4สถานนะรหัสบูโรที่ยื่นกู้ผ่านได้

มาดูกันคร้าา

อำเภอเมืองขอนแก่น
2025/10/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเวลาเพื่อน ๆ ถามกันว่า “รหัสบูโรคืออะไร” หรือเห็นตัวเลขสถานะในเครดิตบูโรแล้วเครียด ก่อนอื่นอยากให้มองว่า “บูโร” คือประวัติสินเชื่อที่สถาบันการเงินใช้ดูความเสี่ยง ไม่ได้แปลว่ามีสถานะบางอย่างแล้วจะกู้ไม่ได้ 100% นะคะ แต่ต้องดู “รายละเอียดประกอบ” เช่น ยอดค้าง จำนวนงวดที่ค้าง และพฤติกรรมการชำระล่าสุดค่ะ จากที่หลายคนเจอบ่อย สถานะที่มักไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เช่น - สถานะ 10: ลูกค้าผ่อนปกติ (อันนี้โดยรวมสวยสุด) - สถานะ 11: ปิดบัญชีแล้ว (เป็นการปิดหนี้ถูกต้อง ไม่ใช่หนีหนี้) - สถานะ 44: โอน/ขายหนี้เพื่อปิดบัญชี เปลี่ยนเจ้าหนี้ใหม่ (ต้องดูว่าปิดจบแล้วหรือยัง และมีประวัติค้างก่อนหน้าหรือไม่) แล้วคำถามยอดฮิต “สถานะบูโร 21 ซื้อบ้านได้ไหม” โดยทั่วไปสถานะ 21 มักทำให้ธนาคาร “ระวัง” มากขึ้น เพราะมักเกี่ยวกับการค้างชำระ/ผิดนัดในช่วงหนึ่ง (หลายคนสับสนเพราะเห็นแค่เลขสถานะ แต่ไม่ดูบรรทัดรายละเอียด) ดังนั้นจะกู้บ้านได้ไหม คำตอบคือ “มีโอกาสได้” แต่ขึ้นกับเงื่อนไขเหล่านี้ค่ะ 1) ดูว่าค้างจริงกี่งวด และค้างนานแค่ไหน ถ้าเคยค้างไม่นาน แล้วกลับมาจ่ายปกติสม่ำเสมอหลายเดือน/หลายปี โอกาสจะดีขึ้นกว่าค้างต่อเนื่องยาว ๆ 2) เช็กว่ามี “ยอดค้างชำระ” เหลืออยู่หรือไม่ ถ้ายังมียอดค้าง ธนาคารส่วนใหญ่จะให้เคลียร์ให้เรียบร้อยก่อนยื่นกู้ (หรืออย่างน้อยต้องมีแผนปิดหนี้ชัดเจน) 3) ระยะเวลาหลังปิดหนี้/ปรับโครงสร้าง หลายคนที่เคยมีประวัติสะดุด ถ้าปิดหนี้แล้วและรักษาวินัยการเงินต่อเนื่อง จะช่วยให้ภาพรวมดีขึ้นเวลายื่นกู้บ้านค่ะ 4) เตรียมเอกสารและ “เหตุผล” ให้ชัด ถ้าเคยพักชำระตามนโยบาย/เหตุสุดวิสัย ให้เก็บหลักฐานไว้ และเขียนอธิบายสั้น ๆ เวลายื่นกู้ บางธนาคารให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอปัจจุบันมากค่ะ ทริคส่วนตัวก่อนยื่นกู้บ้าน: ลองเช็กเครดิตบูโรล่าสุด, ปรับให้หนี้บัตร/สินเชื่อหมุนเวียนเหลือน้อย, ไม่สมัครสินเชื่อถี่ ๆ ช่วง 3–6 เดือนก่อนยื่น และเตรียมเงินดาวน์ให้มากขึ้นนิดนึง จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือได้ค่ะ สรุปคือ รหัสบูโรและสถานะต่าง ๆ เป็น “ข้อมูลตั้งต้น” ให้ธนาคารประเมิน ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย หากเจอสถานะ 21 ให้โฟกัสที่การเคลียร์ยอดค้างและทำให้ประวัติกลับมาสม่ำเสมอ แล้วค่อยยื่นกู้แบบมีแผน จะมีโอกาสผ่านมากขึ้นจริงค่ะ