วันกำหนดคลอด
หลายคนพอรู้ว่าตั้งครรภ์จะรีบถามเลยว่า “กำหนดคลอดวันไหน” ซึ่งในใบฝากครรภ์มักเห็นคำว่า EDD / LMP และบางทีมีคำอังกฤษอย่าง expectant ด้วย เลยสรุปให้แบบอ่านง่าย ๆ จากประสบการณ์ที่เจอบ่อยค่ะ 1) กำหนดคลอด (EDD) คืออะไร? EDD ย่อมาจาก Estimated Due Date แปลตรงตัวคือ “วันคลอดโดยประมาณ” เป็นวันที่คำนวณจากข้อมูลมาตรฐานทางสูติฯ เพื่อใช้วางแผนการฝากครรภ์ นัดอัลตราซาวด์ และติดตามพัฒนาการของลูกในท้อง แต่ต้องจำไว้ว่าเป็น “โดยประมาณ” เพราะคุณแม่จำนวนมากคลอดก่อนหรือหลังวันนั้นได้ 2) LMP คืออะไร? (EDD LMP คำนวณยังไง) LMP ย่อมาจาก Last Menstrual Period คือ “วันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย” ก่อนตั้งครรภ์ วิธีคำนวณ EDD จาก LMP ที่ใช้กันบ่อยคือกฎ Naegele: - เอา “วันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย” + 7 วัน - แล้วลบ 3 เดือน - แล้วบวก 1 ปี (ถ้าข้ามปี) ตัวอย่าง: LMP 10 ม.ค. 2026 → +7 วัน = 17 ม.ค. 2026 → -3 เดือน = 17 ต.ค. 2025 → +1 ปี = 17 ต.ค. 2026 (ได้วันกำหนดคลอดโดยประมาณ) เหมาะกับคนที่รอบเดือนค่อนข้างสม่ำเสมอ (เช่น 28 วัน) ถ้ารอบเดือนไม่ตรง EDD ที่คำนวณอาจคลาดเคลื่อน 3) ทำไมบางคนหมอปรับกำหนดคลอดจากอัลตราซาวด์? ถ้ารอบเดือนคุณแม่ไม่สม่ำเสมอ หรือจำวันที่ LMP ไม่ชัวร์ คุณหมออาจใช้อัลตราซาวด์ช่วงไตรมาสแรกช่วยประเมินอายุครรภ์ (เช่นวัดขนาดตัวอ่อน) ซึ่งมักแม่นกว่า แล้วจึง “ปรับ EDD” ให้เหมาะสม การใช้วันกำหนดคลอดเดียวกันตลอดจะช่วยให้ติดตามการเจริญเติบโตของลูกได้แม่นขึ้น 4) Expectant คืออะไร? Expectant โดยทั่วไปหมายถึง “คุณแม่ตั้งครรภ์/กำลังรอคลอด” (expectant mother) เวลาเจอในบทความหรือเอกสารโรงพยาบาลมักใช้เรียกหญิงตั้งครรภ์แบบสุภาพ ไม่ได้เป็นโรคหรือภาวะผิดปกติอะไรค่ะ 5) แล้วถ้าเลยกำหนดคลอดต้องทำยังไง? หลัง EDD แล้วหลายคนจะกังวลมาก แต่จริง ๆ การคลอดช่วง 37–42 สัปดาห์ยังถือว่าอยู่ในช่วงที่พบได้ คุณหมอมักนัดติดตามใกล้ชิด เช่น ฟังเสียงหัวใจลูก ประเมินน้ำคร่ำ หรือทดสอบการดิ้น หากครบ 41–42 สัปดาห์ (ขึ้นกับแนวทางและความเสี่ยงของแต่ละคน) อาจพิจารณากระตุ้นคลอด ทิปส์ส่วนตัว: จด LMP ให้ชัดตั้งแต่แรก ตั้งเตือนนัดฝากครรภ์ และถ้ามีอาการผิดปกติ (เลือดออก น้ำเดิน ปวดท้องถี่ ลูกดิ้นน้อยลง) ให้ติดต่อโรงพยาบาลทันที ไม่ต้องรอถึงวันกำหนดคลอดนะคะ




































