ต่อจากบทความเมื่อวาน เมื่อสภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลงไป ปัญหาแล้ง อุณหภูมิสูงขึ้นก็ตามมา และที่ต้องเจอได้แก่ ปัญหาขาดแคลน เพราะปริมาณฝนจะน้อย พื้นฐาน ชาวสวนจะต้องเตรียมขุดบ่อเพื่อกักเก็บน้ำไว่ใช้ สำหรับทุเรียน (อยู่แล้ว)
แต่ด้วยปริมาณฝนที่น้อย (ในปีนี้ และอาจจะยาวไปถึงปี 70) ดังนั้นบ่อกักเก็บน้ำ อาจจะไม่พอเพียง สำหรับทุเรียนที่ปลูก จึงต้องมีการซื้อน้ำมาเพิ่ม)
เพราะแต่ช่วงขอ งทุเรียนจะใช้น้ำไม่เท่ากัน (โดยเฉพาะช่วงทำผลผลิต) ออกดอก - เก็บเกี่ยว ปริมาณน้ำ คือ ตัวกำหนดคุณภาพของพูด และเนื้อทุเรียน
สมมุติ ปริมาณน้ำที่ให้ (ทุเรียน 5 ปีขึ้นไป) เฉลี่ยต้นละ 150-200 ลิตร (ต่อต้น/วัน)
- ถ้าชาวสวนให้น้ำ (วันเว้นวัน) ปริมาณน้ำที่ต้องให้ 300-400 ลิตรต่อต้น
- ถ้าทุเรียน 25 ต้นต่อไร่
ดังนั้น : เอาค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำต่อต้น 350 x 25 ต้น = 8,750 ลิตร ต่อไร่ x 15 วัน = 131,250 ลิตร หรือ 131 ลูกบาศเมตรต่อคิว
-สปริงเกอร์ 3 หัวต่อต้น (หัวมาตรฐาน 60-100 ลิตรต่อชม./3 หัว) = คุณต้องเปิดน้ำทิ้งไว้ 1 ชม.
สรุป การเตรียมบ่อกักเก็บน้ำ (ก็ต้องเตรียมเผื่อไว้ 400-500 คิว หรือ (400,000-500,000 ลิตร สำหรับทุเรียน 25 ต้น)
ดังนั้น ถ้าเราสามารถช่วยลดปริมาณการให้น้ำได้ จะดีไหม (นี้คือนวัตกรรม) ที่ช่วยดูดซัมน้ำได้ถึง 300 เท่าของตัวมันเอง และจะค่อยๆทยอยปลดปล่อยน้ำให้กับทุเรียนได้ใช้ตลอด จนกว่าตัวโพลีเมอร์นี้หดตัวลง (และเมื่อรดน้ำอีก ตัวโพลีเมอร์ดังกล่าวก็จะกลับมาดูดซับน้ำเหมือนเดิม)
และที่สำคัญ (อายุการใช้งานยาวนาน) สามารถอยู่ได้ 1-2 ปี (โดยเฉพาะพื้นที่ขาดแคลนน้ำ อย่างเช่นดินทราย ดินกรวด (ทุเรียนชอบ) ที่มีปัญหาเวลาให้น้ำแล้วดินดังกล่าว (ไม่สามารถกักเก็บน้ำ) ไว้ให้กับพืชได้ นี้ก็เป็นนวัตกรรมอีกตัว
และที่สำคัญตัวมันเองมาจากเบส (โพแทสเซียม) เมื่อสลาย หรือหมดอายุก็จะกลายเป็นปุ๋ยให้กับทุเรียนต่อไป










