# มุมมองต่อการสัมมนาคณะกรรมการบริหารสโมสร
การสัมมนาคณะกรรมการบริหารสโมสรของไลออนส์สากล มีเจตนารมณ์ที่ดีมาก คือการเตรียมความพร้อมให้ผู้นำสโมสรเข้าใจบทบาท หน้าที่ ระบบงานและเป้าหมายขององค์กรก่อนเริ่มปีบริหารแต่หากมองในเชิงปฏิบัติจริง การสัมมนาเพียง 1 วัน หรือ 2 วัน ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงศักยภาพของสโมสรได้ทั้งหมดเพราะความสำเร็จของสโมสรไม่ได้เกิดจาก "การรับรู้ข้อมูล" เพียง อย่างเดียว แต่เกิดจาก
* คน
* เวลา
* งบประมาณ
* ความร่วมมือ
* และวัฒนธรรมการทำงานของสโมสร
ซึ่งเป็นปัจจัยที่การสัมมนาไม่สามารถสร้างขึ้นได้ในห้องประชุม
# ปัญหาที่พบจริง
# 1. เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องเดิมสมาชิกเก่าและผู้นำที่เคยผ่านการอบรมมาหลายครั้ง มักจะได้รับข้อมูลเดิมซ้ำๆ
* การเพิ่มสมาชิก
* การทำกิจกรรมบริการ
* การส่งรายงาน
* การพัฒนาภาวะผู้นำ
* เป้าหมายสากล
จึงเกิดภาวะ "รู้แล้ว แต่ยังทำไม่ได้" มากกว่า "ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร"
ดังนั้นปัญหาแท้จริงไม่ใช่การขาดความรู้ แต่เป็นการขาดทรัพยากรและกำลังคน
# 2. คนใหม่รับข้อมูลมากเกินไป การสัมมนาเปรียบเสมือนการเอาน้ำ 100 ลิตร เทใส่แก้วน้ำ 1 ใบ ได้ รับข้อมูลจำนวนมากภายในเวลาอันสั้น
* โครงสร้างองค์กร
* ตำแหน่งหน้าที่
* ระบบรายงาน
* การเงิน
* กิจกรรมบริการ
* การเพิ่มสมาชิก
* LCIF
* เป้าหมายสากล
สุดท้ายหลายคนจำได้เพียงบางส่วนและเมื่อกลับถึงสโมสรแล้วก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหนก่อน
# 3. คนสนใจวิทยากรน้อยกว่าที่คิด เป็นธรรมชาติของมนุษย์คนส่วนใหญ่ไม่ได้อยากมาฟังทฤษฎีตลอดทั้งวันแต่สนใจ
* ตัวอย่างจริง
* เรื่องเล่า
* กรณีศึกษา
* กิจกรรมร่วมสนุก
* การแลกเปลี่ยนประสบการณ์
จึงพบว่าช่วงที่มีเกม หรือการมีส่วนร่วม ผู้เข้าร่วมมักตื่นตัวมากกว่า นี่ไม่ใช่ความผิดของผู้เข้าร่วมแต่เป็นข้อจำกัดของรูปแบบการเรียนรู้แบบบรรยาย
# 4. ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ "คนทำงานไม่พอ" หลายสโมสรมีสมาชิก 20-30 คน
แต่คนทำงานจริงอาจมีเพียง 5-8 คนขณะที่ตำแหน่งบริหารมีจำนวนมากผลคือคนเดิมทำหลายตำแหน่ง
* นายกสโมสร
* เลขานุการ
* กิจกรรม
* สมาชิกภาพ
* ประชาสัมพันธ์
วนอยู่ในคนกลุ่มเดิมจนเกิดความเหนื่อยล้าและบางครั้งนำไปสู่การลาออกหรือหมดกำลังใจ
# 5. งบประมาณคือข้อจำกัดสำคัญ ในการสัมมนามักยกตัวอย่างสโมสรที่ประสบความสำเร็จทำกิจกรรมใหญ่
* มอบทุน
* ตรวจสุขภาพ
* บริจาคอุปกรณ์
* ช่วยเหลือชุมชน
แต่สโมสรจำนวนมากมีงบกิจกรรมจำกัดบางสโมสรแทบไม่มีเงินในบัญชีกิจกรรมการจะจัดกิจกรรมหนึ่งครั้งต้อง
* เรี่ยไร
* ขอสนับสนุน
* หาสปอนเซอร์
* หรือใช้เงินส่วนตัว
จึงไม่ใช่ทุกสโมสรที่จะสามารถทำตามตัวอย่างในห้องสัมมนาได้
# จุดอ่อนของระบบสัมมนาหากมองอย่างตรงไปต รงมาการสัมมนาในปัจจุบันให้ความสำคัญกับ
"การถ่ายทอด" มากกว่า"การติดตามผล"หลังสัมมนา สโมสรต้องกลับไปต่อสู้กับปัญหาจริงเพียงลำพังโดยไม่มีระบบพี่เลี้ยงที่เข้มแข็งเพียงพอ
# สิ่งที่ควรพัฒนาในอนาคต
# 1. เปลี่ยนจากการสอน เป็นการโค้ชแทนที่จะบรรยายทั้งวัน ควรมี
* กลุ่มพี่เลี้ยง
* กลุ่มปรึกษาออนไลน์
* การติดตามรายเดือน
เพื่อช่วยสโมสรแก้ปัญหาจริง
# 2. แบ่งการอบรมตามระดับประสบการณ์
# กลุ่มใหม่สอนพื้นฐาน
* หน้าที่ตำแหน่ง
* วิธีส่งรายงาน
* วิธีทำกิจกรรม
# กลุ่มเก่า เน้น
* การแก้ปัญหา
* การบริหารทีม
* การสร้างรายได้
* การเพิ่มสมาชิก
จะตรงความต้องกา รมากกว่า
# 3. สร้างคลังตัวอย่างกิจกรรมต้นทุนต่ำหลายสโมสรไม่ได้ขาดความตั้งใจแต่ขาดไอเดีย
ควรรวบรวม
* กิจกรรมงบ 1,000 บาท
* กิจกรรมงบ 5,000 บาท
* กิจกรรมไม่ต้องใช้เงิน
เพื่อให้ทุกสโมสรนำไปปรับใช้ได้
# 4. สร้างทีมช่วยเหลือสโมสรอ่อนแอ ภาคควรมี "ทีมกู้ชีพสโมสร"คอยลงพื้นที่
* ช่วยวางแผน
* ช่วยจัดกิจกรรม
* ช่วยเพิ่มสมาชิก
* ช่วยแก้ปัญหาการเงิน
แทนการรอให้สโมสรขอความช่วยเหลือ
# 5. วัดผลจากการพัฒนา ไม่ใช่ตัวเลขอย่างเดียวบางสโมสรมีสมาชิกน้อยงบน้อยแต่ยังทำกิจกรรมต่อเนื่องยังประชุมสม่ำเสมอยังรักษาสมาชิกได้สิ่งเหล่านี้ควรได้รับการยอมรับเช่นกันไม่ใช่วัดเฉพาะ
* จำนวนสมาชิกเพิ่ม
* จำนวนกิจกรรม
* จำนวนเงินบริจาค
# บทสรุป
การสัมมนาคณะกรรมการบริหารสโมสรไม่ได้ไร้ประโยชน์แต่ก็ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของความสำเร็จความรู้สามารถถ่ายทอดได้ภายใน 1 วัน แต่ความสำเร็จของสโมสรต้องอาศัยการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีหลายสโมสรไม่ได้ล้มเหลวเพราะขาดความตั้งใจ หลายสโมสรไม่ได้ล้มเหลวเพราะไม่เข้าใจแนวทางของไลออนส์แต่ล้มเหลวเพราะมีคนทำงานน้อย งบประมาณจำกัด และขาดระบบสนับสนุนที่เหมาะสม หากองค์กรสามารถเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้จัดสัมมนา" ไปสู่ "ผู้สนับสนุนและพัฒนาสโมสรอย่างต่อเนื่อง" ได้มากขึ้น การสัมมนาจะไม่เป็นเพียงกิจกรรมตามปฏิทิน แต่จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสโมสรอย่างแท้จริง
และเหนือสิ่งอื่นใด เราควรเข้าใจว่า สโมสรทุกสโมสรไม่ได้เริ่มต้นจากจุดเดียวกัน การเปรียบเทียบสโมสรเล็กก ับสโมสรใหญ่อาจไม่ยุติธรรมเท่ากับการช่วยให้แต่ละสโมสร "ดีขึ้นกว่าที่เคยเป็น" นั่นคือหัวใจของการพัฒนาองค์กรบริการอย่างยั่งยืน.
PDG ล.ว่าที่ เรือตรี ธีระภัทร์ รุ่งราตรี

































