วิธีเตรียมการโรงงานสู้ภัยน้ำท่วมมหาอุทกภัย 2554

ตั้งแต่เกษียณมา เริ่มมีเวลาเขียนเล่าเหตุการณ์ต่างๆในการทำงานให้ฟัง … 1 ในเรื่องประทับใจไม่รู้ลืมคือเรื่องนี้ ตอนนั้นจำได้ว่าเริ่มท่วมจากภาคเหนือลงมาจนใกล้อีสาน วิทยุและสำนักข่าวทุกสำนักเริ่มพูดข่าวเขียนข่าวเรื่องนี้ เราเองก็เริ่มเตรียมการโดยไปซื้อแผนที่ประเทศไทยแผ่นใหญ่เป็นเมตร มากางไว้กลางห้องของบ้าน แล้วเริ่ม mark จุดที่ท่วมแต่ละจุดในแผนที่ตามข่าวทั้งวิทยุและโทรทัศน์ในแต่ละชั่วโมงแต่ละวัน ทำทุกวัน เก็บข้อมูลทุกอย่าง(ทุกอย่างจริงๆรวมทั้งข่าวชาวบ้านที่อยู่ในจุดท่วมแล้วออกมาเล่า) และใช้วิชาคำนวณมาลองหัดคาดคะเนเดา “วันที่น้ำจะท่วมในจุดต่อไป” ปรากฏว่าคลาดเคลื่อนไม่เกิน 2-4 วัน เพราะเหตุการณ์จริงรัฐบาลมีเบี่ยงเส้นทางน้ำไม่ให้ไปจุดนี้แต่ไปอีกจุดหนึ่งแทนตามแต่เจตนาของผู้มีอำนาจในสมัยนั้น รวมทั้งน้ำจากเขื่อนที่หนุนและฝนที่เกิดในแต่ละช่วงเวลาในแต่ละสถานที่ … พอลงมาถึงปริมณฑล น้ำเริ่มท่วมโรงงานคู่แข่ง ผลิตของขายไม่ได้ เลยเป็นโอกาสทองของบริษัทเรา ทางบอร์ดบริษัทสั่งการโดยพูดสั้นๆง่ายๆแค่เพียงประโยคเดียวว่า “ต้องเก็บยอดขายให้ได้ทุกเม็ด และ ประชาชนสามารถหาซื้อสินค้าเราได้ไม่ยาก ไม่มีของขาด stock”

ตอนนั้นเราเตรียมการโดย stock วัตถุดิบไว้เต็มโกดัง แต่ไม่กี่วันของที่ผลิตก็หมดเพราะขายได้หมดอย่างรวดเร็วเนื่องจากไม่มีคู่แข่งแล้ว(จมน้ำหมด) เลยกลับมาตั้งหลักคิดใหม่โดย

1. ในส่วนของวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป, work with supplier วัตถุดิบโรงกล่องก่อน โดยโทรคุยกับเจ้าของให้ส่งโรงงานเราก่อนเป็น first priority เจ้าของโรงกล่องบอก เรามาช้าไปตอนนี้ส่งกล่องไปให้โรงงานบะหมี่เป็นหลักเพราะรับกล่องได้เกือบทุกวันตั้งแต่จันทร์-ศุกร์ เราเลยเกทับกลับไปว่า “โรงงานเรารับกล่องได้ 24 ชั่วโมง/วัน 7วัน/อาทิตย์ เหมือน 7-11 เลย” สามารถส่งมาได้แบบไม่จำกัดไม่ต้องยั้ง เธอตอบตกลง เราเลยรีบวางแผนให้พนักงานในแผนกโกดังสินค้าสำเร็จรูปมา train และหัดรับของในกะดึก เพราะกะเช้าและบ่ายมีหน่วยงานวัตถุดิบรับของให้อยู่แล้ว นอกจากนั้นก็แปลงโกดังเก็บสินค้าสำเร็จรูปมาเก็บวัตถุดิบแทน เนื่องจากสินค้าเมื่อผลิตเสร็จก็ส่งของออกขายไปได้ทันทีตามห้างใหญ่ๆที่รับได้ 24ชั่วโมง ส่วนตอนเช้าตอนบ่ายก็ส่งเข้าร้านค้าเล็กๆทั่วไป

2. ในส่วนผลิต เรียก Marketing & Sales มาคุยกัน บอกให้ลดจำนวน sku ลงจาก 200กว่าตัวเหลือ 20 ตัว โดยบอกข้อดีคือ โรงงานสามารถเพิ่มผลผลิตได้ 30-40% โดยใช้เครื่องจักรเท่าเดิม พวก Sales เอาอยู่แล้วเพราะได้ commission เพิ่มจากยอดขายที่เพิ่ม เลยมาช่วยโรงงานรุมกินโต๊ะพวก Marketing จนสุดท้ายต้องยอม โรงงานเลยเดินผลิตของแบบทะลุกราฟไปเลยในรอบหลายสิบปี 555

*** ยังไม่จบ *** ส่วนที่ยากที่สุดคือ วัตถุดิบตัวพลาสติกที่ supply ให้โรงงานเรา มีทั้งหมด 2โรงงานๆแรกผลิตประมาณ 75% ของยอดสั่งซื้อ ส่วนโรงงานที่สองผลิต 25% โรงงานสองไม่มีปัญหาเพราะตั้งอยู่ใกล้บริเวณโรงกล่องกระดาษที่น้ำยังไม่ท่วม(ตรงถนนพระราม2) แต่โรงงานแรกอยู่ที่ถนนเพชรเกษม และโรงงานเธอก็อยู่ท้ายซอยเลยทีเดียว ทีแรกก็เร่งส่งได้ หลังๆเริ่มส่งช้าเลยโทรไปคุยกับเจ้าของ เธอบอกน้ำเริ่มท่วมตอนนี้แค่ตาตุ่ม แต่คงอีกไม่นาน พอส่งได้สักพัก เธอบอกไม่ไหวแล้ว รถกะบะเอาไม่อยู่ เราเลยบอกให้ส่งมาพบกันครึ่งกลางซอย แล้วเราจะจัดรถใหญ่ไปรับ(โทรขอความช่วยเหลือกับหัวหน้า Sales เพราะมี connections เอารถทหารสูงมาช่วยได้) … ส่งมาสักพักรถกะบะก็เอาไม่อยู่อีก รถทหารก็เข้าไม่ได้เช่นกัน เราคิดหัวแทบแตกสุดท้ายจ้างเรือชาวบ้านแถวนั้นให้มาส่งกลางซอยแทน เวลาผ่านไปจนกระทั่งเจ้าของโรงงานพลาสติกบอกว่า ไม่ไหวแล้ว เธอจะทิ้งโรงงงานในอาทิตย์หน้าเพราะน้ำเข้าโรงงานจวนจะเอาไม่อยู่แล้ว ทุกวันนี้เอาแผ่นพลาสติกกั้นหน้าประตูโรงงานไปครึ่งนึงแล้ว ตัวเจ้าของและลูกน้องก็อยู่กินในโรงงานมาเป็นเดือนแล้ว เราเข้าใจและไม่ว่าอะไร แต่ได้ขอร้องไปว่า “ขอยืม mold หล่อตัวที่ผลิตพลาสติค เพื่อเอามาให้โรงงานที่สอง(ที่เป็นคู่แข่ง) ผลิตแทน เธอนี่อึ้งกิมกี่เลย คิดไม่ถึงว่าเราจะกล้าขอขนาดนั้น แต่เราก็ยกแม่น้ำทั้งห้าทะเลทั้งหกช่วยพูดช่วยขอร้องถึงการเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันมาตลอด 20ปี สุดท้ายก็ได้มาให้โรงงานที่สองผลิต!

จบท้ายปีนั้นด้วยยอดขายยอดผลิตและผลกำไรที่ไม่เคยทำได้มาก่อนตั้งแต่เปิดโรงงาน ทั้งเจ้านายทั้งบอร์ดชมเราจนหน้าบานเป็นกะด้งไปหลายอาทิตย์ งานนี้ได้กล่องมาเยอะ แต่เงินตามแต่อัตตภาพ 555 ขอจบด้วยประการฉะนี้ครับ

2025/11/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ผ่านมานี้ การเตรียมพร้อมสำหรับมหาอุทกภัยไม่ใช่เพียงแค่เรื่องสต็อกวัตถุดิบหรือแผนผลิตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการวางแผนที่ครอบคลุมทุกภาคส่วน ตั้งแต่การติดตามข่าวสารและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง การมีช่องทางสื่อสารที่มีประสิทธิภาพกับซัพพลายเออร์เป็นเรื่องสำคัญมาก ตัวอย่างเช่น การเสนอให้โรงงานกล่องผลิตกล่องได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับความต้องการวัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การจัดการด้านโลจิสติกส์ในยุควิกฤตนั้น ต้องมีความยืดหยุ่นสูง การใช้เรือชาวบ้านเพื่อส่งวัตถุดิบกลางซอยเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดปัญหาในการขนส่งเมื่อถนนถูกตัดขาด อีกเรื่องที่สำคัญมาก คือการลดจำนวน SKU ให้เหลือเฉพาะสินค้าที่จำเป็นจริงๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และช่วยให้ฝ่ายขายสามารถโฟกัสการขายได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยส่งผลให้ยอดขายและผลกำไรเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน การบริหารจัดการแบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยจัดการกับปัญหาภัยธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจในระยะยาวด้วย สำหรับผู้ที่สนใจจัดทำบันทึกบัญชีสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม การทำรายงานอย่างละเอียดว่าชิ้นส่วนหรือสินค้าตัวใดเสียหายบ้าง เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อเตรียมหลักฐานสำหรับการเคลมประกันหรือใช้ในการขอรับความช่วยเหลือต่างๆ นอกจากนี้ยังควรวางแผนเรื่องการบริหารเงินทุนให้มีความคล่องตัว เพื่อรับมือกับการขาดสภาพคล่องในช่วงวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สุดท้ายนี้ การสร้างความร่วมมือที่ดีระหว่างพันธมิตรธุรกิจ เช่น การขอยืมแม่พิมพ์พลาสติกจากคู่แข่ง เพื่อให้โรงงานอื่นผลิตทดแทน เป็นบทเรียนที่สำคัญในเรื่องของการช่วยเหลือกันในยามวิกฤตและรักษาช่องทางธุรกิจไว้ได้อย่างยั่งยืน

7 ความคิดเห็น

รูปภาพของ 1Lek
1Lekผู้สร้าง

ช่วงนั้น คิดแก้เกมวันต่อวันเลยครับ เพราะน้ำขึ้นมากน้อยเปลี่ยนทุกวันในแต่ละสถานที่ แผนที่ประเทศไทยกางเต็มกลางบ้านเลย เสียดายไม่ได้เก็บไว้ดูต่างหน้า 555

รูปภาพของ Surrealist
Surrealist

👍สุดยอดกลยุทธ์ครับ

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม