ทำเนียบรัฐบาล “14 กรกฎาคม 2569”
‼️กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศยกระดับการเคลื่อนไหว บุกกรุงเพื่อขอความเป็นธรรมโดยตรงจากผู้นำรัฐบาลบุกทำเนียบ ฯ เพื่อขอความเป็นธรรมโดยตรงจากผู้นำรัฐบาล
…………….. …………….. …………….. ……………..
ทางชุมนุมสหกรณ์ฯ ประกาศยื่นคำขาด 4 ข้อ เพื่อต่อลมหายใจของเกษตรกรไทย ดังนี้:
1. เบรกนำเข้าตามข้อตกลงการค้าโลก ดันน ้ำนมไทย "ขายได้ทุกหยด"
ขอให้รัฐบาลชะลอการพิจารณานำเข้านมผงขาดมันเนย ประจำปี 2569 งวดที่ 2 ภายใต้ข้อตกลง WTO และ FTA ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ออกไปก่อน จนกว่าน้ำนมดิบของเกษตรกรไทยภายใต้ข้อตกลง MOU 2568/69 จำนวน 211 ตัน/วัน จะถูกรับซื้อจนหมดเกลี้ยง พร้อมจี้ให้เร่งดำเนินการซื้อขายน้ำนมดิบตาม MOU 2569/70 (ที่จะมีผลบังคับใช้ 1 ตุลาคม 2569) ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2569 โดยต้องรับซื้อในราคากลางเดียวกันทั้งหมด
2. ขยาย "นมโรงเรียน" ดื่มยาว 365 วัน ถึง ม.3
เสนอให้ปฏิรูปโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ในปีการศึกษา 2570 โดยขยายกลุ่มเป้าหมายให้เด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ไปจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้ดื่มนมอย่างทั่วถึง และปรับเพิ่มจำนวนวันในการดื่มนมจากเดิม 260 วัน (เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์) เป็น 365 วัน (ดื่มทุกวัน จันทร์-อาทิตย์) เพื่อส่งเสริมสุขภาพเยาวชนและช่วยระบายน้ำนมดิบของเกษตรกร
3. บี้ตามหนี้ค่านมดิบ "อ.ส.ค.-เอกชน" ค้างจ่ายอื้อ
เรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง กรณีผู้ประกอบการหลายรายติดค้างชำระค่าน้ำนมดิบกับเกษตรกรเป็นจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงหน่วยงานรัฐอย่าง องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) และผู้ประกอบการภาคเอกชนหลายแห่ง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนจนเกษตรกรขาดสภาพคล่องอย่างหนัก
4. สังคายนาฉลาก ล้างบาง "นมผงนอก" สวมรอย "นมสดแท้"
จี้รัฐบาลสั่งการแก้ไขการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์นมให้ชัดเจน โดยแยกแยะระหว่าง "นมโคสด (Fresh Milk)" ที่ผลิตจากน้ำนมดิบของเกษตรกรไทย กับ "นมผงจากต่างประเทศ" อย่างเด็ดขาด เพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลที่ถูกต้องและร่วมสนับสนุนเกษตรกรไทยได้อย่างแท้จริง💥@ไฮไลท์
ในฐานะคนที่สนใจและติดตามประเด็นปัญหาของเกษตรกรโคนมในประเทศไทยมาโดยตลอด ผมเห็นว่าสิ่งที่กลุ่มเกษตรกรเรียกร้องในครั้งนี้มีความสำคัญและสะท้อนถึงปัญหาจริงที่เกิดขึ้นในวงการนมของไทย การที่เกษตรกรต้องตกอยู่ในภาวะลำบากเพราะน้ำนมดิบที่ผลิตไม่ได้รับการซื้อออกไปทั้งหมด และมีการนำเข้านมผงจากต่างประเทศมาทดแทน ทำให้นมไทยไม่เป็นที่ต้องการ ทั้งยังเกิดปัญหาค้างจ่ายค่านมดิบ จึงเป็นเหตุผลที่กลุ่มเกษตรกรต้องรวมตัวเรียกร้องโดยตรงต่อรัฐบาล ส่วนตัวผมเห็นว่าการขอให้รัฐบาลชะลอการนำเข้านมผงที่ขาดมันเนยตามข้อตกลง WTO และ FTA ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ นั้น จะช่วยให้เกษตรกรไทยมีโอกาสขายน้ำนมดิบได้หมดทั้งปริมาณ และราคาที่เป็นธรรม การเร่งดำเนินการซื้อขายตาม MOU ที่กำหนดราคาเป็นกลางก็เป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกร นอกจากนี้ การขอขยายโครงการนมโรงเรียนให้ดื่มได้ถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 และบริโภคนมครบทุกวัน ก็ถือเป็นแนวคิดที่ดี เพราะช่วยเพิ่มปริมาณความต้องการนมในประเทศ อีกทั้งส่งเสริมสุขภาพของเยาวชน การบริโภคนมในกลุ่มเด็กในช่วงวัยนี้จะช่วยให้พวกเขาได้รับสารอาหารที่จำเป็น และอาจช่วยกระตุ้นตลาดนมในประเทศให้มีเสถียรภาพมากขึ้น เรื่องการแก้ปัญหาหนี้ค่านมดิบที่ค้างจ่ายโดย อ.ส.ค. และผู้ประกอบการภาคเอกชน ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ทางรัฐควรให้ความสนใจอย่างเร่งด่วน เพราะปัญหาการเงินค้างชำระส่งผลกระทบต่อรายได้และสภาพคล่องของเกษตรกรอย่างแรง และอาจทำให้แรงจูงใจในการผลิตลดลง สุดท้าย การปรับปรุงฉลากนมเพื่อให้แยกแยะได้ระหว่างนมโคสดที่มาจากเกษตรกรไทย กับนมผงนำเข้าจากต่างประเทศ จะเป็นการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้บริโภค และสนับสนุนการบริโภคนมที่ผลิตในประเทศ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มยอดขายให้กับเกษตรกรไทยได้อย่างแท้จริง จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยทำงานร่วมกับชุมชนเกษตรกร พบว่า ความโปร่งใสและความชัดเจนในข้อมูลเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะผู้บริโภคจะเลือกซื้อและสนับสนุนสินค้าที่มั่นใจว่ามีคุณภาพและมีต้นกำเนิดชัดเจน ดังนั้น การสังคายนาฉลากผลิตภัณฑ์นมเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยรวมแล้ว การที่เกษตรกรรวมตัวกันเรียกร้อง 4 ข้อหลักต่อรัฐบาลนี้ ถือเป็นความพยายามที่แสดงถึงความท้าทายที่ต้องการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้วงการโคนมไทยกลับมาอยู่ในเส้นทางที่ยั่งยืน และมีอนาคตที่สดใส

