ในวันที่การซื้อทองเป็นการเหมือนการขึ้นรถไฟเหาะ
อาทิตย์ที่แล้วยัง 80,000 บาท ต่อ 1 บาทอยู่เลย วันนี้เหลือแค่ 70,000 บาทนิดๆ
.
จังหวะที่ทองลงมานี้อาจจะเป็นจังหวะที่หลายๆคนเล่งไว้อยู่ แต่บางคนอยากลงทุนทองแต่ไม่รู้จะลงทุนช่องทางไหนดี
.
ผมสรุป ช่องทางการลงทุนทองคำ สำหรับแต่ละสายให้ให้คร่าวๆ ดังนี้ครับ
.
1. สายจับต้องได้ (Physical Gold) => ตามสไตล์ดังเดิม สามารถซื้อได้ตามร้านทองเยาวราชและสาขาทั่ วประเทศ
.
ช่องทางนี้จะเป็นช่องทางเดียวที่เราจะได้จับทองที่เป็นทองจริงๆ ณ วันที่เราซื้อเลย แต่อาจจะต้องต่อคิว ใช้เวลาในการเดินทางไป
.
2. สายดิจิทัล (Online Trading & Savings) => รวดเร็ว ปลอดภัย ปี 2026 คือยุคทองของแอปพลิเคชันครับ ไม่ต้องไปต่อคิวที่ร้านทองอีกต่อไป แอปฯ ร้านทอง (เช่น GOLD NOW, MTS Gold, YLG)
.
เริ่มต้นออมได้ตั้งแต่ 100 - 1,000 บาท ทยอยสะสมไปเรื่อยๆ พอครบน้ำหนักก็ค่อยนำมาแลกเป็นทองจริงๆได้ ซื้อแบบนี้
.
จะเป็นการเทรด แบบ Real-time อิงตามราคาของตลาดโลกเลย
.
3. สายลดหย่อนภาษี (Tax-Advantaged Investment) => เพื่ออนาคต สายนี้ซื้อทองจะซื้อถูกกว่าสายอื่น สมมุติเราโดนภาษี 20% เราซื้อทอง 100,000 เหมือนเราซื้อทองแค่ 80,000 เท่านั้น
.
ไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บรักษาด้วย แต่ข้อเสียเราจะปฏิบัติตามข้อกฎหมายเพื่อให้โดยเรียกภาษีคืน
.
4. สายทำกำไรในสนามใ หญ่ (Financial Markets) => สำหรับผู้เชี่ยวชาญ ก็จะเป็นการเทรดทองผ่าน
.
GOLD ETF เทรดทองเหมือนเทรดหุ้นไปเลย ราคาเคลื่อนไหวตามทองคำโลกแบบเป๊ะๆ คล่องตัวสูงมาก
.
TFEX Gold Futures การซื้อขาย "สัญญาล่วงหน้า" เหมาะสำหรับสายเก็งกำไรที่ต้องการใช้เงินน้อย (Leverage) เพื่อทำกำไรทั้งขาขึ้นและขาลง แต่ความเสี่ยงสูงมากครับ
.
💡ทุกคนอาจจะชอบไม่เหมือนกันแต่อยากจะแนะนำประมาณนี้ครับ
อยากเก็บเป็นมรดก/อุ่นใจ => ซื้อ ทองแท่งจริง
มนุษย์เงินเดือน/อยากลดภาษี => ซื้อ Gold RMF
วัยรุ่นสร้างตัว/งบน้อย=> เริ่มที่ แอปฯ ออมทอง
นักเก็งกำไรมือโปร=> ไปที่ Gold ETF หรือ Futures






