Mercy, anger, and lust.
Tshma Pii Nayirath Piyapayo Phi Papko
At the time of the Pemthippet, Wat Mathippet.
"Wherefore a wise man shall not make a beloved animal or a myth: for the separation of the beloved animal and the myth is bitterness," he said, desiring a lustful love.
As for the mercy of Anger, it is the Athosphere that occurs with the commandment.
Don't mingle with anything.
Darling, don't be close.
I found no desire, more suffering.
Found any hate thing, repeated suffering, multiplying.
That's why I should make love.
From old-fashioned things to mourn
The temperament is indifferent.
The passion gradually loosened.
(Cr.Jeab Amaraporn)
จากประสบการณ์ส่วนตัว การเข้าใจความหมายของเมตตาอโทสะและตัณหาเปมะช่วยให้ผมสามารถนำหลักธรรมนี้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น เมตตาอโทสะ คือความเมตตาที่เกิดขึ้นพร้อมกับอโทสะ หรือความไม่โกรธ ซึ่งเป็นอารมณ์ที่มาจากใจดี ความปรารถนาดีโดยไม่มีความยึดติด แต่ตัณหาเปมะนั้น เป็นความรักที่มีตัณหา หรือความอยากได้อยากมี ซึ่งทำให้ใจเราผูกพันและยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างโลภะ ผมเคยเจอสถานการณ์ที่ทำให้ผูกพันกับคนหรือสิ่งของมากจนกลายเป็นความทุกข์เมื่อเกิดการจากลา ทั้งนี้เพราะตัณหาเปมะจะทำให้เรารู้สึกขมขื่นหรือเจ็บปวดเมื่อสิ่งที่รักบางสิ่งจากไป พระธรรมในบทความทำให้ผมเห็นว่าการวางใจให้เบาสบาย ละวางความยึดมั่นถือมั่น จะช่วยลดความทุกข์ได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ คำสอนเรื่อง "อย่าคลุกคลีไซร้ สังขารใดนา ที่รักฤๅชังพา อย่าใกล้" สอนให้เรารู้จักการเว้นวรรคจากความรักที่ยึดติด และรักษาความสมดุลของอารมณ์เมตตาโดยไม่ให้เกิดตัณหา เมื่อผมเริ่มคิดตามแนวทางนี้ พบว่าการมีเมตตาอโทสะทำให้รู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นโดยไม่เกิดความเจ็บปวด หรือความอยากครอบครอง และทำให้จิตใจสงบขึ้นมาก ดังนั้น การเข้าใจเนื้อหาของเมตตาอโทสะและตัณหาเปมะ จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการดำเนินชีวิตด้วยความสงบ และปล่อยวางจากความทุกข์ที่มาจากความยึดมั่นถือมั่น




















































































