Automatically translated.View original post

✨Share the first jobber experience within 6 months. Work 3 places!✨

First jobber who turns juicy jobs. That's me!! 🙂 ↕️

Let's expand the first bot that we don't like many cultures, such as Ofree?! Let's come to work on Saturday Sunday but don't have any overtime, which is not just twice, many times. Get it! Also, we have to stay in the evening even without work and work done because they see that we have a sacrifice for the organization. Huh!! Why not hire a security class? Lah, and finally, Chief Uma 🤢 asked to not mention. The elder in the department resigned juicy, left the floor with the boss. What do you think? Run away. Wait for what? 😑 And the boss resigned with the floor. The department collapsed. In the end, thank you to the second bot who took me to adopt. Love 😍, but I have to shake my hips to where I like. 😚

This is our past experience. I hope it will benefit everyone.

# Work experience # Move jobs # Resign # firstjobber # Bingo

2025/11/2 Edited to

... Read moreสำหรับเพื่อนๆ ที่เป็น first jobber แล้วรู้สึกว่า “งานแรกไม่ใช่” อยากบอกว่าไม่แปลกเลย เราเองเคยเปลี่ยนงานถี่มากในช่วงสั้นๆ เพราะเจอทั้งเรื่องวัฒนธรรมองค์กรและรูปแบบการทำงานที่ไม่แฟร์ โดยเฉพาะประเด็น “โอฟรี” หรือการขอให้อยู่ต่อทั้งที่งานเสร็จแล้ว แต่ถูกมองว่าเป็นเรื่องของความเสียสละ อันนี้ทำให้เราเครียดมาก เพราะมันไม่ใช่การพัฒนาตัวเอง แต่เป็นการเอาเวลาไปแลกกับอะไรที่ไม่ชัดเจน ถ้าตอนนี้กำลังชั่งใจว่าจะลาออกดีไหม เราแนะนำให้ลองเช็ก 3 อย่างก่อน 1) ปัญหาที่เจอแก้ได้จริงไหม: เช่น คุยกับหัวหน้า/HR แล้วมีแนวโน้มดีขึ้นหรือเปล่า ถ้าคุยแล้ววนลูปเดิมๆ หรือโดนกดดันหนักขึ้น อาจเป็นสัญญาณว่าโครงสร้างที่นี่ไม่เหมาะกับเรา 2) สุขภาพกายใจเริ่มพังไหม: นอนไม่หลับ ร้องไห้ก่อนเข้างาน หรือกลัววันจันทร์มากๆ สำหรับเรา นี่คือไฟแดง เพราะงานควรทำให้เราเติบโต ไม่ใช่หมดแรง 3) เราได้เรียนรู้อะไรบ้างแล้ว: ต่อให้เป็นช่วงสั้นๆ ก็เอามาเขียนเป็นสกิลได้ เช่น การประสานงาน การทำรายงาน การคุมหน้างาน (ถ้าเป็นสายวิศวกรโครงการ/โครงการ) หรือการทำงานกับระบบโรงงานญี่ปุ่นที่เน้นมาตรฐานและความละเอียด เรื่อง “ทำงาน 3 ที่ใน 6 เดือน” หลายคนกลัวว่าจะดูไม่ดีในเรซูเม่ เรามองว่าทำให้อธิบายได้ก็พอ วิธีที่เราใช้คืออธิบายแบบสั้น กระชับ และโฟกัสที่เหตุผลเชิงงาน เช่น “ปรับตัวกับวัฒนธรรมองค์กรไม่ได้” หรือ “บทบาทงานไม่ตรงกับที่ตกลง” ไม่ต้องเล่าดราม่าเยอะ แต่ให้เน้นว่าเราเรียนรู้อะไร และตอนนี้มองหาสภาพแวดล้อมแบบไหน อีกอย่างที่ช่วยมากคือการ “เช็กงานใหม่ก่อนย้าย” ลองถามตอนสัมภาษณ์ตรงๆ แบบสุภาพว่า - มี OT ไหม คิดยังไง จ่ายอย่างไร - วัฒนธรรมการทำงานหลังเลิกงานเป็นแบบไหน - ทีมมีคนกี่คน หัวหน้าดูแลใกล้ชิดแค่ไหน - KPI/ความคาดหวังช่วงทดลองงานคืออะไร คำถามพวกนี้ช่วยกรองที่ทำงานที่ไม่เหมาะได้ดี โดยเฉพาะ first jobber ที่ยังไม่คุ้นกับสัญญาณเตือน สุดท้าย ถ้าเรามีโอกาสที่ดีกว่า เช่น สอบผ่านรัฐวิสาหกิจหรือได้งานที่ตรงทางมากๆ เราว่าคว้าไว้ได้เลย ชีวิตการทำงานยาวมาก งานแรกไม่จำเป็นต้องเป็นงานสุดท้าย ขอแค่เราตัดสินใจบนข้อมูล รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อความสุขของตัวเองก็พอค่ะ