ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ
ประสบการณ์นอนโรงพยาบาลคนเดียว 3คืน 4วัน ด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ & ทับฤดู
….หลายคนถามมาว่าทำไมไม่ให้พี่แทมนอนเฝ้า หรือให้คนมานอนเฝ้า คนอยู่เต็มบ้าน … ก็ไม่รู้จะพูดยังไงจะบอกว่าตัวเองแกร่งก็มั้ง! จะพูดยังไงอ่ะ มันมีหลายปัจจัยมาก! ปัจจัยหลักๆก็คือ “ลูก” เพราะลูกทำให้เราแข็งแกร่ง เรากลัวทุกคนที่มาหาเราแล้วกลับไปติดเชื้อจากเรา และยิ่งถ้าคลุกคลีกับเด็กๆจะทำให้ติดเชื้อเข้าไปอีก เพราะโรงพยาบาลก็ไม่ได้มีเชื้อแค่ตัวเดียว
นอกจากเราไม่ให้ใครมาเฝ้าแล้วก็ไม่อยากให้ใครมาหาด้วย เพราะเชื้อตัวนี้มันร้ายเหลือเกิน🥺 ใครเป็นจะเข้าใจว่ามันทรมานแค่ไหน หนาวสั่นถึงกระดูกผ้ากี่ผืนก็เอาไม่อยู่ ปวดเมื่อยตามตัวยกแทบไม่ขึ้น อ้วกกินอะไรก็ออกหมดแม้กระทั่งน้ำลาย ไข้สูงปรี๊ด น้ำมูกออกเยอะมากแต่ก็ยังคัดไปหมด เจ็บคอ เสมหะเยอะ (ดีที่เรามาไอตอนช่วงวันนี้ที่จะกลับแล้ว)
…2วัน 2คืนแรก เป็นอะไรที่ทรมานมาก! ทำอะไรไม่ได้ลุกไม่ได้ ความดันมาต่ำอีก ด้วยความที่เป็นประจำเดือนพอดี แล้วเลือดไหลเยอะมาก แต่บอกกับตัวเองว่า ”จะผ่านมันไปได้ หนักกว่านี้ก็เคยผ่านมาแล้ว“ จะบอกกับตัวเองแบบนี้ตลอด ไม่ใช่ไม่อ่อนแอนะ อ่อนแอจนน้ำตาใหลเลยแหละ แค่ไม่ได้บอกใคร หรือพูดใ ห้ใครรู้
สิ่งเดียวที่ห่วงคือเด็กๆที่บ้าน เพราะก่อนวันที่จะมารพ.ตัดสินใจ ว่าแค่จะมาเอายาต้าน แต่พอดูอาการแล้วไม่น่ารอด เลยถามคุณครูมิลินว่ามีสอบไหม คุณครูแจ้งว่าไม่มี และในวันนั้นโลมาก็หยุดยาพอดีไม่มีอาการอะไรแล้ว แต่พอมานอนโรงพยาบาลปุ๊บ วันนั้นน้ำมูกไหล สีเขียว🥺😮💨 ใช่แล้วพะวงมาก เพราะว่าโลมาชอบไข้ขึ้นตอนกลางคืน แล้วเป็นเด็กที่ถึกที่ทนมาก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอที่ผ่านมาที่โลมาเป็นไข้ 42/43 กว่า ยังฝืนยิ้มให้เรา เพื่ออยู่กับเรา ไม่อยากนอนโรงพยาบาล พะวงว่าไข้เค้าจะกลับมา แล้วก็พะวงว่าเจเจ้จะมีเชื้อกลับมาจากโรงเรียนทำให้เป็นไข้อีก และอีกหลายๆอย่างที่เป็นห่วง และอยู่ดีดีเจเจ๊ก็บอกว่ามีสอบ😣 ดีที่เราเคยอัดคลิปเอาไว้ใน iPad แล้วก็เขียนไว้ในสมุดให้แล้ว เลยให้เปิด แล้วมันก็ผ่านไปได้😊❤️
ความดันต่ำ มาแบบไม่รู้อ่ะ ก็คือความดันต่ำอ่ะ ต่ำมาตั้งแต่วัยรุ่นแล้ว บอกพี่จ๋าพี่จ๋าก็ไม่เชื่อ วัดแบบเครื่อง 10 กว่ารอบ คนแรกตามคนสองตามคนสามตามคนสี่ จนได้ วัดแบบแมนนวลที่เอามือบีบ 🫣 ก็ยังเหมือนเดิม เรื่องเลยถึงคุณหมอ และคุณหมอก็จัดการให้นอนโรงพยาบาลเพิ่ม พี่จ๋าเข้ามาดูบ่อยมาก ถามตลอดว่าจะเป็นลมไหม เวียนหัวไหม แกปรับเตียงกั้นให้ลง เราก็ปรับขึ้น5555 พี่จ๋ากลัวว่าถ้าเราปวดฉี่ แล้วก้มปรับเดี๋ยวจะเป็นลมลงมา แต่เราบอกไปแล้วว่าไม่ได้เป็นอะไรหนูความดันต่ำปกติ (แต่ไม่มีใครเชื่ออยู่ดี) 😣
วันนี้คุณหมอก็ไม่อยากให้กลับ แต่ขอกลับเพราะว่าไม่ไหวแล้ว จะราแบ้ อยู่แต่รพ. คุณหมอเลยบอกว่ากลับมาได้แต่อย่าพึ่งทำอะไรเร็วๆนะ ให้พักเยอะๆ แล้วแยกตัวออกจากเด็กๆ ((((ถามว่าทำได้สักข้อไหม5555)
จะบอกว่ าช่วงที่ทรมานสุดของ 3คืน 4วันนี้ คือการคิดถึงเด็กๆ น้ำตาไหลทุกครั้ง กลัวไม่รอด กลัวไม่มีสติ จับตัวกดกดปุ่มไว้ตลอด (2คืนแรก) เพราะว่าไข้มันสูงมากจริง
ไม่เป็นเราไม่รู้หรอก ใช่แล้ว ความคิดใครความคิดมัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ผ่านมาแล้ว ผ่านมาได้อีกหนึ่งเหตุการณ์แล้ว เธอเก่งมาก❤️✌🏻
เผื่อใครกำลังเสิร์ชหา “แอดมิด/นอนโรงพยาบาลคนเดียว” แบบเรา (ผู้หญิงอยู่ห้องคนเดียว) อยากมาแชร์สิ่งที่ได้เรียนรู้จากรอบแอดมิด 3 คืน 4 วัน ที่ทรมานทั้งกายและใจจริงๆ โดยเฉพาะตอนเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A อาการมันไม่ได้เหมือนหวัดธรรมดาเลย 1) ก่อนแอดมิดควรเตรียมอะไรไปบ้าง (ไปคนเดียวจะช่วยได้มาก) - เอกสาร: บัตรประชาชน/ประกัน/ประวัติแพ้ยา + เบอร์คนที่ติดต่อได้ยามฉุกเฉิน - ของใช้จำเป็น: ที่ชาร์จยาวๆ/พาวเวอร์แบงก์, ทิชชู่เปียก, ลิปมัน (ปากแห้งมาก), หน้ากาก, เจลแอลกอฮอล์, แปรงสีฟัน/ยาสีฟัน, เสื้อคลุมบางๆ (บางคืนหนาวสั่นจริง) - ของกินเบาๆ: เกลือแร่/น้ำเปล่า/ขนมแห้งนิดหน่อย เผื่อช่วงกินไม่ลง แต่ต้องจิบอะไรให้ได้ 2) ระหว่างนอนโรงพยาบาลคนเดียว ทำยังไงให้ปลอดภัย - วางของจำเป็นไว้ “เอื้อมถึง” ตลอด เช่น น้ำ ปุ่มเรียกพยาบาล โทรศัพท์ เพราะบางช่วงจะลุกไม่ขึ้น เวียนหัว หรือมีโอกาสเป็นลมได้ - ถ้ารู้ว่าตัวเองความดันต่ำ/หน้ามืดง่าย บอกพยาบาลตั้งแต่แรก และขอคำแนะนำเรื่องการลุก-นั่ง-เดิน (อย่าฝืนลุกเร็ว) - เข้าห้องน้ำให้ช้าๆ จับราว/พิงกำแพง อย่าอายที่จะกดเรียกพยาบาลถ้ารู้สึกไม่ไหว 3) อาการที่ทำให้ “ไม่ควรฝืนอยู่บ้าน” จากที่เจอเอง ถ้ามีไข้สูงมาก หนาวสั่นจนควบคุมไม่ได้ อาเจียนกินน้ำไม่ได้ หายใจลำบาก ซึมลง หรืออ่อนแรงจนลุกแทบไม่ขึ้น แบบนี้ไปโรงพยาบาลดีกว่า ยิ่งถ้ากินไม่ได้หลายมื้อ ร่างกายจะยิ่งเพลีย และเสี่ยงขาดน้ำ 4) ทำไมบางคนเลือกไม่ให้คนมาเฝ้า ของเราเหตุผลหลักคือกลัวเอาเชื้อไปติดคนที่บ้าน โดยเฉพาะเด็กๆ และในโรงพยาบาลก็มีเชื้อหลายอย่างจริงๆ เลยเลือกสื่อสารแทน เช่น วิดีโอคอลเป็นช่วงๆ อัปเดตอาการให้คนที่บ้านรู้ เพื่อให้สบายใจทั้งสองฝ่าย 5) หลังกลับบ้าน (ช่วงพักฟื้น) ที่ทำแล้วช่วยได้ - พักให้พอจริงๆ และค่อยๆ กลับมาใช้แรง อย่าหักโหม - แยกของใช้ส่วนตัว/ใส่หน้ากากเวลาต้องใกล้เด็กหรือคนในบ้าน - จิบน้ำอุ่นบ่อยๆ ถ้าเจ็บคอ/เสมหะเยอะ และสังเกตอาการตัวเองต่อเนื่อง ถ้าไข้กลับมาสูงหรือเหนื่อยมากขึ้นให้รีบกลับไปพบแพทย์ ใครที่กำลังจะต้องแอดมิดหรือกำลังนอนโรงพยาบาลคนเดียวอยู่ ขอให้รู้ไว้ว่ามันหนักได้จริง โดยเฉพาะช่วง 2 คืนแรกที่อาการพีคๆ แต่ค่อยๆ ผ่านไปได้ทีละวันเหมือนกันค่ะ

















