Automatically translated.View original post

How to keep Kha for eating all year without mold

2/18 Edited to

... Read moreถ้าใครเคย “แช่ตู้เย็นแป๊บเดียวก็ขึ้นรา” เหมือนกัน เราว่าเคล็ดลับคือทำให้ข่าแห้งสนิทก่อนเก็บค่ะ วิธีนี้เหมาะมากกับคนที่อยากเก็บข่าให้อยู่ได้นานแบบไม่ต้องพึ่งสารกันเสีย และยังได้กลิ่นหอมของข่าแก่ชัดๆ เอาไว้ทำต้มยำ แกง หรือผัดต่างๆ ได้ทั้งปี 1) เลือกข่าให้เหมาะก่อนเริ่ม - เลือกข่าแก่จะหอมกว่า เนื้อแน่น กลิ่นชัด เก็บแล้วคุ้ม - เลือกหัวที่ไม่ช้ำ ไม่มีจุดดำหรือรอยเน่า เพราะส่วนเสียจะทำให้ขึ้นราเร็ว 2) ล้างให้สะอาด แล้วซับให้แห้ง - ล้างดินออกให้หมด แล้วพักให้สะเด็ดน้ำ/ซับด้วยผ้าสะอาดก่อนฝาน - อย่าฝานทั้งที่เปียกมาก เพราะจะยืดเวลาตากและเสี่ยงอับชื้น 3) ฝานบางๆ ให้สม่ำเสมอ (สำคัญมาก) - ฝานบางๆ จะช่วยให้แห้งเร็วและแห้งทั่วถึง ลดโอกาสขึ้นรา - ใช้มีดคม/ที่สไลซ์ช่วยได้ แต่ต้อง “ระวังนิ้ว” นะคะ 4) เรียงใส่กระจาด/ตะแกรง แล้วตากแดดแรง - เรียงให้ชิ้นไม่ทับกัน เพื่อให้อากาศผ่านทุกด้าน - ตากแดดแรงประมาณ 1–2 แดด (แล้วแต่ความบางและความแรงของแดด) - ระหว่างตากลองกลับด้านสัก 1 รอบ จะช่วยให้แห้งเสมอกัน - ถ้ามีฝุ่น ให้ใช้ผ้าขาวบางคลุมหลวมๆ กันแมลง แต่ยังให้อากาศผ่านได้ 5) เช็กความแห้งก่อนเก็บ - ชิ้นข่าควรแห้ง ไม่เหนียว ไม่ชื้น งอแล้วไม่รู้สึกนิ่ม - ถ้ายังนิ่มหรือมีกลิ่นอับ ให้ตากต่ออีกนิด อย่ารีบเก็บ 6) วิธีเก็บให้ได้นานจริง - รอให้ข่าเย็นสนิทก่อนใส่ภาชนะ (ถ้าเก็บตอนอุ่นจะเกิดไอน้ำ) - เก็บในขวดโหล/กล่องที่แห้งสนิทและปิดสนิท จะช่วยกันความชื้น - ถ้าอยู่บ้านชื้นมาก ใส่ซองดูดความชื้นอาหารได้ 1 ซอง (ช่วยยืดอายุ) - ทุกครั้งที่หยิบใช้ ให้ใช้ช้อนแห้งๆ ห้ามมือเปียก ทริคการใช้งาน: ข่าแห้งเอาไปต้มกับน้ำซุปได้เลย กลิ่นจะค่อยๆ ออก หรือจะบด/โขลกหยาบๆ ใส่ต้มยำก็หอมมากค่ะ ทำครั้งเดียวมีติดครัวไว้สบายใจทั้งปี