OVERTIME: เมื่อบทสนทนาหลังร้านปิดพาเราย้อนกลับไปบทที่ค้างคา

สัมผัสบรรยากาศความเรียลของชีวิตคนทำงานผ่านละครเวทีรูปแบบ Site-Specific ที่ใช้ร้านกาแฟจริงเป็นฉากหลังในการบอกเล่าเรื่องราว พื้นที่แห่งนี้จะพาคุณไปสำรวจความเหนื่อยล้า ความฝัน และสิ่งที่ยังคงติดค้างอยู่ในใจผ่านบทสนทนาธรรมดาที่ค่อยๆ ขยายตัวกลายเป็นคำถามสำคัญของชีวิต มอบมวลความรู้สึกที่แสนใกล้ตัวท่ามกลางกลิ่นอายของร้านกาแฟในยามค่ำคืนได้อย่างลึกซึ้งครับ 🏙️

..

.

🌧️ From a glimpse, into the full story 🌧️

.

..

การเดินทางของความรู้สึกในพื้นที่ที่คุ้นเคย 🌃

เสน่ห์ของละครเรื่องนี้คือการจัดแสดงหลังเวลาปิดร้านจริง ทำให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงความผ่อนคลายแต่แฝงไปด้วยความเข้มข้นของอารมณ์ขณะรับชมเรื่องราวของ “โอ๋” และ “นิว” ที่ถูกรบกวนด้วยการปรากฏตัวของ “แก๊ป” แฟนเก่าที่ยังคงแวะเวียนมาพร้อมสิ่งที่ค้างคา แสงไฟสลัวในร้านช่วยเสริมมิติให้บทสนทนาดูจริงจังและทรงพลัง ทำให้ช่วงเวลาหลังเลิกงานกลายเป็นพื้นที่แห่งการทบทวนตัวเองอย่างมีรสนิยม

.

ไฮไลท์ที่น่าสนใจ with phichit

🎭 Site-Specific Theatre: สัมผัสอรรถรสการชมละครในบรรยากาศร้านกาแฟจริงหลังเวลาปิด

👥 Special Guest: พบกับ โมสต์ วิศรุต และแขกรับเชิญที่จะเปลี่ยนไปตามแต่ละสถานที่ให้เซอร์ไพรส์

🗓️ Multi-Location: การแสดงจะย้ายไปตามร้านกาแฟ 3 แห่ง ได้แก่ Bedtime Storeys, Iki Haus และ Entrance Coffee

🎟️ Ticketing: เปิดจองบัตรราคาปกติ 750 บาท (Walk-in 790 บาท) จำนวนจำกัด

.

🪧 : รอบการแสดงเวลา 19:30 น. (ที่นั่งมีจำนวนจำกัด) ติดตามได้ที่ Fan Page ของ OVERTIME

🚕 : แนะนำให้ตรวจสอบพิกัดร้านในแต่ละสัปดาห์ก่อนการเดินทาง

.

One more thing: เรื่องราวของแต่ละคนในบทสนทนาของแต่ละวันแฝงไปด้วยความพิเศษและความลึกซึ้งของอารมณ์ ไม่ได้เพียงแค่ในบทละครเท่านั่นนะครับ ในชีวิตประจำวันเราเองก็แฝงไปด้วยความหมายและความรู้สึกที่ซ่อนอยู๋เสมอ OVERTIME ได้นำเรื่องราวของบทสนทนาช่วงเลิกงานมาให้ได้สัมผัสความธรรมดาที่พิเศษนี้กัน ☁️

.

#OVERTIME #ละครเวที #SiteSpecificTheatre #withphichit

Bedtime storeys
2/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมละครเวที Site-Specific อย่าง OVERTIME เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และน่าประทับใจมากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปะแบบอินติเมท (Intimate) กับเรื่องราวของชีวิตคนทำงานที่ถูกเล่าอย่างเรียลในบรรยากาศร้านกาแฟจริงหลังปิดร้าน การได้เข้าไปนั่งในพื้นที่ซึ่งปกติแล้วจะเป็นฉากหลังของเรื่องราวในชีวิตประจำวัน ทำให้บทสนทนาธรรมดาๆ ของตัวละครกลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงใจและน่าตราตรึงอย่างมาก ผมเองมีโอกาสได้ไปชมละครเรื่องนี้ในบรรยากาศเงียบสงบหลังร้านกาแฟปิด ได้สัมผัสถึงความรู้สึกผ่อนคลายผสมความเข้มข้นของบทสนทนา ที่พูดถึงความเหนื่อยล้า ความฝันที่ยังไม่ได้เติมเต็ม รวมถึงปมเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ค้างคาใจระหว่างโอ๋ นิว และแก๊ป แสงไฟสลัวในร้านกาแฟช่วยเพิ่มมิติในการสื่อสารอารมณ์ ทำให้บทสนทนาที่ดูธรรมดาเกิดความลึกซึ้งขึ้นทันที อีกสิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจคือการจัดการแสดงที่ย้ายไปตามร้านกาแฟ 3 แห่ง ซึ่งแต่ละสถานที่ก็มีบรรยากาศและลูกเล่นแตกต่างกัน ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าได้เปลี่ยนพื้นที่ทบทวนความคิดและตัวเองไปพร้อมกัน บรรยากาศจริงผสมกับบทละครสร้างความสมจริงและความรู้สึกเชื่อมโยงกับชีวิตมากกว่าการชมละครเวทีทั่วไป สำหรับใครที่ทำงานหนักและรู้สึกเหนื่อยล้า บทสนทนาใน OVERTIME นั้นนำเสนอความรู้สึกธรรมดาแต่ลึกซึ้ง ที่ทำให้เราได้หยุดคิดถึงตัวเอง และความสัมพันธ์ที่มีอยู่ในชีวิตประจำวัน สละเวลามาดูละครนี้จะได้ทั้งความเพลิดเพลินและแรงบันดาลใจ รวมถึงจุดเริ่มต้นสำหรับการย้อนมองตัวเองและก้าวเดินต่อไปอย่างมีสติ สุดท้าย ผมแนะนำให้ตรวจสอบรอบการแสดงและที่ตั้งร้านกาแฟก่อนการเดินทาง เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับประสบการณ์ละครเวทีที่ไม่เหมือนใครนี้