อีกสองวันโปรจะหมดอายุ
ม้ะ! ใครที่รอตอนอัพไม่ไหว รีบไปจัด E-Book ก่อนโปรจะหมดน๊า จาก 109 บาท เหลือ 77 บาท 🔥🔥🔥 หมดเขต 31 ตุลาคมนี้น๊าาาาา 🤩
📖ติดตามอ่านได้ที่ ReadAwrie , Meb , Dek-D
🍀
ตอนอัพเดทถึง ตอนที่ 22 คืนแห่งความลับและบทลงโทษ 🔥💦🌊
🌸✨
“แก๊งเราครบ!”
เสียงไอ้พิมตะโกนลั่นร้าน เหมือนจะกลบเพลง EDM ที่กำลังเปิดกระหึ่ม
ฉันณิชานันท์ ลาพักร้อนหนึ่งวันหลังจากปั่นงานโปรเจกต์ชาเย็นเพื่อสุขภาพจนหัวแทบไหม้ แค่ได้ออกมานั่งร้านเหล้าชิว ๆ กับเพื่อนสมัยเรียน ฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
“ณิชา แกหายหัวไปเลยนะ”
“ใช่! มีแฟนแล้วไม่สนเพื่อน!”
มิ้นกับแป้งใส่ฉันคนละชุดก่อนจะยกแก้วที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เจือปนอยู่ดื่มอย่างสุขใจ
ณิชาหัวเราะแห้ง ๆ “เปล๊า...เปล่าเลยจ้า ยังไม่มีแฟน แค่...ทำงานหนักเฉย ๆ”
แต่ก็พูดไปงั้นแหละ ใจมันก็แอบตึกตักทุกครั้งที่ใครพูดถึงคำว่า ‘แฟน’ ใครบางคนลอยเข้ามาในหัวแบบไม่ทันตั้งตัว...
เวธกา...
เพลงเริ่มเปลี่ยนจังหวะเป็นบอสซ่าช้า ๆ แสงไฟก็หรี่ลง พนักงานเดินมาเสิร์ฟเครื่องดื่มอีกแก้ว ฉันยกขึ้นจิบเบา ๆ แอลกอฮอล์แผ่ซ่านจนรู้สึกผ่อนคลาย แต ่ใจกลับยังรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมา เพราะใครบางคนที่ไม่ยอมส่งข้อความมาเลย...
“หน้าแดงแล้วนะ!” มิ้นที่นั่งข้างๆ เอ่ยขึ้นพลันสังเกตเห็นว่าเพื่อนสาวยกแก้วดื่มบ่อยผิดปกติ
“พวกแกอะ อย่ามาแซว!” ณิชาหัวเราะก่อนจะโยนหมอนอิงใส่เพื่อนข้างตัว
ฉันหลับตาแป๊บเดียว...ความทรงจำที่ทะเลก็ไหลย้อนเข้ามาเหมือนพายุ ริมระเบียง เสียงคลื่น และริมฝีปากที่นุ่มนวล... ฉันรีบลืมตาแล้วกระดกเหล้าในแก้วทันที
“เมาก็ลืมได้” ฉันพึมพำเบา ๆ แต่ลึก ๆ ก็รู้...ไม่มีทางลืม
.
เวธกากลับถึงไทยเมื่อคืนก่อน ยังไม่ทันได้เข้าบริษัท ลูกน้องก็ส่งเมสเสจรายงานมา
“คุณณิชานันท์ไม่อยู่ที่ออฟฟิศวันนี้ค่ะ ดูเหมือนจะลาพักร้อนนะคะบอส”
ฉันยืนอยู่ริมหน้าต่างชั้น บนของบ้าน พลางมองออกไปในความมืด เสียงข้อความนั้นยังวนอยู่ในหัว
“ลาพักร้อน...?” ฉันกลับมา ไม่ได้เจอหน้าเธอมาหลายวัน แต่แทนที่จะได้พูด ได้สบตา ได้รู้ว่าเธอคิดถึงไหม...
เธอกลับ...หนีเที่ยว?
ฉันโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ความหงุดหงิดแปลก ๆ แทรกซึมเข้ามาเหมือนหมอกบาง เธอรู้ไหมว่า ฉันผ่านอะไรมาบ้าง สะสางอดีตเพื่อให้กลับมาหาเธอโดยไม่มีอะไรค้างคา แต่พอกลับมา เธอก็ไม่อยู่ เหมือนกับว่า...ฉันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว ฝ่ามือหนาคว้าเสื้อเชิ้ตมาสวมลวก ๆ ก่อนจะเดินไปหยิบกุญแจรถ คืนนี้ ฉันจะหาตัวเธอให้เจอ
แล้วจะ ‘ลงโทษ’ ให้เธอจำ...ว่าใครเป็นเจ้าของหัวใจเธอกันแน่
.
“ฉี่แป๊บนึงนะ!” ณิชาตะโกนบอกเพื่อน ก่อนเดินออกจากโซนเพลงดังไปเข้าห้องน้ำ
ในกระจก ฉันเห็นตัวเองหน้าแดงจัดหัวใจมันสั่นไปหมด ไม่รู้เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเพราะความคิดถึง พลางหยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้ง
ไม่มีข้อความ
ไม่มีแม้แต่การอ่าน
...แล้วเธอกำลังทำอะไรอยู่
ร่างบางพ่นลมหายใจแรง ๆ เดินกลับไปหากลุ่มเพื่อน แต่ยังไม่ทันถึงโต๊ะดี ใครบางคน...ในชุดเชิ้ตสีดำสนิท ก็เดินเข้ามาในร้านอย่างเงียบเชียบ แสงไฟสลัว แต่ฉันจำเธอได้ทันที
หัวใจฉันเหมือนหยุดเต้นเธอยืนอยู่ไม่ไกลนัก ดวงตาคมยังจ้องมาที่ฉันราวกับมองทะลุทุกอย่าง
“...คุณเวธกา...” ฉันพึมพำโดยไม่รู้ตัว
“เพื่อนใครอะ หล่อจังวะ”
“ไม่ใช่ผู้ชายเว้ย! นั่นมัน...เวธกา!”
“เฮ้ย จริงดิ?!”
เสียงเพื่อน ๆ ซุบซิบกันรัว ฉันรีบหันไปทำมือห้าม
เวธกาเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า แค่กลิ่นน้ำหอมของเธอก็ทำเอาฉันแทบทรุด
“สนุกดีไหม?” เธอถามเสียงเรียบ
“...ค่ะ?”
“ลาพักร้อนเพื่อมาปลดปล่อยสินะ” น้ำเสียงเธอเย็นเฉียบแต่แววตากลับมีอะไรบางอย่าง
ฉันเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ
“กลับบ้านกับฉัน” เธอพูดจบก็หันหลังทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบ
‘แล้วทำไมฉัน...ต้องไปด้วยละ’ ร่างบางกำลังจะเดินไปนั่งแต่ก็โดนกระชากมือลากออกไปจากตรงนี้
“...ไม่ไปค่ะ” ฉันสูดหายใจลึก บอกปัดออกไปในที่สุด
เวธกาชะงัก หันกลับมามองร่างหญิงสาวนิ่ง ๆ ก่อนที่ฝ่ามือเย็นเฉียบจะกุมแน่นขึ้นแล้วลากฉันไปอย่างไม่มีคำอธิบาย
“เฮ้...เวธกา!” ฉันตกใจจนเกือบสะดุดขาตัวเอง
“ฉันไม่ได้ขออนุญาต” เธอกระซิบเบา ๆ ข้างหู
มือของเธอ...อุ่นจัด ต่างจากสีหน้าที่เย็นชาของเธอลิบลับ สัมผัสนั้นแน่นหนาแต่ไม่เจ็บปวด คล้ายจะบอกว่า ‘ถ้าหนีอีกครั้ง ฉันจะตามจนถึงที่สุด’
และไม่รู้เพราะอะไร...ฉันถึงไม่ขืนมือเลยแม้แต่นิด แค่ถูกกอบกุมไว้แบบนั้น หัวใจก็เต้นแรงจนแทบกลบเสียงเพลงในร้าน
เวธการู้ว่าเธอจะปฏิเสธเด็กคนนี้มีความดื้อในแบบที่ฉัน...อดไม่ได้ที่จะอยาก ‘กำราบ’ ด้วยตัวเอง มือเล็ก ๆ ของเธอสั่นเล็กน้อยในฝ่ามือฉัน
แต่เธอไม่ได้ดึงกลับ ไม่ร้องโวยวาย ไม่มีแม้แต่คำถามและนั่นยิ่งทำให้ฉันอยาก...มากขึ้นไปอีก หญิงสาวตัวเล็กในสายตาฉันวันนี้ เปลี่ยนไปจากเด็กฝึกงานในชุดเรียบร้อยจนแทบกลืนไปกับพื้นสำนักงาน
ตอนนี้... เธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวผ้าบางเนื้อดี สีขาวสะอาด ที่ปลดกระดุมบนเพียงหนึ่งเม็ด เผยให้เห็นต้นคอระหง และไหปลาร้าเล็ก ๆ ที่เรียบเนียนจนอยากแนบฝ่ามือเข้าไปสัมผัส เธอสวมกางเกงยีนส์เอวสูงขาสั้นพอดีต้นขา โชว์เรียวขาเนียนที่ขาวจนแสงไฟร้านสะท้อนวูบวาบ ยิ่งเวลาขยับเดินเบา ๆ ขาเล็ก ๆ นั่นก็ยิ่งดูเปราะบาง น่าทะนุถนอม...ริมฝีปากที่ถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีชมพูกุหลาบแห้ง ดูอ่อนหวานแต่เจือยั่วเย้าเล็ก ๆ ตาโตถูกแต่งเบา ๆ ด้วยสีน้ำตาลอมทองที่เหมือนมีประกายวับแวม ถึงจะไม่ได้แต่งหน้าเข้ม แต่นั่นยิ่งทำให้ใบหน้าเล็ก ๆ นั่นชัดเจนจนยากละสายตากลิ่นหอมจาง ๆ ของน้ำหอมกลิ่นแป้งเด็กปะปนกับกลิ่นตัวสะอาดของเธอลอยมากระทบปลายจมูกฉัน พร้อมกับแววตาที่มองมาอย่างไว้ใจ โดยไม่รู้เลยว่าเธอกำลัง ‘ยั่ว’ ฉันในแบบที่เธอไม่ตั้งใจและยิ่งเธอไม่ตั้งใจมันก็ยิ่งยากจะห้ามใจไม่ให้ ‘อยาก’ มากกว่านี้
ณิชาได้แต่ลอบมองเวธกาที่ขับรถโดยไม่พูดไม่จาทำให้บรรยากาศตึงเครียดจนรู้สึกอยากวาปหายตัวไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด
เรากลับถึงคอนโดเงียบ ๆ ไม่มีคำพูดใด ๆ แต่บรรยากาศข้างในกลับร้อนกว่าแสงไฟในร้านเหล้าเมื่อครู่
ฉันเดินผ่านประตูเข้ามา ก่อนจะถูกเวธกาผลักติดผนังเบา ๆ
“อ๊ะ! ” ณิชาร้องเสียงหลง
“เธอหนีฉัน ทำไม?” เสียงอ๊ะของเธอนี่มันช่างปลุกเสือในตัวซะจริง ณิชา
น้ำเสียงของเวธกาเหมือนคนใจเย็น แต่ฉันรู้ว่าเปล่าเลย...เธอกำลังจะระเบิด
“ฉัน...ไม่ได้หนี” ร่างเล็กเสียงสั่น ทั้งจากความรู้สึกผิด และ...บางอย่างที่เกาะกุมในหัวใจ
เวธกาไม่พูดอะไรอีก ริมฝีปากของเธอแตะลงที่ต้นคอฉัน เบาและอ้อยอิ่ง แล้วจู่ ๆ ก็แรงขึ้นในแบบที่ฉันต้องขยุ้มเสื้อเธอแน่น ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ลมหายใจเธอร้อนจัด เป่ารดที่ซอกคอฉันอย่างจงใจ มือหนึ่งเลื่อนต่ำลงมาแตะที่แผ่นหลังราวกับจะปลดเปลื้องทุกกำแพง ก่อนจะเงยหน้าทาบริมฝีปากกดจูบบดเบียดละเมียดละไม กวาดลิ้นไปทั่วทุกซอกทุกมุม กระตุ้นความรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัว มือทั้งสองขยับโอบกอดรอบต้นคอของอีกฝ่าย กอดจูบดูดดื่มกันสักพักใหญ่ ความรู้สึกที่เสียใจก่อนหน้านี้กลับมะลายหายไปเสียดื้อๆ ‘ณิชาเธอมันใจง่าย’ ฉันที่ก่นด่าตัวเองในใจ ก่อนจะรู้ตัวว่าร่างกายได้เปลือยเปล่า พร้อมกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น
“จำไว้นะ...ว่าเธอเป็นของใคร” เสียงแหบพร่าของเวธกากระซิบข้างหู ที่ทำให้ใจเหมือนจะกระโดดออกมา ก่อนจะโดนช้อนตัวอยู่ในอ้อมแขนเธอ





















