ขนมดอกจอกสูตรเจ🪷
ส่วนผสม
แป้งข้าวเจ้า 500 กรัม
แป้งมัน 100 กรัม
น้ำตาลทราย 300 กรัม
เกลือ 1 ช้อนชา
กะทิ 500 กรัม
ใบเตยปั่นกับน้ำปูนใส กรองเอาแต่น้ำ 150 กรัม
น้ำปูนใส 150 กรัม
ผงมันม่วง และผงสตรอว์เบอร์รี่ปริมาณตามชอบ
-ปั่นใบเตย 100 กรัมกับน้ำปูนใส 200 กรัม คั้นเอาแต่น้ำ 150 กรัม พักไว้
- ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน น้ำตาล เกลือเข้าด้วยกัน เติมกะทิ คนจนไม่เหลือเม็ดแป้ง แบ่งแป้งที่ได้ออกเป็นสองส่วน
- ส่วนแรกผสมน้ำใบเตย
- ส่วนที่สองผสมน้ำปูนใส แล้วแบ่งออกมาใส่ผงมันม่วงและผงสตรอว์เบอร์รี่
- พักแป้ง 30 นาที ก่อนลงทอดใส่งาดำลงไปผสม
- ตั้งกระทะใส่น้ำมัน นำพิมพ์ดอกจอกจุ่มลงในน้ำมันให้ร้อนไปพร้อมๆกัน
- เมื่อน้ำมันร้อน ยกพิมพ์ขึ้นสะเด็ดน้ำมันเล็กน้อย จุ่มลงในแป้งให้เสมอขอบพิมพ์ แล้วจุ่มลงในน้ำมัน ค้างไว้ 3-4 วินาทีค่อยสลัดให้แป้งหลุดออก
- ทอดจนขนมสุก ตัดขึ้นมาดัดบนถ้วย
เวลาเสิร์ช “ขนมดอกจอก” หลายคนจะติดตรง “ทำไมไม่กรอบ/ทำไมติดพิมพ์/ทำไมอมน้ำมัน” เราลองทำมาหลายรอบแล้วสรุปเป็นทริกเล็กๆ ที่ช่วยให้ขนมดอกจอกออกมาฟูโปร่ง กรอบนาน และสีสวยแบบที่ตั้งใจค่ะ 1) เลือกความเข้มของน้ำปูนใสให้พอดี น้ำปูนใสช่วยให้เนื้อขนมแข็งตัวไวและกรอบ แต่ถ้าเข้มเกินไปจะกระด้างและมีกลิ่นปูนบางๆ แนะนำใช้น้ำปูนใสที่ “ใสจริง” (ตักเฉพาะน้ำใสด้านบน ไม่เอาตะกอน) แล้วพักแป้งตามสูตรประมาณ 30 นาที จะช่วยให้แป้งเซ็ตตัวและทอดง่ายขึ้น 2) เช็กความข้นของแป้งก่อนทอด แป้งที่ดีควร “เคลือบพิมพ์ได้เสมอขอบ” แต่ไม่หนาจนเป็นก้อน ถ้าคนแล้วรู้สึกข้นมาก ให้เติมกะทิหรือน้ำใบเตยทีละนิดจนแป้งไหลเป็นริบบิ้น ถ้าเหลวเกินไป ขนมจะบางแตกง่ายและไม่ค่อยเป็นทรง (แก้ด้วยเติมแป้งข้าวเจ้าเล็กน้อยแล้วคนให้เนียน) 3) ทริกกันแป้งติดพิมพ์ดอกจอก พิมพ์ต้องร้อนจริง: จุ่มพิมพ์ดอกจอกลงในน้ำมันพร้อมตั้งไฟจนพิมพ์ร้อน จากนั้นยกขึ้น “สะเด็ดน้ำมันแป๊บเดียว” แล้วค่อยจุ่มลงแป้ง โดยจุ่มแค่เสมอขอบพิมพ์ ห้ามให้แป้งท่วมพิมพ์ เพราะจะหลุดยากและทำให้ดอกไม่สวย 4) จังหวะสลัดให้หลุดสวย หลังจุ่มแป้งลงน้ำมัน ให้ค้างไว้ประมาณ 3–4 วินาที แล้วค่อยสะบัดเบาๆ หรือใช้ส้อมช่วยแซะนิดเดียว ขนมจะหลุดออกมาเป็นกลีบชัด ไม่ฉีกขาด 5) คุมไฟให้กรอบและไม่อมน้ำมัน ใช้ไฟกลางค่อนอ่อนสม่ำเสมอ ถ้าน้ำมันไม่ร้อนพอ ขนมจะอมน้ำมันและไม่กรอบ แต่ถ้าร้อนจัดจะไหม้ไวโดยยังไม่กรอบด้านใน เราชอบลองหยดแป้งนิดเดียว ถ้าฟูขึ้นรอบๆ ทันทีแปลว่าใช้ได้ 6) สีธรรมชาติให้สวยขึ้น (ใบเตย/มันม่วง/สตรอว์เบอร์รี่) น้ำใบเตยที่ปั่นกับน้ำปูนใสแล้วกรอง จะให้กลิ่นหอมและสีเขียวละมุน ส่วนผงมันม่วงและผงสตรอว์เบอร์รี่ให้ค่อยๆ เติมแล้วคนจนสีเนียน เพื่อไม่ให้เป็นจุดๆ ถ้าอยากได้โทนพาสเทลให้ลดปริมาณผงลง 7) ทำให้ “กรอบนาน” หลังทอด ยกขึ้นพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน แล้วดัดทรงบนถ้วยตอนยังร้อนเล็กน้อย รอให้เย็นสนิทก่อนเก็บ ใส่กล่อง/โหลที่ปิดสนิทและรองทิชชู่ซับมันนิดหน่อย จะช่วยรักษาความกรอบของขนมดอกจอกได้ดีมากค่ะ ถ้าอยากทำขายหรือทำแจก แนะนำทอดทีละรอบเล็กๆ เพื่อคุมไฟและความกรอบให้เท่ากันทุกชิ้น รับรองขนมดอกจอกออกมาสวย กรอบ หอมกะทิและใบเตยสุดๆ




























ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม