เราเกิดในรัชสมัยของพระราชาที่ดี

ช่วงนี้มีกระแสซีรี่ส์เกาหลีเรื่อง "เมนูรักพิชิตใจราชา" ซึ่งเป็นซีรี่ส์อันโด่งดังในเน็ตฟลิกซ์ ทำให้ผู้ที่ติดตามนั้น ชื่นชมไปทั่วบ้านทั่วเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "พระราชา" ที่ได้รับการขนานนามจากคนรุ่นหลังว่าเป็น "ทรราช" โดยมีพระนามที่ได้รับการดัดแปลงจาก "ยอนซันกุน" เป็น "ยอนกีกุน" จากยอนซันกุนผู้เกรี้ยวกราด กลายมาเป็นยอนกีกุนผู้โมโหบ้างในบางครา ฉันจึงเปิดซีรี่ส์เกาหลีอีกเรื่องหนึ่งชม ซึ่งเป็นเรื่องราวของยอนซันกุน ทรราชผู้สร้างบาดแผลอันแสนหนักหนาต่อประวัติศาสตร์โชซอน ซีรี่ส์เรื่องนั้นมีชื่อว่า "บันทึกรักคิมชูซอน สุภาพบุรุษมหาขันที"

ตอนที่ฉันรับชมนั้น เป็นเรื่องราวของ "พระเจ้าซองจง" พระบิดาของยอนซันกุน ซึ่งประสูติแต่พระมเหสียุน โดยในเรื่องบันทึกรักคิมชูซอน ได้เรียกพระนามของพระมเหสียุนว่า "ยุนโซฮวา" มีวันหนึ่ง พระเจ้าซองจงทรงมีพระประสงค์เสด็จฯออกนอกวังหลวง เพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรจะได้ทรงทราบถึงความทุกข์ความลำบากของราษฎรให้ชัดเจนด้วยพระองค์เอง แต่กลับไปติดพันผู้หญิงนางหนึ่งที่มีนามว่า "ออลูตง" หญิงหม้ายที่มีความสัมพันธ์กับผู้ชายมากหน้าหลายตา เรื่องราวบานปลายจนทำให้มเหสียุนโซฮวาทราบเรื่องเขา เป็นเหตุให้พระเจ้าซองจงและพระมเหสียุนโซฮวา มีปากเสียงกันในเวลาต่อมา จนกระทั่งวันหนึ่ง พระมเหสียุนโซฮวาถูกปลดจากการเป็นพระมเหสี และถูกพระราชทานยาจนถึงแก่ชีวิต เมื่อองค์ชายยอนซัน ผู้ถูกพลัดพรากจากพระมารดาตั้งแต่เยาว์วัย ทรงทราบถึงความเจ็บปวดของพระมารดาที่ถูกสำเร็จโทษอย่างทารุณ ก็ทรงเกิดความเจ็บแค้น ต้องล้างแค้นแทนพระมารดาให้จงได้ ยอนซันกุนเลือกใช้วิธีการรุนแรงในการแก้แค้นทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการสิ้นพระชนม์ของอดีตพระมเหสียุนโซฮวาที่ถูกประทานยาจนต้องหมดลมหายใจ ผู้คนเหล่านั้นต้องรับเคราะห์อย่างหนักกับสิ่งที่เคยทำไว้กับอดีตพระมเหสียุนโซฮวา ทำให้ราชสำนักโชซอนในเวลานั้น เต็มไปด้วยโศกนาฏกรรมและความวุ่นวายจากการแก้แค้นของยอนซันกุน และท้ายที่สุด ยอนซันกุน ราชาแห่งโชซอนผู้ที่ไม่อยู่ในศีลธรรม ก็ถูกปฏิวัติรัฐประหารโดยขุนนางกลุ่มหนึ่ง แล้วทูลเชิญองค์ชายจินซอง ขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าจุงจง ผู้ที่เป็นพระราชาที่แดจังกึมรักษาพระวรกาย เมื่อโดนปลดแล้ว ยอนซันกุนก็ถูกเนรเทศ และสิ้นพระชนม์ในปีเดียวกันนั้นเอง

ในซีรี่ส์เรื่องบันทึกรักคิมชูซอน สุภาพบุรุษมหาขันที เราจะได้ยินคำว่า "พระราชาที่ดี" อยู่บ่อยครั้ง หากแต่พระเจ้าซองจง ก็ยังมิได้เป็นพระราชาที่ดีได้เต็มร้อยตามที่พระองค์ตั้งพระทัย เพราะขุนนางทั้งหลายคอยขัดขวาง และพระเจ้าซองจงก็สามารถช่วยเหลือราษฎรของพระองค์แค่เพียงปลายเหตุเท่านั้น พระองค์ให้เปิดยุ้งฉาง นำเสบียงมาแจกจ่ายให้แก่ราษฏรได้ประทังชีพ ซึ่งก็บรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรได้ชั่วคราวเท่านั้น ในขณะที่ยอนซันกุนนั้น มีเพียงการแก้แค้นและจัดงานเลี้ยงรื่นเริง เพื่อเยียวยาพระทัยที่เจ็บปวดร้าวรานจากการสูญเสียแม่ ทำให้หลงลืมการเป็นพระราชาที่ดี ที่จะช่วยเหลือราษฏรให้พ้นภัยจากความลำบากยากจน ซึ่งคำว่าพระราชาที่ดีที่เราได้ยินนั้น ทำให้เราระลึกนึกถึง "พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ของพวกเราชาวไทย พระราชาที่ดีที่สุดของแผ่นดิน" พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายทรงงานต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรให้ดียิ่งขึ้น ห่างไกลจากความหิวโหยแร้นแค้น ทุกภูมิภาคของประเทศไทย พระองค์ก็เสด็จพระราชดำเนินไปโดยไม่ทรงย่อท้อ เพราะหนทางที่พระองค์เสด็จฯนั้น ไม่สะดวกสบายเลย เหนื่อย ร้อน ลำบาก ไม่มีสุขอนามัยที่ดีเหมือนในปัจจุบัน ถนนก็ขรุขระ แต่พระองค์ก็เสด็จฯไป เพื่อทรงหาวิธีปรับปรุงแก้ไขปัญหาของพื้นที่ต่างๆ จนกระทั่งสามารถแก้ไขปัญหาที่ค้างมานานหลายปีได้ โครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 นั้น มีมากกว่า 4,000 โครงการ มีคนคำนวณไว้ว่าเฉลี่ยแล้วมีโครงการเกิดขึ้นสัปดาห์ละ 1 โครงการ ตลอดการครองราชย์อันยาวนานถึง 70 ปี การเสด็จพระราชดำเนินไปยังต่างจังหวัดของพระองค์ ราษฎรจะได้เห็นภาพอันคุ้นตาคือพระองค์จะทรงสะพายกล้องถ่ายภาพ และแผนที่ในพระหัตถ์ พร้อมด้วยดินสอที่ทรงพระอักษรอยู่เสมอ เพราะพระองค์ท่านทรงตระหนักดีว่า "ต้องให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้ จึงจะเป็นวิธีแก้ปัญหาปากท้องอย่างยั่งยืน"

ไม่เพียงแค่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พสกนิกรสามารถลืมตาอ้าปากได้ ในด้านสุขภาพของราษฎร พระองค์ท่านก็มิลืมเลือน โรคภัยทั้งหลายที่เบียดเบียน พระองค์ก็ทรงจัดตั้งโครงการและมูลนิธิขึ้นมา เพื่อสงเคราะห์ให้ราษฎรที่เจ็บป่วย ได้รักษาจนหายดี อาทิ โรคเรื้อน โรคที่สร้างความเจ็บปวดต่อผู้ป่วย พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ก็ทรงจัดตั้งมูลนิธิราชประชาสมาสัย จนทำให้ไม่มีผู้ป่วยโรคเรื้อนแล้วในปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุยเดช ทรงให้ความสำคัญด้านการศึกษา พระองค์จึงพระราชทานทุนการศึกษาแก่นักเรียนหลายต่อหลายคน ทำให้มีบุคลากรมาพัฒนาประเทศในภายภาคหน้า

สำหรับด้านความรักของพระองค์แล้วนั้น ก็ช่างงดงามและโรแมนติกนัก เพราะพระองค์ทรงอภิเษกสมรสกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร พระอัครมเหสีคู่บุญที่ทรงเคียงข้างกันมาตลอดระยะเวลากว่า 66 ปี และไม่ทรงมีพระสนมเหมือนอย่างในสมัยก่อน ที่พระเจ้าแผ่นดินมีพระมเหสีและพระสนมกันหลายพระองค์ เป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในคนรุ่นปัจจุบัน ที่จะมีรักแท้รักเดียวตลอดทั้งชีวิต

พระราชาพระองค์อื่น อาจประทับในวังหลวง โดยมีขุนนางคอยรายงานความเป็นอยู่ของราษฎร แต่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จฯลงพื้นที่เองเสมอ จึงได้เยี่ยมเยียนราษฎรของพระองค์อย่างใกล้ชิด คนสูงวัยที่มารับเสด็จฯนั้น พระองค์ก็จะทรงมีพระราชปฏิสันถารอย่างเป็นกันเอง พระองค์ทรงโค้งพระวรกายไปพูดคุยกับราษฎรของพระองค์ บางคราก็ทรงคุกพระชานุหรือหัวเข่าไปทรงมีพระราชปฏิสันถารด้วย พระองค์คือพระราชาแห่งแผ่นดิน สูงศักดิ์กว่าใครในใต้หล้า แต่พระองค์ก็มิได้ทรงถือพระองค์เลย พสกนิกรทั้งหลายจึงพร้อมก้มกราบพระองค์ด้วยหัวใจ

หัวใจที่รักและภักดี

ราษฎรชาวไทยอยู่ภายใต้พระบารมีมาอย่างยาวนานถึง 7 ทศวรรษ แต่แล้ว ระยะะเวลาอันยาวนานที่เต็มเปี่ยมด้วยความสงบสุข ก็เดินทางมาถึงวันสุดท้าย เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 เวลา 1 ทุ่มตรงโคจรมาถึง ทางสำนักพระราชวังประกาศข่าวร้ายว่า "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร์ สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต" แค่เพียงได้ยินคำว่าสวรรคต เหล่าประชาชนที่รอฟังข่าวมาตั้งแต่เช้า ก็ร่ำไห้ น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างมิอาจอดกลั้นไว้ได้ ความเสียใจที่แสนสุดซึ้งเคลื่อนเข้าสู่หัวใจของพสกนิกรที่รักพระองค์ท่านยิ่งชีวิต เจ็บปวดกับการสูญเสีย"พระราชาที่ดีที่สุด" ไปอย่างมิมีวันหวนกลับคืนได้ หากย้อนเวลากลับไป คนทั้งปวงก็ยังคงเลือกที่จะเกิดและเติบโตในรัชกาลของพระองค์

รัชกาลที่พระราชา "ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม"

รัชกาลที่พระราชา "ทรงห่วงใยพสกนิกรของพระองค์อยู่ตลอดเวลา"

รัชกาลที่พสกนิกรพร้อมใจกล่าวกันว่า "ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป"

และในวันที่ 13 ตุลาคม 2568 เป็นวันที่พระราชาที่ดีของแผ่นดิน เสด็จสวรรคตครบ 9 ปี วันนี้จึงได้รับการขนานนามว่า "วันนวมินทรมหาราช"

ข้าพระพุทธเจ้า 'เลดี้ปุ๋ย' ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

2025/10/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังตามหา “รูปรัชกาลที่ 5 สวยๆ” แบบภาพคม ชัด โทนสวย และอยากได้แหล่งที่ไว้ใจได้ เราแนะนำให้เริ่มจาก “หาให้ถูกที่” ก่อน เพราะภาพของพระมหากษัตริย์ควรใช้จากแหล่งทางการ/น่าเชื่อถือ จะได้ทั้งความคมชัดและความเหมาะสมในการนำไปเผยแพร่ 1) แหล่งภาพที่เราใช้แล้วเวิร์ก (เช็กความน่าเชื่อถือได้) - เว็บไซต์หน่วยงานรัฐ/สถาบันทางวัฒนธรรม: มักมีภาพสแกนชัด พร้อมคำอธิบายภาพ ทำให้รู้ปีที่ถ่าย เครื่องแต่งกาย และบริบททางประวัติศาสตร์ - พิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุ: จุดแข็งคือ “ข้อมูลกำกับ” เช่น ชื่อช่างภาพ/สถานที่/ช่วงเวลา ช่วยให้เราเล่าเรื่องต่อได้ ไม่ใช่แค่เซฟรูปสวยๆ - หนังสือประวัติศาสตร์/นิทรรศการที่จัดทำอย่างเป็นทางการ: บางครั้งภาพจะสวยมากและจัดองค์ประกอบดี แต่ต้องดูเรื่องลิขสิทธิ์ก่อนนำไปโพสต์ต่อ 2) วิธีเลือก “ภาพสวย” ให้ดูแพงและคมชัด - ดูความละเอียด: ถ้าขยายแล้วยังเห็นรายละเอียดชัด (ลายเครื่องแบบ เหรียญตรา พื้นหลัง) ภาพนั้นมักคุณภาพดี - ดูความสะอาดของไฟล์: ภาพที่สแกนดีจะไม่แตก ไม่เบลอ และไม่มีรอยบีบอัดหนักๆ - เลือกภาพที่มีคำบรรยาย: ภาพสวยอย่างเดียวไม่พอ ถ้ามี caption บอกที่มา จะช่วยให้โพสต์ของเราดูน่าเชื่อถือขึ้นมาก 3) มารยาทและข้อควรระวังเวลาเอาไปใช้/แชร์ - ให้เครดิตแหล่งที่มาเสมอ (ชื่อเว็บไซต์/หน่วยงาน/หนังสือ) - หลีกเลี่ยงการแต่งภาพเกินพอดี เช่น ใส่ฟิลเตอร์แรงๆ เปลี่ยนสีจนผิดเพี้ยน หรือใส่ข้อความล้อเลียน/ไม่เหมาะสม - ถ้าจะใช้เชิงพาณิชย์ (ทำสินค้า/ปก/โปสเตอร์ขาย) แนะนำติดต่อเจ้าของภาพหรืออ่านเงื่อนไขการใช้งานให้ชัดเจนก่อน 4) ไอเดียทำโพสต์ให้คนหยุดอ่าน (จากประสบการณ์เรา) - ลงภาพ 1–3 รูปที่ชัดที่สุด แล้วเล่า “เกร็ดสั้นๆ” เช่น ฉากหลังคืออะไร ช่วงเวลานั้นเกิดเหตุการณ์สำคัญอะไร - ทำอัลบั้มรวม “ภาพทางการ vs ภาพหายาก” (ถ้ามีที่มาแน่น) - ปิดท้ายด้วยการชวนคนอ่านร่วมแชร์แหล่งภาพที่เขาชอบ จะช่วยเพิ่มคอมเมนต์และเวลาอยู่หน้าเพจ ถ้าคุณบอกได้ว่าอยากได้รูปรัชกาลที่ 5 แนวไหน (ภาพเต็มพระองค์/ครึ่งพระองค์/ภาพในพิธี/ภาพหายาก) เราจะช่วยจัดลิสต์คำค้นและวิธีไล่หาให้ตรงใจมากขึ้นได้ค่ะ