบบ “สาธิต” 3 ชิ้นแล้วปักหมุดไว้ เช่น คลิปก่อน-หลังการตัดต่อ, ตัวอย่างโค้ดที่แก้ปัญหาได้, หรือเคสเพิ่มยอดวิว YouTube ที่ทำตามได้จริง จากนั้นค่อยกระจายไปหลายช่องทาง (รวมถึง Lemon8) เพื่อให้มีคนหลายแบบเข้ามาคุยและขอความเห็น/ต่อยอดโอกาสใหม่ๆ ทริคเล็กๆ ที่ช่วยมาก: เวลาตัดสินใจอะไร ให้ถามตัวเองว่า “มี Options เพิ่มได้ไหม” เหมือนตอนเลือกร้านอาหาร ถ้ามีแค่ร้านเดียวเราก็จำนน แต่ถ้ามี 10 ร้าน เราเลือกด้วยมาตรฐาน ไม่ใช่ด้วยความกลัว สุดท้ายฉันเชื่อจริงว่า ชีวิตจะอัปเกรดขึ้นเมื่อเรามี “ตัวเลือก” มากพอที่จะพูดคำว่า “ไม่” กับดีลที่ไม่ใช่ แล้วเลือกสิ่งที่พาเราไป next level ได้