27/11/68
เปิดประวัติ พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล
วันนี้ (27 พ.ย.) พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ถึงชีพิตักษัยอย่างสงบ ณ บ้านพัก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเวลา 08.13 น. วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2568 สิริชันษา 78 ปี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ประสูติ 22 มกราคม พ.ศ. 2490 ปัจจุบันชันษา 78 ปี ทรงเป็นพระโอรสในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ กับ หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา
ทรงมีเจ้าพี่เจ้าน้องร่วมหม่อมมารดา รวม 5 องค์ คือ ท่านหญ ิงมาลินีมงคล อมาตยกุล, ท่านหญิงปัทมนรังษี เสนาณรงค์, หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล, หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล และ หม่อมเจ้านภดลเฉลิมศรี ยุคล นับเป็นสายพระโลหิต ชั้นพระนัดดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ และเป็นพระราชปนัดดา (เหลนทวด) ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา
ทรงมีเจ้าพี่เจ้าน้องร่วมหม่อมมารดา รวม 5 องค์ คือ ท่านหญิงมาลินีมงคล อมาตยกุล, ท่านหญิงปัทมนรังษี เสนาณรงค์, หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล, หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล และ หม่อมเจ้านภดลเฉลิมศรี ยุคล นับเป็นสายพระโลหิต ชั้นพระนัดดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ และเป็นพระราชปนัดดา (เหลนทวด) ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา
ส่วนชีวิตครอบครัว หม่อมเจ้าจุลเจิมสมรส 2 ครั้ง กับหม่อมศิริพร ยุคล ณ อยุธยา (เสนาลักษณ์) ซึ่งถึงแก่กรรมด้วยโรคมะเร็งเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2532 มีโอรส-ธิดา 2 คน คือ หม่อมราชวงศ์รังษิพันธ์ ยุคล (คุณชายเหมา) และหม่อมราชวงศ์จันทรลัดดา ยุคล (คุณหญิงแอร์)
ต่อมาได้เสกสมรสใหม่กับหม่อมอัญชลี ยุคล ณ อยุธยา (ขัติยสุรินทร์) ในปี 2533 มีธิดา 2 คน คือ หม่อมราชวงศ์แม้นนฤมาส ยุคล (คุณหญิงแม้น) และ หม่อมราชวงศ์จันทรนิภา ยุคล (คุณหญิงไหม)
หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล สำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจากสหรัฐอเมริกา ก่อนเข้ารับราชการทหารในหน่วยรบพิเศษ และปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงในพื้นที่สำคัญของประเทศ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และยศทหารหลายตำแหน่ง เคยดำรงตำแหน่งนายทหารราชองครักษ์ และมีบทบาทในกิจการสาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง
การทรงงาน
หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล รับราชการเป็นทหาร ยศร้อยตรี สังกัดศูนย์สงครามพิเศษหน่วยกองรบที่ 1 (กรพ.) ค่ายวชิราลงกรณ์ จ.ลพบุรี โดยเริ่มงานในส่วนราชสำนัก ดังนี้
- นายทหารประจำส่วนพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร กองทหารมหาดเล็ก
- รับราชการที่กรมข่าวทหารบก ช่วยราชการในกองอำนวยการรักษาความปลอดภัย (กรป.)
- ราชองครักษ์พิเศษรักษาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
- ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมราชองครักษ์
- ราชการสนาม ปฏิบัติหน้าที่ป้องกัน และปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ พื้นที่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อปี 2518 ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน (ส.ช.2) ประเภทที่ 2 จากเหตุการณ์ที่เขาค้อ ปี 2518
- ในปี 2563 พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารชั้นนายพลเป็นกรณีพิเศษ จากพลตรี เป็นพลเอก
- ปัจจุบัน เป็นทหารนายพิเศษ ประจำกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัย รักษาพระองค์
หม่อมเจ้าจุลเจิมเป็นที่รู้จักในนาม "ท่านชายใหม่" ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้มีบทบาททางสังคม การเมือง และแสดงความเห็นสาธารณะอย่างโดดเด่นและมีคุณูปการต่อบ้านเมือง
พลตรีหม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคลไม่ได้เป็นเพียงแค่ทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ในกรมราชองครักษ์และหน่วยรบพิเศษเท่านั้น แต่ท่านยังมีบทบาทในการปกป้องความมั่นคงของประเทศในช่วงยุคที่สถานการณ์ภายในมีความซับซ้อนและท้าทายอย่างยิ่ง ผมได้ติดตามเรื่องราวของท่านในฐานะ ‘ท่านชายใหม่’ ซึ่งมักแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นสาธารณะและการเมืองอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์ สิ่งนี้ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของท่านในการพัฒนาประเทศพร้อมกับรักษาความสงบสุข สิ่งที่น่าชื่นชมอีกอย่างคือความภักดีที่ท่านมีต่อราชสำนักและบทบาททางสังคมที่มุ่งเน้นการเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้คนรอบข้าง การได้รับพระราชทานยศพลเอกเป็นกรณีพิเศษในปี 2563 เป็นเกียรติยศที่แสดงถึงความไว้วางใจและการยอมรับในความสามารถและความเสียสละของท่านจากพระมหากษัตริย์ เรื่องราวชีวิตครอบครัวของท่านก็เป็นอีกมุมหนึ่งที่สะท้อนถึงความรักและความอบอุ่น ท่านสมรสสองครั้งและมีบุตรทั้งชายและหญิง ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่ทรงคุณค่าทั้งในแง่ของสายสัมพันธ์และมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมาจากราชสกุลยุคล ผมเชื่อว่าประวัติของหม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคลนั้นไม่ได้เป็นเพียงข้อมูลในตำรา แต่เป็นเรื่องราวชีวิตที่เต็มไปด้วยบทเรียนและแรงบันดาลใจสำหรับทุกคนที่สนใจในประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมไทย รวมถึงการรับใช้ชาติที่แท้จริง








