Automatically translated.View original post

Do all the people with passion go to hell? (9 leavened persons)

Are all the people who have all the passions of hell really? (9 types of infected persons) (2 / 2) (2 sub-clips)

2025/10/16 Edited to

... Read moreในพระพุทธศาสนา การเข้าใจเรื่องกิเลสและผลของกิเลสนั้นสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ศึกษาคำสอนเกี่ยวกับความเป็นไปของจิตหลังความตาย ในเนื้อหานี้ได้กล่าวถึงบุคคลที่มี "เชื้อเหลือ" หรือสังโยชน์ ๓ ชนิด สามารถแบ่งได้ตามระดับการปฏิบัติธรรมและการพัฒนาศีล สมาธิ และปัญญา ซึ่งมีผลต่อการเวียนว่ายตายเกิดและการได้รับผลจากบาปหรืออกุศลต่างๆ บุคคลที่มีเชื้อเหลือ 9 จำพวกตามที่ปรากฏในคำสารีบุตรนั้น แสดงถึงลักษณะของผู้ปฏิบัติธรรมบางประเภทที่ยังมิได้ละกิเลสอย่างสิ้นเชิงแม้จะทำดีมาก ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่ทำศีลได้ครบถ้วน แต่ยังทำสมาธิและปัญญาได้แค่ระดับพอประมาณ ซึ่งพอจะเบาบางกิเลสอย่างโทสะและโมหะได้ แต่ยังมีราคะอยู่ ทำให้ยังต้องเกิดอีกครั้งในโลกมนุษย์ครั้งเดียว ก่อนจะพ้นจากวงเวียนวัฏสงสารขั้นหนึ่ง การแบ่งกลุ่มเช่นนี้ช่วยให้เข้าใจได้ว่าไม่ใช่คนมีกิเลสทั้งหมดจะต้องตกนรกทันที เพราะผลของกิเลสและกรรมดีกรรมชั่วขึ้นอยู่กับระดับของการละกิเลสและการพัฒนาทางจิตใจ การที่บุคคลเหล่านี้ยังต้องเวียนเกิดอีกครั้งนั้นเป็นไปตามหลักธรรมเรื่องสังโยชน์ ๓ ประการ ได้แก่ โลภะ, โทสะ และโมหะ ที่ยังกดทับจิตใจและการรับรู้ สิ่งสำคัญจากคำสอนไทยนี้คือการไม่สรุปแบบกว้างๆ หรือแบบเหมารวมว่า "คนมีกิเลสทุกคนตกนรกทั้งหมด" เพราะยังมีบุคคลที่ผ่านจุดที่จะหลุดพ้นจากอบายภูมิได้ ด้วยการละสังโยชน์และปล่อยวางจากอกุศลต่างๆ ภายในตนเอง นอกจากนั้น คำสารีบุตรยังเตือนให้ระมัดระวังการเข้าใจผิดจากธรรมปริยายที่อาจทำให้เกิดความประมาทว่าการมี "เชื้อเหลือ" จะต้องทุกข์ทรมานในอบายภูมิอย่างเดียวเสมอไป แต่แท้จริงแล้วธรรมะเหล่านี้ถูกแสดงแก่ผู้ที่สอบถามโดยเฉพาะ เพื่อให้เห็นความละเอียดและลึกซึ้งของการละกิเลสในแต่ละขั้น ดังนั้นสำหรับผู้สนใจธรรมะและการพัฒนาทางใจ ควรศึกษาคำสอนเหล่านี้อย่างละเอียดและพิจารณาระดับการปฏิบัติของตนเอง เพื่อมุ่งสู่ความหลุดพ้นจากทุกข์อย่างแท้จริง ผ่านการเข้าใจว่า "กิเลส" เป็นลักษณะธรรมที่ต้องละและพ้นไป ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องตกนรกโดยไม่มีทางเลือกหรือการปลดปล่อย