The carapace of the primitive.
The carapace of the primitive.
เมื่อได้อ่านเรื่องราวของเต่าที่ปกป้องตัวเองด้วยกระดองเพื่อหลบหลีกศัตรูอย่างสุนัขจิ้งจอกแล้ว ทำให้ผมคิดถึงความสำคัญของการมีเกราะป้องกันทางใจในชีวิตประจำวันของเราเอง กระดองในที่นี้ไม่ใช่เพียงแค่เปลือกแข็งที่ปกป้องเต่าเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือนสติและปัญญาที่บรรพชิตสร้างขึ้นเพื่อต้านทานอำนาจของ 'มาร' หรือกิเลสภายในใจ จากประสบการณ์ที่ได้ฝึกฝนธรรมะ ผมเข้าใจว่าความนิ่งเงียบและความไม่เร่งรีบในการเปิดเผยความรู้สึกหรือความคิดเหมือนกับเต่าที่หดตัวอยู่ในกระดอง เป็นการสร้างเกราะป้องกันตัวเองจากสิ่งล่อใจและสิ่งที่มารอจังหวะโจมตี ทั้งข้าพเจ้าเองและคนรอบข้าง พบว่าเมื่อสามารถฝึกสมาธิและสติให้คงที่อยู่เสมอ มารภายในใจ เช่น ความโกรธ ความโลภ ความหลง ก็จะไม่สามารถบงการหรือทำร้ายจิตใจเราได้ง่าย สิ่งที่สุนัขจิ้งจอกสังเกตเห็น คือจังหวะที่เต่าโผล่อวัยวะออกมา ซึ่งเปรียบเหมือนช่วงเวลาที่เราปล่อยใจให้อ่อนแอ หรือเสียสมาธิ เป็นโอกาสให้กิเลสเข้าทำลายได้ ดังนั้นการรู้จักโอกาสของจิตใจตัวเองเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมันช่วยให้เรารู้ทันความคิดและความรู้สึกที่เข้ามารบกวน ในธรรมะการเดินทางสู่การหลุดพ้นนั้น มรรควิธีที่ง่ายอย่างที่พุทธวจนแนะนำ คือการมีสติรู้ตัวตลอดเวลา ไม่ปล่อยให้อารมณ์และความต้องการเข้าครอบงำตัวเรา เหมือนการที่เต่าไม่ยอมโผล่อวัยวะออกมาให้สุนัขจิ้งจอกจับได้ เราจึงควรฝึกฝนใจให้มั่นคง มีความสละสลวยในความนิ่งเงียบภายในใจ เพื่อรับมือกับสิ่งเร้าภายนอกและอุปสรรคทางใจที่เกิดขึ้นทุกวัน สุดท้าย ผมอยากฝากว่าเรื่องเล่าจากธรรมชาติอย่างเต่ากับสุนัขจิ้งจอกนี้เป็นคำเตือนและข้อคิดที่ทรงพลังสำหรับทุกคนที่ต้องการดำเนินชีวิตด้วยความสงบและมั่นคงทางใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรพชิตที่ต้องเผชิญกับ 'มาร' ที่คอยจ้องโอกาสเข้าทำร้ายจิตใจผู้ปฏิบัติธรรมอย่างไม่หยุดหย่อน





























































