Automatically translated.View original post

Have you ever... felt that this month "didn't buy anything expensive," but the money in the account continued to reduce. 😅💸

Have you ever... felt that this month "didn't buy anything expensive"?

But the money in the account continued to reduce. 😅💸

Let's do a simple 7-day Challenge.

Every time you buy something unplanned, you write down three things.

🛍️ Buy what?

💰 How many baht?

💭 Why did you buy?

Not to abstain, not to diminish, and not to feel guilty.

After seven days, come back and see what the money was.

💚 Worth - bought and felt really worth it.

🕐 convenient - pay in exchange for time.

❌ accidentally bought - bought because used to or saw and wanted

We may discover that "that cup of coffee" is worth our happiness. ☕

But something... maybe it's money we barely remember paying. 😂

The goal is not to spend as little money as possible.

But I know where our money went. 🌿

📌 Save the last page and try starting Money Trace today.

💬 Guess, seven days before you start, what's the most your fussy money?

# Personal finance # Financial planning # Keep money # Salary man # BetterMeDaily

10/6 Edited to

... Read moreในการทำ Money Trace หรือการติดตามการใช้เงินจุกจิกเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม แต่จริง ๆ แล้วนี่คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณเข้าใจว่าทำไมเงินในบัญชีจึงลดลงแม้ว่าเดือนนั้นจะไม่ได้ซื้ออะไรแพง จากประสบการณ์ของผม พบว่าสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ค่าเครื่องดื่มกาแฟ ค่าส่งอาหาร หรือของใช้ราคาถูก ที่ซื้ออยู่เป็นประจำแม้จะเป็นแค่ 20-50 บาทต่อครั้ง แต่รวม ๆ กันแล้วสามารถกลายเป็นเงินจำนวนมากไปในแต่ละสัปดาห์และเดือน การจดบันทึกสิ่งที่ซื้อ เหตุผล และราคาในแต่ละครั้ง ช่วยให้เราเห็นภาพรวมชัดเจนว่าการใช้จ่ายประเภทไหนที่ยังมีคุณค่า หรือว่าเป็นแค่ความเคยชินที่ทำให้เสียเงินโดยไม่ตั้งใจ การแบ่งรายการใช้จ่ายเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ 1. คุ้มค่า 2. สะดวก แลกกับเวลาหรือความรวดเร็ว และ 3. เผลอซื้อ เพราะความเคยชินหรือความอยากได้ ทำให้สามารถตั้งเป้าหมายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสมโดยไม่จำเป็นต้องงดหรืออดใจ สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการทำ Challenge นี้คือ ไม่ใช่การลดใช้เงินให้น้อยที่สุด แต่เป็นการทำให้รู้ว่าทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไปนั้นไปอยู่กับอะไร เพราะด้วยการทำแบบนี้ยังช่วยให้การบริหารจัดการการเงินเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย ดีกว่าการจมปลักกับความกังวลว่าจะใช้เงินเกินตัวโดยไม่มีข้อมูลสนับสนุน แนะนำให้ทุกคนลองเริ่มต้นด้วยการจดบันทึกแบบไม่ตัดสินตัวเองก่อน แล้วค่อยกลับมาดูภาพรวมพร้อมกับวางแผนใช้จ่ายที่ตอบโจทย์ความสุขและนิสัยการใช้เงินของแต่ละคน เช่น หากกาแฟแก้วโปรดช่วยให้มีความสุข คงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า แต่ขณะเดียวกันควรระวังกับสิ่งที่ซื้อเพียงเพราะความเคยชินซึ่งอาจช่วยประหยัดเงินได้มาก สุดท้าย Money Trace เป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนความจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมการเงินของเราเอง และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการดูแลสุขภาพการเงินส่วนบุคคลให้ดียิ่งขึ้น