เมื่อ Blue Bottle อาจจะกลายเป็นแบรนด์จีน ที่มี Luckin Coffee อยู่เบื้องหลัง ดีลนีัเป็นไปได้มั้ย? #ลงทุน #luckincoffee #เที่ยวต่างประเทศ #bluebottle
ถ้าพูดถึง “Luckin Coffee” หลายคนอาจนึกถึงแบรนด์กาแฟจีนที่โตไวมาก และเคยมีประเด็นปลอมตัวเลขในอดีตจนเป็นข่าวใหญ่ แต่ช่วงหลังภาพรวมเขากลับมาฟื้นตัวแรง เปิดสาขาแบบรัว ๆ และมีฐานลูกค้าจำนวนมหาศาลจากแอป/เดลิเวอรี ตรงนี้แหละที่ทำให้ข่าวลือเรื่อง “Luckin อาจเล็ง Blue Bottle” ดูไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน เพราะมันเป็นวิธีลัดที่จะกระโดดจากตลาดแมสไปแตะพรีเมียมได้ทันที ในมุมคนดื่มกาแฟ ฉันมองว่าเหตุผลที่คนสนใจดีลนี้ เพราะ Blue Bottle เป็นภาพจำของกาแฟสเปเชียลตี้ที่ “แบรนด์เท่ + มาตรฐานสูง” โดยเฉพาะไลน์สินค้าที่เล่าเรื่องเมล็ด/กระบวนการชงได้ดี และถ้านึกถึงสาขาต้นทางอย่างฝั่งสหรัฐฯ คนก็จะผูกกับเมืองอย่าง San Francisco (หลายคนเสิร์ชหา “blue bottle san francisco” เพื่อหาโลเคชัน/ประสบการณ์ร้าน) ทำให้ความเป็นแบรนด์ออริจินัลมีมูลค่าสูงมาก ถ้า Luckin ได้สิทธิ์เข้ามาบริหารหรือถือหุ้นในทางใดทางหนึ่ง สิ่งที่ “ได้ทันที” คือภาพลักษณ์พรีเมียม และความน่าเชื่อถือในสายกาแฟจริงจัง (ซึ่งปกติสร้างเองใช้เวลานาน) แถมยังต่อยอดได้ด้วยซัพพลายเชนและสปีดการขยายสาขาที่ Luckin ถนัดมาก ๆ ถ้ามองเชิงธุรกิจ นี่คือกลยุทธ์ high-low strategy แบบชัดเจน: มีทั้งแบรนด์แมสที่ทำยอด และมีแบรนด์พรีเมียมไว้ดึงกำไร/ภาพลักษณ์ แต่สิ่งที่คนกังวล (รวมถึงฉัน) คือ “ความพรีเมียมจะถูกความแมสกลืนไหม” เพราะลูกค้า Blue Bottle หลายคนยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อประสบการณ์ในร้าน คุณภาพนม/เมล็ด การคุมรสชาติ และความสม่ำเสมอ ถ้าถูกเร่งขยายสาขาหนัก ๆ อาจเสี่ยงเรื่องมาตรฐาน บางคนอาจรู้สึกว่าแบรนด์ไม่เหมือนเดิม ถึงจะไม่ได้แปลว่าคุณภาพต้องตกเสมอไป แต่ perception ของลูกค้าพรีเมียมไวต่อการเปลี่ยนแปลงมาก ถ้าจะประเมิน “ดีลนี้เป็นไปได้แค่ไหน” ฉันจะดู 3 อย่างนี้เป็นหลัก: (1) โครงสร้างเจ้าของปัจจุบัน/สิทธิ์ในแต่ละประเทศ เพราะบางแบรนด์แยกสิทธิ์บริหารเป็นภูมิภาค (2) เหตุผลฝั่งผู้ขาย—เช่นต้องการทำกำไร ปรับพอร์ต หรือไม่เน้นพรีเมียม (3) แรงจูงใจฝั่งผู้ซื้อ—ต้องการฐานลูกค้าพรีเมียม, เมล็ด/ซัพพลายเชน, หรือแค่แบรนด์ไปต่อยอด สุดท้ายถ้าดีลเกิดจริง ฉันว่าภาพที่น่าจะเห็นคือ Blue Bottle ขยายไวขึ้น (โดยเฉพาะตลาดที่ยังโตได้) แต่โจทย์ใหญ่คือจะรักษาคาแรกเตอร์แบบ “specialty premium” ได้แค่ไหน และสาขาในเมืองท่องกาแฟอย่าง San Francisco จะยังคุมประสบการณ์ได้เหมือนเดิมหรือเปล่า ใครคิดว่าแบรนด์พรีเมียมควรโตช้าดีกว่าโตเร็ว มาแลกมุมมองกันได้เลย


