สวัสดีค่าา ✨ เราฝึก HR Intern ที่ EY นะคะ หนึ่งใน Big 4 ซึ่งเป็นบริษัทที่รู้จักกันดี ในการตรวจสอบบัญชีนั่นเองง เริ่มที่ เราขอแบ่งงานหลักๆเป็น 3 พาร์ทน้าา
🌟 Part Recruit : พาร์ทนี้เราได้ทำตั้งแต่ screen resume เลยย หลังจากนั้นก็โทร pre screen candidates แล้วก็กรอกข้อมูลให้พี่ๆ มีโทรนัดเวลาสัมภาษณ์กับ candidates แล้วก็ส่งเมลล์ขอเอกสารต่างๆ ต่อมาที่งานเอกสารก็ทำนิดๆหน่อยๆ เช่น ใบ Probation อ้อ! แล้วก็จะมีวัน Onboarding ซี่งเราอาจจะต้องช่วยพี่ๆ แจกคอม ตรวจเอกสาร สแกนนิ้วคั้บ
🌟 Part Branding : พาร์ทนี้ที่เราได้ทำก็จะมีถ่ายรูป วิดีโอ ตอนที่มีกิจกรรมต่างๆ มีออกแบบงานใน canva นิดนุงง แล้วก็ได้ไปงาน job fair คือเป็นวันที่ได้เจอคนเยอะมาก พูดจนเจ็บคอ แต่สนุกมากก 😂
🌟 เราขอเรียกพาร์ทสุดท้ายว่า งานจิปาถะ ละกัน คือทำทุกอย่าง เช่น สแกน/ถ่านเอกสาร คอยรับโทรศัพท์เวลามีคนโทรมาที่แผนก จัดของให้ new joiner แล้วก็เวลามีพนักงานมาขอรับเอกสาร หรือของรางวัลตามกิจกรรมต่างๆ เราจะมีหน้าที่ดูแลส่วนนี้ด้วยย
จริงๆเรารู้สึกว่า EY เป็นที่ๆดีมากก พี่ๆใจดี 💖 สอนงานเริ่ด benefit ก็ดีมั้กก บอกเลยว่าใครที่สนใจสายงาน HR
ห้ามพลาด!
ใครอยากรู้อะไรเพิ่มเติม เม้นถามได้เลยน้าา หรือจะทักมาก็ได้ค่า
#ฝึกงานhr #intern #big4 #ติดเทรนด์#Internship
ถ้าใครกำลังเล็งสมัคร EY HR Internship หรือกำลังหาข้อมูลว่า HR Intern ทำอะไรบ้าง เราอยากแชร์ทิปส์ที่เราใช้จริงระหว่างฝึกงาน (โดยเฉพาะสาย Recruit/Branding) เผื่อช่วยให้เตรียมตัวง่ายขึ้นค่ะ
1) ก่อนเริ่มฝึกงาน: เตรียมตัวยังไงให้เข้ามาปรับตัวไว
- ทำความเข้าใจ flow ของการรับคนเข้า (Recruitment funnel) คร่าวๆ: รับใบสมัคร → คัดเรซูเม่ → โทร pre-screen → นัดสัมภาษณ์ → เก็บเอกสาร → Onboarding/เริ่มงานจริง พอเข้ามาแล้วจะจับงานได้เร็วมาก
- ฝึกภาษา/คำศัพท์ที่ใช้บ่อยในการโทร: แนะนำตัว, ยืนยันตำแหน่ง, เช็กช่วงเวลาว่าง, แจ้งขั้นตอนต่อไป และการปิดท้ายแบบสุภาพ
- เตรียมไฟล์/โน้ตส่วนตัว: เรามีเทมเพลตจดข้อมูลผู้สมัคร (ชื่อ-เบอร์-อีเมล-ช่วงเวลาสัมภาษณ์-สถานะ) ทำให้กรอกเข้าระบบไวขึ้นและไม่หลุดรายละเอียด
2) ทิปส์งาน Recruit: โทร pre-screen และนัดสัมภาษณ์ให้ลื่น
- ก่อนโทรทุกครั้ง เราจะอ่านเรซูเม่ 1 รอบ แล้วจด “คำถาม 2-3 ข้อ” ที่อยากยืนยัน เช่น เริ่มงานได้เมื่อไหร่, สนใจสายไหน, ภาษา/ทักษะที่เกี่ยวข้อง
- ระหว่างโทร ถ้าผู้สมัครลังเลเรื่องเวลานัด เราจะเสนอช่วงเวลา 2-3 ตัวเลือกทันที ช่วยลดการโต้ตอบไปมา
- หลังโทร แนะนำให้ส่งอีเมลสรุปนัดทันที: วัน-เวลา-รูปแบบสัมภาษณ์ (ออนไลน์/ออนไซต์) เอกสารที่ต้องเตรียม และช่องทางติดต่อกลับ
- งานเอกสาร (เช่น ใบ probation/เอกสารประกอบ) ควรตั้งชื่อไฟล์ให้เป็นมาตรฐาน เช่น “ชื่อ-นามสกุล_ตำแหน่ง_วันที่” เวลาค้นหาจะไม่วุ่น
3) ทิปส์งาน Onboarding/ดูแล new joiner
วันที่มี Onboarding จะมีหลายอย่างพร้อมกันทั้งแจกคอม เช็กเอกสาร สแกนนิ้ว ฯลฯ เราว่าช่วยได้มากถ้า
- ทำ checklist หน้างาน (เอกสารครบไหม, อุปกรณ์ที่ต้องรับ, จุดที่ต้องไปต่อ)
- เผื่อเวลาให้คำถามพื้นฐาน เช่น Wi-Fi, การแต่งกาย, แผนที่ออฟฟิศ/จุดรับบัตร
- สื่อสารกับทีมให้ชัดว่าเรา stand by จุดไหน จะได้ไม่ซ้อนกันหลายคน
4) งาน Branding/Job Fair: ได้คุยคนเยอะจริง แต่สนุกมาก
- ถ้าวันไหนต้องไป Job Fair เราจะเตรียม “สคริปต์แนะนำบริษัท/ตำแหน่งแบบสั้น” ไว้ก่อน พูดซ้ำหลายรอบก็ยังลื่น ไม่หลุดประเด็น
- งานคอนเทนต์: ถ่ายรูป/วิดีโอในกิจกรรมต่างๆ แล้วเอามาทำสรุปใน Canva (ทำโปสเตอร์/สไลด์/โพสต์) ทิปส์คือทำไฟล์เทมเพลตไว้ 1 ชุด จะประหยัดเวลามาก
5) งานจิปาถะในออฟฟิศที่เจอบ่อย (และควรทำให้มือโปร)
- สแกน/ถ่ายเอกสาร: เช็กความชัด + ตั้งชื่อไฟล์ + แยกโฟลเดอร์ตามประเภทงาน
- รับโทรศัพท์แผนก: จดประเด็นสั้นๆ ใครโทร เรื่องอะไร ต้องให้ใครติดต่อกลับ และเบอร์โทรที่ถูกต้อง
- ดูแลของรางวัล/เอกสารให้พนักงาน: ติดป้าย/จัดหมวดหมู่ไว้ จะลดเวลาหาของแบบสุดๆ
สุดท้าย ถ้าถามว่า HR Intern ที่ EY เหมาะกับใคร เราว่าเหมาะกับคนที่ชอบคุยกับคนอื่น ทำงานเป็นระบบ และพร้อมรับงานหลายแบบในวันเดียว (Recruit + Branding + งานจิปาถะ) แต่ข้อดีคือได้สกิลครบมาก ทั้งการสื่อสาร การจัดการเวลา และการทำงานกับทีมค่ะ
ขออนุญาตสอบถามเพิ่มเติมได้มั้ยคะ