คน 60% ยังรูดแบบผิดๆ จ่ายแพงไม่จำเป็น มาทวนกันอีกครั้งกับการใช้บัตรเครดิตที่ต่างประเทศ #เที่ยวต่างประเทศ #บัตรเครดิต #ลงทุน #ธนาคาร
ประสบการณ์ใช้บัตรเครดิตต่างประเทศของผมเอง พบว่าสิ่งที่หลายคนไม่รู้คือการกดเลือกประเภทสกุลเงินที่ถูกต้องบนเครื่องรูดบัตรสำคัญมาก โดยเฉพาะการเลือก "Local Currency" แทนที่จะเป็น "Dynamic Currency Conversion" (DCC) ที่หลายคนเผลอเลือกเพราะเห็นเป็นสกุลเงินบาทไทยแล้วรู้สึกสะดวก แต่อันที่จริงแล้ว DCC จะคิดเรทแลกเปลี่ยนที่สูงกว่ากว่าธนาคารโดยตรง อาจทำให้จ่ายแพงกว่าเกือบ 7% เช่นเดียวกับตัวอย่างที่ผมเจอซื้อสินค้าด้วยเงินเยน แม้จำนวนเงินไม่มากแต่ก็เสียเงินเกินจำเป็นถึงประมาณ 70 บาท ซึ่งถ้ารูดในสกุลเงินท้องถิ่น จะถูกกว่าและหลายบัตรเครดิตยังมีโปรโมชันสะสมแต้มและเงินคืนที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายอีกด้วย นอกจากนี้ ลองสังเกตเวลาชำระเงินตามตู้หรือเครื่องรูดบัตร ว่าตัวเลือกที่แสดงขึ้นมาในหน้าจอของเครื่องคืออะไร อย่าใจร้อนกดเลือกแบบที่เครื่องแสดงเป็นสกุลเงินบาท เพราะมันอาจจะทำให้คุณโดนค่าธรรมเนียมแปลงเงินที่สูงกว่าจริง ๆ โดยเฉพาะกับการเดินทางหลายประเทศหรือการซื้อของออนไลน์ต่างชาติที่มีค่าเงินผันผวน การเลือก Local Currency จะช่วยให้ใช้เรทแลกเปลี่ยนที่ธนาคารกำหนดเอง ซึ่งส่วนใหญ่จะดีกว่า ถ้าใครชอบสะสมแต้มและโปรเงินคืน การดูโปรโมชั่นของบัตรเครดิตแต่ละใบก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะบางบัตรก็มีโปรเจาะจงสำหรับใช้จ่ายต่างประเทศ โดยเฉพาะบัตรที่มีค่าธรรมเนียมรายปีคุ้มค่าด้วยเครดิตเงินคืนหรือคะแนนสะสมที่ได้กลับมา ซึ่งสามารถลดต้นทุนการเดินทางและทำให้เที่ยวต่างประเทศด้วยงบประมาณจำกัดได้อย่างสบายใจขึ้น โดยสรุปแล้ว เพื่อป้องกันการเสียเงินเกินจำเป็นและไม่ถูกหลอกด้วยเรทแลกเปลี่ยนที่แพง แนะนำให้เลือกจ่ายในสกุล Local Currency ตลอดเวลา หมั่นตรวจสอบบิลบัตรเครดิตและเก็บใบเสร็จเพื่อเปรียบเทียบราคา รวมถึงศึกษาข้อกำหนดของบัตรเครดิตที่ใช้ด้วยจะดีที่สุด


