เทียบกันเรียลๆคอร์เรคเตอร์พีชดัง🍑 Fleen vs Beautilab
เทียบกันเรียลๆคอร์เรคเตอร์พีชดัง🍑
Fleen vs Beautilab
ส่วนตัวๆไอซ์ว่าดีทั้งคู่ไม่แปลกใจที่ขายดี
fleen เหมือนออกแบบเนื้อมาให้ชุ่มชื้นเน้นบางเบาแต่ให้สีชัด
ทาคอนซีลเลอร์ทับแล้วๆไม่หนาไม่กวนขั้นต่อไป
Beautilab
เนื้อปกปิดในตัว
เลยพร้อมแก้สีด้วยใคร รอยไม่เยอะไม่ต้องลงคอนซีลเลอร์ทับก็รอดนะ ฟินิชแมทแต่ก็ไม่หนา
#ก่อนเสียเงินมาLemon8 #รีวิวครึ่งปี #คอร์เรคเตอร์ #corrector #รีวิวเปรียบเทียบ
จากประสบการณ์การใช้คอร์เรคเตอร์พีช Fleen และ Beautilab พบว่าแต่ละตัวมีจุดเด่นที่เหมาะกับสภาพผิวและการใช้งานแตกต่างกัน Fleen มอบความรู้สึกบางเบาและชุ่มชื้น เนื้อคอร์เรคเตอร์มีความโปร่งแสงแต่สีพีชชัดเจน ช่วยให้ผิวดูสดใสและไม่หนักหน้าเมื่อต้องแต่งหน้าในขั้นตอนต่อไป เหมาะสำหรับคนที่มีรอยคล้ำไม่ลึกมากและชอบลงคอนซีลเลอร์เพิ่มเพื่อปกปิดอย่างสุดท้าย โดยที่ไม่รู้สึกว่าหนาหรือเป็นก้อน ในขณะที่ Beautilab มีความโดดเด่นที่เนื้อปกปิดในตัว สามารถแก้ไขสีผิวบริเวณรอยคล้ำได้ดี โดยไม่ต้องลงคอนซีลเลอร์อีกชั้นให้ยุ่งยาก Finishing look แบบแมตต์แต่ก็ยังบางเบา เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว และมีรอยคล้ำไม่มากจนเกินไป ทั้งสองแบรนด์ทำออกมาดีในแง่ของเฉดสีพีช ซึ่งช่วยปรับสมดุลสีผิวและให้ลุคดูเป็นธรรมชาติ ต่างกันที่ Fleen เน้นความชุ่มชื้นและสามารถใช้ควบคู่กับเมคอัพอื่นได้สบายๆ ส่วน Beautilab เน้นการปกปิดที่ง่ายและลดขั้นตอนการแต่งหน้า สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจควรพิจารณาดูว่าตัวเองชอบเนื้อสัมผัสแบบไหนและอยากได้ความปกปิดมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ควรลองทาบริเวณใต้ตาเพื่อดูการเซ็ตรองพื้นในสภาพผิวของตัวเอง เพราะบางคนอาจชอบเนื้อที่ไม่หนาหนักและให้ความชุ่มชื้น ในขณะที่บางคนอาจชอบเนื้อแมตต์ที่ปกปิดสีผิวได้ทันทีโดยไม่ต้องเบลนด์เพิ่มเติม โดยรวม Fleen และ Beautilab เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ที่มองหาคอร์เรคเตอร์พีช เนื้อบางเบาและสีสวยชัดที่ช่วยปรับผิวให้ดูสว่างสดใส อย่างไรก็ดี การทดลองใช้จริงก่อนซื้อจะช่วยให้รู้ว่าตัวไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์และสีผิวของคุณมากที่สุด


























fleen เหมือนออกแบบเนื้อมาให้ชุ่มชื้นเน้นบางเบาแต่ให้สีชัด ทาคอนซีลเลอร์ทับแล้วๆไม่หนาไม่กวนขั้นต่อไป Beautilab เนื้อปกปิดในตัว เลยพร้อมแก้สีด้วยใคร รอยไม่เยอะไม่ต้องลงคอนซีลเลอร์ทับก็รอดนะ ฟินิชแมทแต่ก็ไม่หนา