The leeches are both useful and blaming.
ตะลิงปลิงเป็นผลไม้รสเปรี้ยวที่บ้านเราเจอบ่อยมาก โดยเฉพาะตามสวนหรือข้างรั้ว เวลาสุกจะอมเหลืองๆ กรอบฉ่ำ เอามาจิ้มพริกเกลือก็อร่อย แต่ก่อนจะกินเพลินๆ เราควรรู้ทั้ง “สรรพคุณ” และ “โทษ” ของตะลิงปลิงไว้ด้วย ประโยชน์/สรรพคุณตะลิงปลิงที่คนชอบพูดถึง - ช่วยเพิ่มความสดชื่น กระตุ้นน้ำลายและความอยากอาหาร เพราะรสเปรี้ยวจัด - มีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระอยู่พอสมควร กินเป็นผลไม้สลับกับชนิดอื่นช่วยให้ได้สารอาหารหลากหลาย - นิยมใช้เป็นวัตถุดิบในอาหารไทย เช่น แกงส้ม น้ำพริก หรือยำ ช่วยตัดเลี่ยน ทำให้อาหารกลมกล่อมขึ้น โทษ/ข้อควรระวังของตะลิงปลิง (สำคัญมาก) ตะลิงปลิงมีกรดออกซาลิก (oxalic acid) ค่อนข้างสูง ถ้ากินปริมาณมากหรือกินแบบคั้นน้ำเข้มข้นต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงระคายเคืองทางเดินอาหาร และในบางเคสอาจกระทบไต โดยเฉพาะคนที่มีโรคไตอยู่แล้วหรือเคยมีนิ่ว ควรเลี่ยงการกินเยอะๆ แบบติดต่อกัน ทริคส่วนตัวของเราคือ “กินเป็นครั้งคราวและไม่กินเป็นแก้วใหญ่แบบน้ำคั้นเข้มๆ” จะอุ่นใจกว่า และถ้ากินแล้วแสบกระเพาะ/เสียดท้องง่าย ให้ลดปริมาณหรือกินพร้อมอาหาร ตะลิงปลิงแช่อิ่ม: ทำยังไงให้พอดี ไม่หวานจัด ถ้าอยากกินตะลิงปลิงแช่อิ่ม แนะนำทำแบบคุมหวานเองได้: 1) เลือกผลแก่จัดแต่ไม่ช้ำ ล้างให้สะอาด แล้วแช่น้ำเกลืออ่อนๆ 10–15 นาทีเพื่อลดฝาด 2) ลวกน้ำร้อนเร็วๆ แล้วน็อกน้ำเย็น (ช่วยให้กรอบ) 3) ทำน้ำเชื่อมแบบหวานน้อย: น้ำตาล:น้ำ ประมาณ 1:2 ใส่เกลือนิดเดียว ต้มให้ละลาย พักให้เย็น 4) แช่ตะลิงปลิงในน้ำเชื่อม 1 คืน ชิมก่อน ถ้ายังหวานไม่พอค่อยเพิ่มทีละนิด ตะลิงปลิงภาษาอังกฤษคืออะไร? ตะลิงปลิงภาษาอังกฤษมักเรียก “bilimbi” (บางที่เรียก cucumber tree fruit) ถ้าจะเสิร์ชสูตรหรือข้อมูลสุขภาพ ลองใช้คำว่า bilimbi benefits / bilimbi side effects จะเจอง่ายขึ้น สรุปคือ ตะลิงปลิงมีประโยชน์ในแง่ความสดชื่นและเป็นวัตถุดิบทำอาหารได้ดี แต่ควรกินแบบพอดี โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาไตหรือกระเพาะ ลองเลือกกินเป็นผลไม้เล็กๆ จิ้มพริกเกลือ หรือทำแช่อิ่มหวานน้อย จะได้อร่อยและปลอดภัยกว่า













































































