แปลพาหุงบทที่4 ชนะองคุลิมาล
พาหุงบทที่ 4 เป็นเรื่องของการเอาชนะ องคุลิมาล โจรฆาตกรผู้โด่งดังที่สุดคนหนึ่งในสมัยพุทธกาล ผู้สังหารผู้คนมานับไม่ถ้วน แต่สุดท้ายกลับพ่ายแพ้ต่อพระพุทธเจ้าด้วยพลังแห่งเมตตาและปัญญา
บทบาลีว่า
อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะ สุทารุณันตัง
ธาวันติโยชนะปะถังคุลิมาละวันตัง
อิทธิภิสัมขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
แปลความโดยรวมว่า
พระ จอมมุนีทรงชนะองคุลิมาล ผู้ถือดาบอันคมกล้า วิ่งไล่ตามด้วยความโหดร้ายตลอดระยะทางหลายโยชน์ ด้วยอานุภาพแห่งฤทธิ์และปัญญา ขอชัยชนะนั้นจงเป็นมงคลแก่ท่าน
กาลครั้งหนึ่ง ในแคว้นโกศล มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งชื่อว่า อหิงสกะ
ชื่อของเขามีความหมายว่า "ผู้ไม่เบียดเบียน"
เขาเป็นบุตรของพราหมณ์หลวงประจำราชสำนัก เป็นคนฉลาด หน้าตาดี มีมารยาท และเรียนเก่งกว่าศิษย์ทุกคน
เมื่อเติบโตขึ้น บิดาจึงส่งเขาไปศึกษาที่เมืองตักสิลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุคนั้น
อหิงสกะเรียนดีมาก
อาจารย์รัก
ผู้คนชื่นชม
แต่ยิ่งโดดเด่นมากเท่าไร ก็ยิ่งมีคนอิจฉามากขึ้นเท่านั้น
เหล่าศิษย์คนอื่นเริ่มใส่ร้ายเขา
บางคนยุยงภรรยาของอาจารย์
บางคนแต่งเรื่องโกหกต่าง ๆ
จนในที่สุด อาจารย์เริ่มหลงเชื่อ
ควา มรักกลายเป็นความระแวง
ความเมตตากลายเป็นความโกรธ
แต่อาจารย์ไม่กล้าฆ่าอหิงสกะด้วยตนเอง
จึงคิดอุบายอันโหดร้าย
วันหนึ่งจึงเรียกศิษย์เอกเข้าพบ
"หากเจ้าต้องการเรียนจบและได้รับวิชาสูงสุด เจ้าต้องนำสิ่งหนึ่งมาให้เรา"
อหิงสกะก้มกราบ
"อาจารย์ต้องการสิ่งใดขอรับ"
อาจารย์ตอบช้า ๆ
"นิ้วมือมนุษย์หนึ่งพันนิ้ว"
อหิงสกะตกตะลึง
เขาคิดว่าตนคงฟังผิด
แต่คำสั่งนั้นเป็นความจริง
ในที่สุด ด้วยความเคารพต่ออาจารย์อย่างมืดบอด เขาจึงเริ่มออกปล้นฆ่าผู้คน
ตอนแรกเขาฆ่าด้วยความหวาดกลัว
ต่อมาฆ่าด้วยความเคยชิน
และในที่สุดก็ฆ่าโดยไม่รู้สึกอะไรอีก
ทุกครั้งที่ฆ่าคน เขาจะตัดนิ้วมือเก็บไว้
เมื่อเก็บมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเน่าเสีย เขาจึงนำมาร้อยเป็นพวงคล้องคอ
ผู้คนจึงเรียกเขาว่า
องคุลิมาล
ซึ่งแปลว่า "ผู้มีพวงมาลัยแห่งนิ้วมือ"
กาลเวลาผ่านไป
หมู่บ้านร้าง
ถนนว่างเปล่า
ผู้คนไม่กล้าเดินทาง
แม้แต่ทหารยังไม่กล้าเข้าไปในป่าที่เขาอาศัยอยู่
ข่าวความโหดร้ายขององคุลิมาลแพร่กระจายไปทั่วแผ่นดิน
หลายร้อยชีวิตสูญเสียไปแล้ว
แต่ยอดนิ้วมือยังไม่ครบหนึ่งพัน
เหลืออีกเพียงนิ้วเดียว
ในวันนั้นเอง มารดาขององคุลิมาลทราบข่าวว่าราชากำลังจะส่งทหารมาจับบุตรชาย
นางจึงรีบเดินทางเข้าป่าเพื่อเตือนลูก
โดยไม่รู้เลยว่าตนกำลังจะกลายเป็นเหยื่อรายสุดท้าย
ขณะนั้น พระพุทธเจ้าทรงตรวจดูด้วยพระญาณ
พระองค์ทรงเห็นว่า
หากปล่อยไว้ องคุลิมาลจะฆ่าแม่ของตนเอง
ซึ่งเป็นกรรมหนักยิ่งนัก
และจะตกต่ำอย่างยาวนาน
พระองค์จึงเสด็จออกเดินทางไปยังป่านั้นเพียงลำพัง
เช้าวันนั้น อ งคุลิมาลยืนอยู่บนหน้าผา
สายตาของเขามองเห็นพระพุทธเจ้าเดินมาแต่ไกล
เขาดีใจอย่างมาก
"ดีล่ะ! คนนี้จะเป็นรายสุดท้าย"
เขาคว้าดาบแล้ววิ่งลงจากเขา
ด้วยความเร็วของนักรบผู้ชำนาญ
แต่เรื่องประหลาดก็เกิดขึ้น
ไม่ว่าเขาจะวิ่งเร็วเพียงใด
พระพุทธเจ้าซึ่งเดินอย่างสงบกลับอยู่ห่างออกไปเท่าเดิม
เขาเร่งฝีเท้า
พระองค์ยังคงเดินธรรมดา
เขาวิ่งสุดกำลัง
เหงื่อไหลทั่วร่าง
แต่ไม่สามารถเข้าใกล้ได้เลย
ในที่สุดเขาตะโกนลั่นป่า
"หยุดก่อน สมณะ!"
พระพุทธเจ้าตรัสตอบอย่างสงบ
"เราหยุดแล้ว องคุลิมาล"
โจรสะดุ้ง
"ท่านยังเดินอยู่ จะบอกว่าหยุดแล้วได้อย่างไร"
พระพุทธเจ้าตรัสว่า
"เราหยุดจากการเบียดเบียนสัตว์ทั้งหลายแล้ว
แต่ท่านยังไม่หยุด"
คำพูดนั้นเหมือนสาย ฟ้าฟาดลงกลางใจ
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ไม่มีใครกลัวเขา
ไม่มีใครด่าเขา
ไม่มีใครหนีเขา
แต่กลับพูดกับเขาอย่างเข้าใจ
องคุลิมาลยืนนิ่ง
ดาบในมือเริ่มสั่น
เขาหวนคิดถึงชีวิตที่ผ่านมา
จากเด็กหนุ่มผู้แสนดี
กลายเป็นปีศาจที่คนทั้งแผ่นดินหวาดกลัว
เขาเริ่มร้องไห้
น้ำตาที่ไม่เคยไหลมานานหลั่งออกมา
ในที่สุด เขาทิ้งดาบลงกับพื้น
คุกเข่าต่อหน้าพระพุทธเจ้า
และขอบวชเป็นพระภิกษุ
หลังบวชแล้ว ชาวบ้านจำนวนมากยังโกรธแค้น
บางคนขว้างหิน
บางคนด่า
บางคนทำร้ายร่างกาย
เพราะพวกเขาสูญเสียคนที่รักจากน้ำมือของเขา
วันหนึ่ง องคุลิมาลกลับจากบิณฑบาตด้วยศีรษะแตก เลือดไหล และจีวรขาด
พระพุทธเจ้าตรัสเพียงว่า
"จงอดทนเถิดพราหมณ์
กรรมที่ท่านควรได้รับอีกนานแสนนาน กำลังให้ผลเพียงเล็กน้อยในชาตินี ้"
องคุลิมาลรับฟังอย่างสงบ
และมุ่งปฏิบัติธรรมต่อไป
จนในที่สุดสามารถบรรลุพระอรหันต์
กลายเป็นผู้สิ้นกิเลสโดยสมบูรณ์
นี่คือเหตุการณ์ที่พาหุงบทที่ 4 กล่าวถึง
ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่การเอาชนะสัตว์ร้ายเหมือนบทก่อน
แต่เป็นการเอาชนะ "ความมืดในใจมนุษย์"
โจรที่คนทั้งประเทศปราบไม่ได้
กองทัพจับไม่ได้
กฎหมายหยุดไม่ได้
กลับถูกเปลี่ยนแปลงด้วยถ้อยคำเพียงไม่กี่คำของพระพุทธเจ้า
จึงเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งในพาหุงมหากา
เพราะพระองค์มิได้ทำลายองคุลิมาล
แต่ทรงช่วยให้เขากลับมาเป็นมนุษย์ที่ดีได้อีกครั้ง และในที่สุดกลายเป็นพระอรหันต์ผู้หลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง.
#ธรรมทาน #แปลพาหุงบทที่4






