👟เบาขนาดนี้…ไม่คิดว่าเป็นรองเท้าวิ่ง✨
ใครเคยใส่รองเท้าวิ่งแล้วรู้สึกว่า “มันเบาเกินไป” บ้าง?
คำถามที่โดนถามบ่อยสุดของ Adidas Adizero EVO SL คือ “มีแผ่นคาร์บอนไหม?” จากที่เราไปลองจับ ลองใส่ และดูสเปกของรุ่นนี้ จุดขายหลักของ EVO SL จะเป็นความ “เบา” และความคล่องมากกว่าแนวซิ่งคาร์บอนเต็มตัวนะคะ โดยทั่วไป EVO SL ไม่ได้ถูกวางตำแหน่งเป็นรองเท้าแข่งคาร์บอนแบบ Adizero Adios Pro/Prime X แต่จะเป็นสายเทรน/ซ้อมที่ใส่สนุก เบา ใส่ได้บ่อย (ใครที่หวังฟีลเด้งแข็งจากแผ่นคาร์บอนอาจต้องมองรุ่นในตระกูล Pro หรือ Prime X มากกว่า) แล้วคำว่า “เบาขนาดนี้…ไม่คิดว่าเป็นรองเท้าวิ่ง” ที่เรารู้สึกคือมันเบาจริงแบบหลอกตา แต่ไม่ได้หลอกเท้า คือใส่แล้วเท้ารู้สึกไม่หนัก ไม่อึดอัด เดินขึ้นบันได/เดินในห้างก็ยังคล่อง พอเอาไปวิ่งเพซเบา ๆ ถึงกลาง ๆ จะให้ฟีลไหลลื่น เหมาะกับวัน easy run, recovery หรือวันที่อยากได้รองเท้าที่ไม่บังคับเท้ามากเกินไป เรื่อง daily wear: EVO SL จัดเป็นรุ่นที่ใส่เดินได้ เพราะทรงดูเป็นสนีกเกอร์ได้อยู่ โดยเฉพาะสีโทนเข้มอย่าง “Core Black” จะใส่ง่ายมาก คู่เดียวจบทั้งวัน แต่ถ้าใครเดินทั้งวันบนพื้นแข็ง แนะนำให้ลองไซซ์และความกระชับดี ๆ เพราะรองเท้าวิ่งที่เบามาก ๆ บางคนจะรู้สึกว่าพื้นไม่ได้หนานุ่มเท่าสายซัพพอร์ต ส่วน “new color” ถ้าเจอสีที่ชอบ แนะนำลองในร้านก่อนเพราะวัสดุ/อัปเปอร์บางสีให้ความรู้สึกกระชับต่างกันเล็กน้อย (เราเคยเจอสีที่ผ้าดูแน่นกว่า ทำให้หน้าเท้ารู้สึกฟิตขึ้น) ถ้ากำลังชั่งใจระหว่าง EVO SL กับรุ่นซิ่งอย่าง Prime X Evo: ถ้าต้องการความเด้งจัด ระยะไกล และฟีลรองเท้าแข่ง Prime X Evo จะเป็นอีกแนวเลย แต่ถ้าต้องการคู่เบา ๆ ใส่ง่าย เอาไว้ซ้อม/วิ่งสบาย/ใส่ไปทำธุระ EVO SL คือทางที่เป็นมิตรและใช้งานจริงได้บ่อยกว่า ทิปเล็ก ๆ เวลาเลือกซื้อ: ถ้าจะสั่งจากร้านอย่าง JD Sports หรือออนไลน์ แนะนำเทียบไซซ์กับรองเท้าวิ่ง Adidas ที่เคยใส่ (เช่น Adizero รุ่นก่อน) และเผื่อเรื่องหน้าเท้ากว้าง/แคบด้วย จะได้ไม่ต้องลุ้นมากค่ะ







❤️