6 นิสัยการกินที่ไม่ดี ทำให้สุขภาพพังและลดน้ำหนักไม่สำเร็จ
ปกติแล้วใช้วิธีไหนบ้างเมื่อต้องการจะลดหรือควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย? ลดอาหาร? ควบคุมแคลอรี่? งดอาหารที่ชอบ? และอีกสารพัดวิธีที่จะสรรหาทำ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าอาจเป็น นิสัยการกินที่ไม่ดี ที่สุด ที่จะทำให้ระบบเผาผลาญพังโดยไม่รู้ตัว จะมีพฤติกรรมไหนบ้างมาดูกันเลยค่ะ
1.ได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ
โปรตีน เป็นสารอาหารประเภทหนึ่งที่สำคัญต่อระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกาย จากข้อมูลของ Nutrition & Metabolism พบว่า การบริโภคอาหารที่มีโปรตีนสูง มีความสัมพันธ์โดยตรงกับอัตราการเผาผลาญที่ดีขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าเราต้องให้ความสำคัญกับการบริโภคโปรตีนให้เพียงพอต่อวันด้วย
2.กินจุบจิบ
พฤติกรรมการกินเรื่อยๆ ต่อให้แม้จะกินไม่เยอะก็ตาม ก็ถือว่าไม่ดีกับร่างกายแล้ว เพราะทุกครั้งที่เราประทานอะไรเข้าไป ร่างกายเราจะอยู่ในโหมดของการสะสมพลังงานตลอดเวลา เราควรมีเวลาให้ร่างกายได้พักด้วยการไม่กินอะไรบ้าง ซึ่งจะทำให้ร่างกายกลับไปอยู่ในโหมดของการใช้พลังงาน
การงดกินจุบจิบก็คือการทำให้ระบบการเผาผลาญกลับไปสู่สภาวะปกติของร่างกายนั่นเอง
3.กินมื้อดึก
เวลานอนร่างกายไม่ไ ด้จำเป็นต้องใช้พลังงานมากมายสำหรับการนอนหลับ เราจึงไม่จำเป็นที่จะต้องรับพลังงานหรือกินอาหารแคลอรี่สูงในช่วงที่ใกล้เข้านอน
เพื่อให้ระบบเผาผลาญของเราทำงานสมดุลตามธรรมชาติ นักโภชนาการแนะนำให้กินมื้อเช้าที่บำรุงร่างกาย กินมื้อกลางวันเป็นมื้อใหญ่ ส่วนมื้อเย็นให้เป็นมื้อที่เล็กลง และงดมื้อดึก!
4.ไม่กินอาหารที่มีไฟเบอร์
ผักและผลไม้เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์หรือใยอาหาร ซึ่งเป็นส่วนช่วยที่สำคัญในการดูแลระบบเผาผลาญของร่างกายให้ทำงานเป็นปกติ กล่าวคือในกระบวนการย่อยอาหาร ไฟเบอร์จะเพิ่มอัตราและความสามารถในการเผาผลาญพลังงานให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ ไฟเบอร์ช่วยให้เราอิ่มท้องนาน จึงควบคุมระดับพลังงานได้ค่อนข้างคงที่ตลอดวัน ไม่เพียงเท่านั้น ไฟเบอร์ยังช่วยลดโอกาส เสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคมะเร็งด้วย
5.อดอาหารหรือควบคุมแคลอรี่ไม่ถูกวิธี
การจำกัดพลังงานจากอาหารหรือแคลอรี่ที่ได้รับในแต่ละวัน (กินให้น้อยกว่าที่ใช้) เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก แต่ถ้าเราได้รับพลังงานน้อยเกินไป จะส่งผลให้ระบบเผาผลาญพังได้ พูดง่ายๆ ก็คือ การควบคุมแคลอรี่เป็นสิ่งสำคัญในการลดน้ำหนัก แต่ร่างกายเราก็จำเป็นต้องรับแคลอรี่เพื่อไปเผาผลาญแคลอรี่เช่นเดียวกัน หากเราได้รับแคลอรี่น้อยเกินไปมากๆ (อดอาหารหรือคุมแคลอรี่ไม่ถูกวิธี) ร่างกายจะเข้าใจว่าเรากำลังอยู่ในภาวะขาดแคลนอาหาร และจะชะลอการเผาผลาญเพื่อให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอ
6.กินอาหารแปรรูปเป็นประจำ
การทำงานของระบบเผาผลาญของคนเรา จะขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารและประเภทของอาหารที่กินเข้าไป นักโภชนาการกล่าวว่าอาหารแปรรูปทั้งหลายไม่ดีต่อระบบเผาผลาญของร่างกาย เพราะอาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูปเป็นอาหารที่ย่อยเร็ว ที่สำคัญคือไม่มีใยอาหาร ระบบเผาผลาญจึงทำงานได้ไม่เต็มที่ ถ้าต้องการของว่างหรือขนมมาเคี้ยวเล่น แนะนำให้เลือกอาหารที่มีส่วนผสมของใยอาหาร เช่น ธัญพืชเต็มเมล็ด ถั่ว หรือผลไม้แทน
พฤติกรรมการกินที่ไม่ดี จะทำให้ระบบเผาผลาญพังโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นเราปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นกันเถอะค่ะ 💕
เมื่อพูดถึงการควบคุมน้ำหนัก หลายคนมักจะโฟกัสเพียงแค่การออกกำลังกายหรือการจำกัดอาหาร แต่ในความเป็นจริงแล้ว นิสัยการกินในชีวิตประจำวันที่ดูเหมือนไม่สำคัญกลับส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญอย่างมาก สิ่งที่ผมอยากแชร์คือประสบการณ์ตรงของตัวเองกับการแก้นิสัยกินที่ไม่ดี เพื่อให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้นและน้ำหนักลดอย่างยั่งยืน ผมเคยชอบกินจุบจิบโดยไม่ได้คิดว่ามันจะมีผลต่อระบบเผาผลาญ พอเลิกนิสัยนี้และตั้งใจเว้นช่วงการกินเป็นระยะ ๆ รู้สึกว่าร่างกายกลับมาใช้พลังงานได้ดีขึ้นจริง ๆ นอกจากนี้ การปรับอาหารโดยเพิ่มโปรตีน เช่น ไข่ ปลา และถั่ว ก็ช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องนานขึ้นและไม่ต้องกินบ่อย อีกอย่างที่สำคัญคือการไม่กินมื้อดึก เพราะช่วงนอนร่างกายใช้พลังงานน้อยมาก การรับประทานอาหารแคลอรี่สูงในช่วงนี้ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานหนักและเกิดการสะสมไขมัน ผมเลือกที่จะทานมื้อเย็นให้เบาลงและหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป ซึ่งส่วนใหญ่จะมีน้ำตาลและไขมันทรานส์สูง ไม่มีไฟเบอร์ ทำให้ระบบย่อยและเผาผลาญทำงานได้ไม่เต็มที่ ไฟเบอร์จากผักและผลไม้เป็นสิ่งที่ผมแนะนำให้เพิ่มในทุกมื้อเพราะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ไฟเบอร์ยังช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้ลดปริมาณการกินของขบเคี้ยวลงด้วย สุดท้ายเรื่องการควบคุมแคลอรี่อย่างเหมาะสมก็สำคัญมาก การอดอาหารหรือคุมแคลอรี่แรงเกินไปเคยทำให้ผมรู้สึกเหนื่อยล้าและระบบเผาผลาญช้าลง การกินในปริมาณที่พอเหมาะและเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงจึงเป็นการดูแลตัวเองที่ยั่งยืนกว่า การปรับเปลี่ยนนิสัยกินทีละเล็กทีละน้อยจะเห็นผลดีทั้งสุขภาพและความสำเร็จในการลดน้ำหนัก ที่สำคัญอย่าลืมฟังสัญญาณจากร่างกายและให้เวลากับตัวเองในการเปลี่ยนแปลง เพราะไม่มีสูตรลัดในการดูแลสุขภาพที่ดีนอกจากความสม่ำเสมอและการเอาใจใส่ในทุกมื้ออาหาร


