ระบบระบบเบียบราชการไทย ทำให้ผมอึ้ง!
ระบบระบบเบียบราชการไทย ทำให้ผมอึ้ง!
เมื่อเช้าผมอ่านข่าวนี้ครับ
ประชาชนผู้ล่ารายชื่อเสนอแก้ รธน. เผย รัฐสภาตีกลับ 8 หมื่นรายชื่อไฟล์ดิจิทัล ก่อนขอให้ส่งมาเป็นกระดาษร่วม 2 หมื่นแผ่น
ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ หรือ ‘อาจารย์มิก’ อาจารย์ด้านกฎหมายภาษีอากร และ CEO ของ iTAX ผู้รวบรวมรายชื่อแคมเปญแก้รัฐธรรมนูญ เปิดเผยถึงกระบวนการของระบบรัฐสภา ที่ปฏิเสธการรับไฟล์ข้อมูลดิจิทัล และให้ต้องพิมพ์รายชื่อประชาชนกว่า 80,000 คนลงบนกระดาษ เพื่อนำไปตรวจสอบต่อไป
วันนี้ (16 มีนาคม) ยุทธนาเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงความคืบหน้าของแคมเปญเข้าชื่อแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อทวงคืนสิทธิประชาชนในการเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ แคมเปญดังกล่าวประสบความสำเร็จในการรวบรวมรายชื่อผ่านระบบดิจิทัล โดยมีผู้ร่วมลงชื่อทะลุเป้าหมายจาก 50,000 ชื่อ เป็นประมาณ 80,000 ชื่อ ยุทธนาระบุว่า การรวบรวมรายชื่อดังกล่าวอาศัยช่องทางตาม พ.ร.บ. การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. 2564 ที่อนุญาตให้ทำได้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ทำให้สามารถลงชื่อผ่านโทรศัพท์มือถือได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงขั้นตอนการประสานงานเพื่อส่งมอบรายชื่อให้รัฐสภาตรวจสอบ ยุทธนาได้เสนอการส่งไฟล์รายชื่อผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น Google Drive, USB drive หรือ CD แต่ได้รับคำตอบปฏิเสธจากทางรัฐสภา โดยให้เหตุผลว่าแคมเปญนี้ไม่ได้ดำเนินการเข้าชื่อผ่านเว็บไซต์ของรัฐสภาโดยตรง จึงไม่สามารถรับไฟล์ดิจิทัลได้ และบังคับให้ต้องส่งในรูปแบบกระดาษเท่านั้น
“ผมลองไปถามร้านปรินท์เอกสารแถวบ้าน เขาคิดค่าปรินท์แผ่นละ 1 บาท ตอนนี้เรามี 80,000 รายชื่อ แปลว่าผมกำลังจะเจอค่าปรินท์ 80,000 บาท” ยุทธนาระบุ
ยุทธนาตั้งข้อสังเกตด้วยว่า กระดาษดังกล่าวยังไม่สามารถนำไปใช้ซ้ำ (Reuse) ได้ เนื่องจากมีข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนปรากฏอยู่ ยุทธนาจึงพยายามเจรจาโดยเสนอให้พิมพ์แบบหน้า-หลัง แต่ถูกปฏิเสธเนื่องจากกังวลว่าเจ้าหน้าที่อาจตรวจสอบพลาด จึงเจรจาขอพิมพ์ 4 ฟอร์มต่อกระดาษ 1 หน้า ซึ่งทางรัฐสภายอมรับได้หากตัวหนังสือมีความคมชัด ทำให้สามารถลดจำนวนกระดาษลงได้ 4 เท่า เหลือประมาณ 20,000 แผ่น
จากเหตุการณ์นี้ ยุทธนาได้ตั้งคำถามถึงหน่วยงานรัฐว่า ในขณะที่ทุกองค์กรมุ่งเน้นเรื่อง Digital Transformation, ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) และความยั่งยืน แต่การเข้าชื่อเสนอกฎหมายของภาคประชาชนกลับยังต้องใช้กระดาษจำนวนมหาศาลเพื่อพิสูจน์ความมีอยู่จริงของข้อมูลดิจิทัล ซึ่งหากมีการประเมินเรื่อง ESG รัฐสภาคงสอบตกอย่างแน่นอน
“เรารวบรวมรายชื่อกันได้แบบดิจิทัล แต่สุดท้ายประเทศนี้ยังต้องใช้กระดาษเพื่อพิสูจน์ว่ามันมีอยู่จริง ถ้าตรวจ ESG จริงๆ รัฐสภาคงสอบตก”
อย่างไรก็ตาม ยุทธนายืนยันว่าจะเดินหน้าดำเนินการส่งมอบรายชื่อทั้งหมดให้แก่ประธานรัฐสภาคนใหม่ให้แล้วเสร็จภายในเดือนนี้ เพื่อไม่ให้ความตั้งใจของประชาชน 80,000 คนต้องสูญเปล่า
ทั้งนี้ ตามประกาศสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำร่างกฎหมายให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และการตรวจสอบเอกสารหลักฐานในการเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมาย พ.ศ. 2564 ข้อ 12 ระบุว่า
ในกรณีที่สำนักงานจัดให้มีการร่วมเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายผ่านทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ประสงค์จะร่วมเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายผ่านทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงาน ให้ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนก่อนเข้าสู่ระบบเพื่อร่วมเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายโดยไม่ต้องลงลายมือชื่อ
ด้วยข้อบังคับดังกล่าวอาจนำมาสู่การตีความว่า การเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายทางออนไลน์ จะต้องกระทำผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หรือของรัฐส ภาเองเท่านั้น
สำหรับแคมเปญเข้าชื่อเสนอแก้รัฐธรรมนูญที่ยุทธนาขับเคลื่อน มีวัตถุประสงค์เพื่อทวงคืนสิทธิและอำนาจให้ประชาชนสามารถร่วมกันเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระได้ (เช่น สตง., ป.ป.ช. หรือ กกต.) ซึ่งเป็นสิทธิที่เคยมีในรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 แต่ได้หายไป โดยมีจุดเริ่มต้นความตั้งใจมาจากกรณีตึก สตง. ถล่มแล้วไม่มีความชัดเจนเรื่องผู้รับผิดชอบ สำหรับช่องทางการรวบรวมรายชื่อนั้น ดำเนินการทั้งแบบออฟไลน์และการลงชื่อแบบออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม "iTAX chorus" บนแอปพลิเคชัน iTAX ซึ่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ
แคมเปญดังกล่าวเริ่มรณรงค์และเปิดให้ประชาชนร่วมลงชื่อในช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 2568 ก่อนที่จะได้รับความสนใจจนสามารถรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนไ ด้ทะลุเป้าหมายกว่า 80,000 รายชื่อได้ในปัจจุบัน
======
คุณเห็นอะไรบ้าง?
1) ผมตกใจนะ ที่ระบบรัฐสภา รับไฟล์ Digital ไม่ได้ ด้วยเหตุผลที่อ้างระบบระเบียบ ถ้าไม่ใช่ระบบของรัฐ ใช้ digital file ของประชาชนเองไม่ได้ ถ้าทำกันเองต้องเป็น 'กระดาษ' เท่านั้น ทั้งๆที่ Public Hearing แบบนี้ ควรง่ายกับประชาชนในการเสนอชื่อ
2) ผมคิดเหมือนอาจารย์ เรื่องสิ่งแวดล้อม สุดท้ายกระดาษ 20,000 แผ่นนี้ คือขยะ เป็น waste ที่ไม่จำเป็นเลย ไม่ควรต้องสร้างมาบนโลกใบนี้ ในสังคม Paperless Society ที่ทุกคนพยายามผลักดันการลดใช้กระดาษลดขยะ และลดการตัดต้นไม้มาผลิตกระดาษ
3) ถ้าต้องมี Paper ขั้นต่ำ 20,000 แผ่น เท่ากับมีต้นทุนค่าใช้จ่าย คือค่ากระดาษ และค่าหมึก Print คุณจะเห็นว่าการขยับตัวของประชาชน เพื่อเรียกร้องอะไรก็ตามกลับเป็นเรื่องยาก ที่จะต้องทำด้วยตัวเอง เพราะระบบรัฐราชการไทย ไม่ support ให้ประชาชนส่งเสียง และร่วมแสดงออกทางการเมืองอะไรทั้งนั้น มันถูกบีบด้วยระบบในตัวมันเอง ให้การผลักดันของประชาชนเป็น "เรื่องยาก" เข้าไว้ ทำให้มันยากมากที่สุด เพราะยิ่งมีต้นทุนสูง คนยิ่งไม่อยากทำ ไม่อยากเสียเวลา
4) นอกจากเรื่องโลกร้อนแล้ว ก็น่าตั้งคำถามว่า แล้วแบบนี้ ทุกอย่างยึดกับการมีเอกสารเป็น Physical Documents แล้วรัฐจะประหยัดพลังงาน ด้วยนโยบาย work from home ได้ยังไง ในเมื่อ Printing ยังสำคัญมากกับระบบข้าราชการไทย
5) ผมชื่นชมอาจารย์มิกมาก แกบอกว่า แกจะสู้ต่อ ขอส่งเสียงของประชาชนทั้ง 80,000 รายชื่อไปถึงประธานรัฐสภาให้ได้ ไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆ นี่คือคนที่ตั้งใจขับเคลื่อนสังคมจริงๆ และไม่ยอมแพ้ ซึ่งมันสะท้อนทั้งความตั้งใจ และเห็นคุณค่าเสียงของประชาชนด้ว ยกัน ในขณะที่รัฐอาจจะไม่ใส่ใจมันขนาดนั้นด้วยซ้ำไป
ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์มิก และหดหู่กับการสร้างขยะในครั้งนี้ครับ :(
#ตุ๊ดส์review #ข้าราขการ #แก้รัฐธรรมนูญ #องค์กรอิสระ #เอกสารราชการ





