สังคมกทม. วัยเก๋าเล่าเพลิน
#เรื่องนี้ต้องเล่า #lemon8ไดอารี่ ประสบการณ์ชีวิตจริงของคนตจว.เข้ามาทำงานในกทม. เมื่อ30ปีที่แล้วเข้ามาทำงานครั้งแรกเป็นพนักงานpc ยังไม่มีที่ประจำก็วนทำงานตามห้างที่พนักงานประจำเขาหยุด วันหนึ่งนั่งรถเมล์สายหนึ่งผ่านหน้ารามมาถึงเดอะมอลล์ราม และในวันนั้นเกิดเหตุการที่ทำให้ผมต้องพวงเป็นอย่างมากเหตุเกิดช่วงบ่าย มีรถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุล้ม โชคร้ายข้อเท้าของแมสเซนเจอร์ไปเกี่ยวกับปลายท่อรถเมล์ (อธิบายเพิ่มเติมคือปลายท่อเขาจะทำเป็นปีกหางฉลาม ทุกคนคงมองภาพออกนะครับ)ทีเห็นเหตุการณ์เพราะเรายืนอยู่ในรถเมล์ข่างหลังมองผ่านกระจกหลังใบใหญ่ชายคนล้มลงเร้อมกับมีเลือดไหลออกบนพื้นถนน รถก็ติดแดดก็ร้อนมองอยู่พักหนึ่งก็ไม่มีใครช่วยเลย กะจิตใจเราเริ่มไม่ดีเมื่อเห็นเลือดออกมาก ตัดสินใจลงจากรถเมล์แล้วเดินเข้าไปหาชายผู้นั้น โอ้ยเลือดออดเป็นลิ่มเลย ทำไงเลาตัดใจถอดเนคไทส์ทำการน่องเพื่อห้ามเลือด เอาไงต่อจะขอความช่วยเหลือใครก็ปากหนัก รถเริ่มไหลไปเรื่อยๆแล้วโบกระแทกซี่ก็ไม่ยอมหยุดหลายคันแล้วก็ไม่ยอมหยุดรับคนเจ็บกเลือดไหลเรื่อย ตัดสินใจเดินไปขวางรถแทกซี่อีกหนึ่งคัน เราโชคดีแล้วแ กซี่คันนี้รับเราแต่คนขัยบอกว่าหาผ้ามาห่อเท้าหน่อยเลือดมันเยอะ เอาแล้วไหนๆก็ช่วยแล้วถอดเสื้อแจกเก็ตผ้าล่มสีดำเอาห่อเ้ท้าแล้วพาขึ้นรถไปรพใกล้ที่สุดต้อนนั้นคือ แพทย์ปันญาคลองตันเชื่อไหมขนาดรัห้ามเลือดบริเวณข้อน่องหัวเขา มาถึงรพ.เลือดนี่กองอยู่กับเเสื้อเจกเก็ตเต็มจนซึมผ่านเสื้อลงที่พื้นรถ พอถึงรพผมตามไปส่งถึงห้องฉุกเฉินให้เจ้าหน้าที่ตรวจดูเอกสารติดต่อประกันและบริษัท ผู้ชายอุบัติเหตุมองหน้าผมแล้วยกมื้อไหว้ขอบคุณผมขณะที่นอนอยู่บนเตียง คำถามคาใจ
ทำไมวันนั้นคนมากมายไม่ช่วยเขา?
วันนั้นถ้าเราไม่ช่วยเขาจะปลอดภัยไหม
สุดท้ายการที่ได้ช่ายเพื่อนร่วมโลกทำให้เราจดจำไม่เคยลืม
ยังมีเรื่องเล่าจากชีวิตจริงอีกมาก ถ้าอยากฟังจะเล่าให้ฟังอีกนะ#ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู #lemon8ไดอารี่










