สัตว์ป่า
เวลาเราเจอกระรอกป่า หลายคนจะมีคำถามเหมือนกันเลยว่า “กระรอกเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองไหม” หรือบางทีก็เผลอคิดไปไกลว่า “เป็นสัตว์สงวนหรือเปล่า” เพราะเห็นคนพูดกันเยอะ โดยเฉพาะกระรอกสีแปลก ๆ อย่าง “กระรอกขาว” หรือชนิดที่ดูไม่คุ้นตาอย่าง “กระรอกบิน” จากประสบการณ์ส่วนตัว เวลาอยากเช็กเรื่องสถานะคุ้มครอง/สงวน เราจะยึดหลักง่าย ๆ คือ อย่าเดาเองจากสีหรือความหายากที่เรารู้สึก เพราะบางตัวแค่พบได้น้อยในบางพื้นที่ไม่ได้แปลว่าถูกประกาศเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองหรือสัตว์สงวนเสมอไป วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือค้นจากแหล่งทางการ (เช่น รายชื่อสัตว์ป่าคุ้มครอง/สัตว์ป่าสงวนของหน่วยงานรัฐ) หรือสอบถามเจ้าหน้าที่พื้นที่โดยตรง โดยเฉพาะถ้าเจอในอุทยานฯ/เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า สิ่งที่ควรโฟกัสจริง ๆ ไม่ว่ากระรอกจะเข้าข่าย “สัตว์ป่าคุ้มครอง” หรือไม่ คือพฤติกรรมที่เราทำได้และทำไม่ได้กับสัตว์ป่าในธรรมชาติ 3 ข้อที่เราใช้เป็นกฎส่วนตัวเวลาออกไปถ่ายรูปกระรอกป่าคือ 1) ไม่จับ ไม่ให้อาหาร: การให้อาหารทำให้กระรอกเปลี่ยนนิสัย เข้ามาใกล้คนเกินไป และเสี่ยงป่วยจากอาหารคน 2) ไม่ไล่ ไม่บีบให้โพสท่า: ถ้าเราเดินตามจี้ ๆ กระรอกจะเครียดและหนีขึ้นที่สูง เสี่ยงตกหรือบาดเจ็บ 3) ไม่เอากลับมาเลี้ยง: ต่อให้ดูเชื่องหรือบาดเจ็บ ก็ควรแจ้งเจ้าหน้าที่/หน่วยช่วยเหลือสัตว์ป่าแทน เพราะการนำสัตว์ป่าไปครอบครองอาจผิดกฎหมายได้ในบางกรณี ถ้าเป้าหมายคือ “แอบถ่าย” ให้ได้ภาพสวย ๆ แบบไม่รบกวน เราชอบใช้วิธีนี้: ยืนห่างไว้ก่อนแล้วซูมแทน, ลดการเคลื่อนไหวฉับพลัน, ปิดเสียงชัตเตอร์/แฟลช, และสังเกตทางหนีทีไล่ของกระรอกป่า (ส่วนใหญ่จะวิ่งตามกิ่งไม้เป็นเส้นทางประจำ) พอเรานิ่ง ๆ สักพัก กระรอกจะกลับมาหากินเอง ภาพที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติสุด กรณี “กระรอกขาว” หรือ “กระรอกบิน” ถ้าเจอแล้วไม่แน่ใจชนิด แนะนำถ่ายรูปหลายมุม (หาง ลำตัว หน้าท้อง และสภาพแวดล้อม) แล้วค่อยไปเทียบข้อมูลทีหลัง จะช่วยให้แยกชนิดได้แม่นขึ้น และลดความเสี่ยงในการสรุปผิดว่าเป็นสัตว์สงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง สรุปคือ ต่อให้เรายังไม่ชัวร์ว่ากระรอกเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองไหม การเคารพระยะห่าง ไม่แตะต้อง และถ่ายแบบไม่รบกวน คือทางที่ปลอดภัยที่สุด ทั้งกับเราและกับกระรอกป่าตามธรรมชาติด้วย

