Childhood Trauma / Trauma ในวัยเด็ก “เรื่องที่คิดว่าลืมได้ แต่ร่างกายจำทุกอย่าง”

ถ้าพูดถึงคำว่า Childhood Trauma หรือ Trauma ในวัยเด็ก

หลายคนนึกถึงแค่เหตุการณ์สะเทือนใจขั้นรุนแรง

แต่จริงๆ แล้ว trauma ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่เสมอไป

นักจิตวิทยาเรียก trauma ประเภทนี้ว่า “Small-t trauma”

คือสิ่งที่ดูเหมือนปกติในสายตาคนอื่น แต่สะสมทีละนิดจนทิ้งรอยไว้ในจิตใจ

และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ — มันไม่ได้หายไปเมื่อเราโตขึ้น

มันแค่เปลี่ยนหน้าตา แล้วอาศัยอยู่ในตัวเราต่อไป

🧠 เกิดอะไรขึ้นในสมองกันแน่?

เมื่อเด็กเผชิญกับสถานการณ์ที่รู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่ว่าจะทางร่างกายหรืออารมณ์

สมองส่วน Amygdala (ศูนย์ตรวจจับภัย) จะสั่งการให้ร่างกายเข้าสู่โหมด

“สู้ วิ่ง หรือแข็งทื่อ” (Fight / Flight / Freeze)

ถ้าเกิดซ้ำๆ บ่อยๆ โดยไม่มีใครช่วยให้รู้สึกปลอดภัย

สมองจะ “ตั้งค่าใหม่” ให้มองโลกว่าอันตรายเป็นค่าเริ่มต้น

แม้วันนี้จะโตแล้ว แต่ระบบเตือนภัยในสมองยังคงทำงานแบบเดิม

📖 Dr. Bessel van der Kolk อธิบายไว้ใน The Body Keeps the Score ว่า

trauma ไม่ได้เก็บอยู่แค่ในความทรงจำ แต่ฝังอยู่ในร่างกายและระบบประสาทด้วย

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมบางทีเราไม่ได้ “คิดถึง” มัน แต่ร่างกายยังคง “รู้สึก” อยู่

🔴 สัญญาณที่คนมองว่าเรื่องเล็ก แต่จริงๆ คือ Trauma Response

1. ขอโทษตลอดเวลาแม้ไม่ได้ทำผิด

ไม่ใช่แค่ “สุภาพ” แต่คือการป้องกันตัวเองโดยไม่รู้ตัว

เด็กที่โตมาในบ้านที่ถูกตำหนิบ่อย จะเรียนรู้ว่า “ถ้าขอโทษก่อน ความโกรธจะน้อยลง”

พอโตขึ้น ร่างกายยังทำแบบเดิมโดยอัตโนมัติ แม้ไม่มีภัยอยู่จริง

🔗 APA (American Psychological Association) เรียกสิ่งนี้ว่า Fawn Response

หนึ่งในกลไกเอาตัวรอดของเด็กที่ถูก emotional neglect

2. ไม่กล้าปฏิเสธใคร แม้จะเหนื่อยมากแค่ไหน

ฟังดูเหมือน “ใจดีเกินไป” แต่จริงๆ คือกลัวการถูกทอดทิ้ง

เด็กที่ได้รับความรักแบบ “มีเงื่อนไข” จะเชื่อฝังใจว่า

การพูดว่า “ไม่” เท่ากับการสูญเสียความรัก

🔗 Dr. Gabor Maté เรียกพฤติกรรมนี้ว่าการเลือก “ความต้องการของคนอื่น”

มาก่อน “ความต้องการของตัวเอง” เพื่อความอยู่รอดทางอารมณ์

3. รับคำชมไม่ได้ รู้สึกอึดอัดหรือไม่เชื่อทุกครั้ง

ไม่ใช่ความถ่อมตัว แต่คือ ภาพตัวเองที่ถูกสร้างขึ้นในวัยเด็ก

ถ้าโตมาโดยไม่เคยถูกชมแบบจริงใจ หรือถูกบอกซ้ำๆ ว่าทำอะไรก็ไม่พอ

สมองจะสร้างความเชื่อว่า “ฉันไม่คู่ควรกับสิ่งดีๆ”

และเมื่อมีคำชมเข้ามา ระบบความเชื่อในสมองจะ reject มันออกไปโดยอัตโนมัติ

🔗 งานวิจัยจาก Journal of Personality and Social Psychology พบว่า

คนที่มี self-esteem ต่ำตั้งแต่วัยเด็กมีแนวโน้มที่จะ reject feedback เชิงบวก

เพราะมันขัดกับภาพตัวเองที่ฝังลึก

4. อ่านอารมณ์คนรอบข้างตลอดเวลา จนเหนื่อยโดยไม่รู้ตัว

บางคนคิดว่าตัวเองแค่ “เอาใจใส่คนอื่นเก่ง”

แต่ถ้ามันเกิดขึ้น ตลอดเวลาโดยไม่ตั้งใจ และทำให้เหนื่อย นั่นคือ Hypervigilance

เด็กที่อยู่ในบ้านที่อารมณ์ของผู้ใหญ่ไม่แน่นอน จะฝึกสมองให้ “สแกน” ทุกสัญญาณรอบตัว

เพื่อเตรียมรับมือก่อนที่อะไรจะเกิดขึ้น

🔗 ACE Study (CDC & Kaiser Permanente) ศึกษาในกลุ่มตัวอย่าง 17,000+ คน พบว่า

เด็กที่โตในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยทางอารมณ์

มีระดับ cortisol (ฮอร์โมนความเครียด) สูงผิดปกติแม้ในสถานการณ์ที่ไม่มีภัยจริง

5. กลัวการถูกทิ้งแบบสุดขั้ว แค่คนไม่รับโทรศัพท์ก็ตื่นตระหนก

ไม่ใช่ “oversensitive” แต่คือ Anxious Attachment

เด็กที่เคยถูกทอดทิ้งทางร่างกายหรืออารมณ์

จะสร้าง attachment style ที่มองว่า “การเงียบ = สัญญาณอันตราย”

พอโตขึ้น สมองก็ยังตีความการเงียบแบบเดิม แม้ความเป็นจริงจะต่างไปแล้ว

🔗 Attachment Theory — John Bowlby / Mary Ainsworth

พิสูจน์แล้วว่าความสัมพันธ์แรกในชีวิตกำหนดรูปแบบความสัมพันธ์ทุกอย่างในอนาคต

6. ทำลายสิ่งดีๆ ในชีวิตก่อนที่มันจะหายไปเอง (Self-Sabotage)

เหมือนจงใจทำให้ความสัมพันธ์พัง หรือปล่อยโอกาสดีๆ หลุดมือ

แต่จริงๆ คือสมองกำลังพยายาม “ควบคุมความเจ็บปวด”

ถ้าฉันเป็นคนยุติมันก่อน ฉันจะไม่ต้องเจ็บจากการถูกทอดทิ้ง

🔗 Dr. Bessel van der Kolk อธิบายว่า Self-sabotage มักเป็น

ความพยายามของจิตใต้สำนึกในการ “ควบคุมผลลัพธ์”

ในโลกที่วัยเด็กสอนว่าทุกอย่างพังได้โดยไม่มีสัญญาณเตือน

⚠️ เมื่อไม่ได้รับการเยียวยา — บาดแผลที่ลงลึกกว่าที่เห็น

พฤติกรรมข้างต้นฟังดูพอรับได้

แต่ถ้า trauma ไม่ถูกรักษา มันจะกัดกร่อนชีวิตในทุกมิติ

และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในระยะยาว

🧠 ด้านสุขภาพจิต

โรคซึมเศร้าและวิตกกังวลเรื้อรัง

ไม่ใช่แค่ “อารมณ์ขึ้นลง” แต่คือระบบประสาทที่ถูกรีเซ็ตผิดปกติ

ร่างกายและสมองอยู่ในโหมดตึงเครียดแทบตลอดเวลา

แม้ไม่มีเหตุการณ์กระตุ้น

🔗 ACE Study พบว่าคนที่มีประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็กหลายอย่าง

มีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าสูงกว่าคนทั่วไปถึง 4.5 เท่า

Complex PTSD (C-PTSD)

ต่างจาก PTSD ทั่วไปตรงที่เกิดจากการสะสมของความเจ็บปวดซ้ำๆ

อาการคือควบคุมอารมณ์ไม่ได้ รู้สึกแปลกแยกจากตัวเอง

และรู้สึกด้อยค่าอย่างลึกซึ้งโดยไม่รู้สาเหตุ

🔗 Dr. Judith Herman ผู้บัญญัติคำว่า C-PTSD อธิบายใน Trauma and Recovery ว่า

C-PTSD ทำลายความรู้สึกว่าตัวเองเป็นใครลึกกว่า PTSD ทั่วไป

และมักถูกวินิจฉัยผิดเป็นโรคอื่นนานหลายปี

ภาวะ Dissociation — รู้สึกลอยออกจากตัวเอง

รู้สึกเหมือน “ดูตัวเองจากภายนอก” หรือบางช่วงเวลา “หายไป” โดยจำไม่ได้

นี่คือกลไกที่สมองพัฒนาขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวดที่รับไม่ไหว

แต่พอโตขึ้น มันกลายเป็นสิ่งที่ขวางกั้นไม่ให้รู้สึกกับชีวิตจริง

💔 ด้านความสัมพันธ์

ดึงดูดความสัมพันธ์ที่เป็นพิษซ้ำๆ โดยไม่รู้ตัว

สมองถูกตั้งโปรแกรมให้คุ้นเคยกับสิ่งที่รู้จัก

ถ้าวัยเด็กเต็มไปด้วยความรักที่ไม่แน่นอน การถูกตำหนิ หรือการถูกควบคุม

สมองจะตีความว่านั่นคือ “ความรู้สึกของความรัก”

และจะโน้มตัวเข้าหาคนที่ให้ความรู้สึกแบบเดิมในวัยผู้ใหญ่

🔗 นักจิตวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่า Trauma Bonding

การยึดติดทางอารมณ์กับคนที่ทำให้เจ็บปวด

เพราะสมองผูก “ความเครียด + การคลี่คลาย” เข้ากับความรู้สึกรัก

กลายเป็นทั้งผู้รับและผู้ส่งต่อ Trauma โดยไม่รู้ตัว

นี่คือส่วนที่หนักที่สุด

คนที่ไม่ได้รับการเยียวยามีแนวโน้มส่งต่อรูปแบบเดิมให้ลูกหลาน

ไม่ใช่เพราะไม่รัก แต่เพราะสิ่งที่ไม่ถูกรักษา มันถ่ายทอดต่อเสมอ

🔗 งานวิจัยจาก American Journal of Psychiatry พบว่า

รูปแบบการเลี้ยงดูที่มาจาก trauma สามารถถ่ายทอดได้

ทั้งผ่านพฤติกรรมและในระดับ epigenetics (การแสดงออกของยีน)

🏥 ด้านสุขภาพกาย

โรคเรื้อรังและภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

Trauma ไม่ได้อยู่แค่ในความคิด มันอยู่ในเซลล์ร่างกายด้วย

ความเครียดสะสมระยะยาวทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ

🔗 ACE Study พบความเชื่อมโยงชัดเจนระหว่าง trauma ในวัยเด็ก กับ

โรคหัวใจ (+เสี่ยง 2.2 เท่า) โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง

โรคอ้วน เบาหวาน และอายุขัยที่สั้นลงโดยเฉลี่ย

ความเจ็บปวดทางกายที่หาสาเหตุไม่ได้

ปวดหัวเรื้อรัง ปวดท้องโดยไม่มีโรค ตึงคอบ่าไหล่ตลอดเวลา

ไปหาหมอซ้ำๆ แต่ผลตรวจปกติทุกอย่าง

สิ่งเหล่านี้มักเป็นสัญญาณที่ร่างกายส่งออกมาแทน trauma ที่ไม่ถูกปลดปล่อย

🔗 Dr. Bessel van der Kolk เรียกสิ่งนี้ว่า Somatization

การที่จิตใจแปรสภาพความเจ็บปวดทางอารมณ์ให้กลายเป็นอาการทางกาย

⚠️ ด้านพฤติกรรม

ติดสารเสพติด แอลกอฮอล์ หรือพฤติกรรมหลีกหนีความจริง

ไม่ใช่แค่ “ขาดวินัย” แต่คือสมองที่กำลังพยายามหยุดความเจ็บปวด

สาร dopamine ช่วยกด cortisol ชั่วคราว ทำให้รู้สึก “ได้พักจากตัวเอง”

แต่ยิ่งพึ่งพา ยิ่งต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ

🔗 Dr. Gabor Maté อธิบายใน In the Realm of Hungry Ghosts ว่า

“การติดเกือบทุกรูปแบบมีรากมาจาก trauma”

ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่คือความพยายามเอาตัวรอดทางอารมณ์

ความคิดทำร้ายตัวเองหรือไม่อยากมีชีวิตอยู่

นี่คือสัญญาณที่ต้องพูดถึงอย่างตรงไปตรงมา

ไม่ใช่เพราะอยากตาย แต่เพราะอยากหยุดความเจ็บปวดที่ไม่รู้จะจัดการยังไง

🔗 ACE Study พบว่าคนที่มีประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็กสูง

มีความเสี่ยงพยายามทำร้ายตัวเองสูงกว่าคนทั่วไปถึง 12 เท่า

💬 มันหนักกว่าที่คิด แต่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด

Childhood Trauma ไม่ใช่เรื่องของคนที่ “แค่ใจน้อย”

มันคือบาดแผลที่อยู่ในระบบประสาท ในฮอร์โมน ในเซลล์ร่างกาย

และในรูปแบบความสัมพันธ์ทุกอย่างในชีวิต

แต่สิ่งที่ถูกเรียนรู้มา ก็สามารถถูกเรียนรู้ใหม่ได้

สมองมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่า Neuroplasticity

และการรักษาเป็นไปได้ ถ้ารู้จักว่าตัวเองกำลังแบกอะไรอยู่ 🌱

📚 แหล่งอ้างอิง

• The Body Keeps the Score — Dr. Bessel van der Kolk

• Trauma and Recovery — Dr. Judith Herman

• In the Realm of Hungry Ghosts — Dr. Gabor Maté

• ACE Study — CDC & Kaiser Permanente (1998)

• Attached — Dr. Amir Levine & Rachel Heller

• Attachment Theory — John Bowlby / Mary Ainsworth

• Journal of Personality and Social Psychology

• American Journal of Psychiatry — Intergenerational Trauma Research

#ChildhoodTrauma #TraumaInVaiDek #CPTSD #TraumaResponse #FawnResponse #SelfSabotage #TraumaBonding #HyperVigilance #AttachmentTheory #MentalHealth #สุขภาพจิต #จิตวิทยา #เข้าใจตัวเอง #HealingJourney #Lemon8

5/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว การเผชิญกับ Trauma ในวัยเด็กไม่ได้หมายความต้องเกิดเหตุการณ์ใหญ่เสมอไป หลายครั้งสิ่งเล็ก ๆ เช่นคำพูดที่ดูเหมือนไม่สำคัญหรือความรู้สึกไม่ได้รับการยืนยันในครอบครัว อาจทิ้งรอยแผลลึกในใจและร่างกาย จนกระทั่งโตขึ้นเกิดผลกระทบในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การรู้สึกวิตกกังวลเกินไปจนเหนื่อยล้า หรืออาการปวดเรื้อรังที่หมอไม่สามารถวินิจฉัยได้ สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจคือการเรียนรู้ว่า Amygdala ในสมองจะตอบสนองต่อภัยคุกคามด้วยโหมดสู้ วิ่ง หรือแข็งทื่อ และหากไม่มีใครมาช่วยให้รู้สึกปลอดภัย สมองจะตั้งค่าใหม่ให้มองโลกในแง่อันตรายเป็นพื้นฐาน แม้ว่าจะเติบโตแล้วก็ตาม นี่ทำให้เข้าใจพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวัน เช่น ขอโทษซ้ำ ๆแม้ไม่ได้ทำผิด หรือไม่กล้าปฏิเสธใคร ที่ไม่ได้เป็นแค่ความสุภาพ แต่คือกลไกป้องกันตัวเองโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ การอ่านอารมณ์คนรอบข้างตลอดเวลาอย่างเหนื่อยล้า ก็เป็นตัวอย่างของ Hypervigilance ที่เกิดจากการเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนในวัยเด็ก รวมถึง Self-Sabotage ที่ผมเองเคยสังเกตในตัวเอง เช่น ทำลายความสัมพันธ์ดี ๆ ก่อนที่จะถูกทอดทิ้ง ซึ่งทำให้เข้าใจว่าเป็นการหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต สิ่งสำคัญที่ผมอยากเน้นคือแม้ Childhood Trauma จะมีผลลบทั้งทางจิตใจและร่างกาย แต่สมองมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงได้ (Neuroplasticity) และการเยียวยาก็เป็นไปได้ หากเรารู้จักยอมรับและเข้าใจบาดแผลในใจตัวเอง จากประสบการณ์ของผม การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญและการทำกิจกรรมบำบัดต่างๆ ช่วยให้เริ่มปรับความคิดและความรู้สึกได้ดีขึ้น รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยและสนับสนุน ช่วยหล่อเลี้ยงหัวใจให้ฟื้นฟูอย่างแท้จริง ท้ายที่สุดนี้ ขอให้ทุกคนที่เคยผ่าน Childhood Trauma รู้ไว้ว่าคุณไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ความเข้าใจในความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นเป็นก้าวแรกของการฟื้นฟู ไม่ว่าจะดูเหมือนเรื่องเล็กหรือใหญ่ เพราะสิ่งที่ร่างกายจำได้นั้นต้องได้รับการยอมรับและดูแลอย่างจริงจัง

ค้นหา ·
ความทรงจำตอนเด็ก

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

✍🏻12 เรื่องในชีวิต…
ที่ไม่ควรถูกเล่าออกมา
(💬 คุณเคย “ซ่อนความเจ็บปวด” จนลืมไปไหมว่าตัวเองรู้สึกอะไรอยู่?) ถ้าคุณต้องกลบมัน = มันยังไม่ได้รับการเยียวยา 📌เซฟโพสต์ไว้ → เผื่อวันที่คุณต้องกลับมาเข้าใจตัวเองอีกครั้ง 📲แชร์ต่อ → ให้คนที่กำลังแบกอะไรบางอย่างอยู่เงียบๆ 🔗กดติดตาม → ถ้าคุณอยากเติบโต…โดยไม่หลอกตัวเองอีกต่อไป #พัฒนาตัวเอง
เปลี่ยนฉันใน1%

เปลี่ยนฉันใน1%

ถูกใจ 27 ครั้ง

ภาพเด็กกำลังร้องไห้กอดตุ๊กตาหมี พร้อมข้อความว่า Childhood Trauma ทำไมเรื่องในอดีตถึงยังสะกิดใจเราในวันนี้? เพราะมันอาจไปแตะเรื่องเก่าที่ใจเราจำมาตั้งแต่เด็ก
ภาพเด็กกำลังกุมหัวด้วยความทุกข์ใจ พร้อมข้อความว่า Childhood Trauma ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่ อาจเป็นเรื่องเล็กๆ ที่เกิดซ้ำๆ จนจำความรู้สึกนั้นไว้ เช่น “เราไม่สำคัญ”
ภาพข้อความอธิบายว่า ทำไมเรื่องเล็กๆ เช่น คนตอบแชตช้า หรือโดนพูดเสียงแข็ง ถึงกระทบใจมาก เพราะมันพาใจกลับไปเจอความรู้สึกเก่าอย่างกลัวโดนทิ้ง หรือกลัวไม่ดีพอ
Childhood Trauma คืออะไร?
บางทีเราไม่ได้ “อ่อนไหวเกินไป” กับเรื่องตรงหน้าหรอกค่ะ แค่คนตอบแชตช้า โดนพูดเสียงแข็ง หรือรู้สึกเหมือนไม่ถูกเลือก บางเรื่องอาจดูเล็กสำหรับคนอื่น แต่กลับสะกิดใจเรามากกว่าที่คิด เพราะมันอาจไปแตะความรู้สึกเก่าในวัยเด็ก Childhood Trauma ไม่ได้แปลว่าเราต้องรีบวินิจฉัยตัวเองทันทีนะคะ แต่อาจเป็นจุดเ
Inzpy

Inzpy

ถูกใจ 1 ครั้ง

ภาพปกแสดงข้อความว่า "20 ลักษณะ คนที่มี บาดแผล ทางใจ (Trauma)" พร้อมภาพประกอบชายคนหนึ่งกำลังกุมศีรษะด้วยความทุกข์ใจ และสัญลักษณ์รูปหัวใจมีผ้าพันแผล
เราเป็น Trauma มั๊ยนะ ?❓
ซึมเศร้า หรือเพียงแค่มีบาดแผลทางใจกันแน่ ❔ มาดูลักษณะของคนที่มีบาดแผลทางใจ (Trauma) กัน 🐥 #อาการซึมเศร้า #ภาวะซึมเศร้า #ซึมเศร้า #Trauma
Hokie Pokie 🦭

Hokie Pokie 🦭

ถูกใจ 662 ครั้ง

ภาพอธิบายว่าทำไมการตื่นรู้จึงทำให้เหนื่อยง่าย อยากนอน ง่วง และขี้เกียจ โดยแบ่งเป็นกระบวนการตื่นรู้ (การเปลี่ยนแปลงพลังงานสูง, ประมวลผลอารมณ์, ปรับสมดุลจักระ) และอาการทางกายใจ (เหนื่อยล้าเรื้อรัง, ต้องการการนอนหลับลึก, ความรู้สึกเฉื่อยชาคือการพัก) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายกำลังบูรณาการพลังงานใหม่
ทำไมยิ่งตื่นรู้แล้วร่างกายยิ่งเหนื่อยง่าย?
อาการที่กำลังเผชิญเป็นเรื่องปกติมากในกลุ่มผู้ที่กำลังศึกษาหรือปฏิบัติทางจิตวิญญาณค่ะ มันคือภาวะที่จิตวิญญาณ ของเรากำลังอัปเกรดเวอร์ชันใหม่ แต่ร่างกาย ยังเป็นรุ่นเก่า ทำให้เกิดอาการ "เครื่องร้อน" หรือประมวลผลไม่ทัน ส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าอย่างรุนแรง แม้ว่าจะนอนพักผ่อนเพียงพอแล้วก็ตาม น
Jerrycatchill

Jerrycatchill

ถูกใจ 31 ครั้ง

ภาพผู้หญิงเศร้าในวัยผู้ใหญ่กับเด็กเรืองแสงที่ดูเศร้าในฉากมืดมิด พร้อมข้อความว่าการเยียวยาบาดแผลทางใจในวัยเด็กต้องใช้เวลาแต่สามารถซ่อมแซมได้
ภาพศีรษะมนุษย์มีรอยร้าวเรืองแสงคล้ายสมองในสภาพแวดล้อมมืดมิด สื่อถึงสมองและจิตใจที่ซ่อมแซมตัวเองได้ เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความเมตตาเพื่อก้�าวต่อไป
ภาพผู้หญิงมองกระจกเห็นเงาสะท้อนเด็กกำลังร้องไห้ เธอเอื้อมมือไปหา สื่อถึงการยอมรับความเจ็บปวดในอดีตโดยไม่โทษตัวเอง และอนุญาตให้รู้สึกเศร้าได้
การพาตัวเองออกจากบาดแผลทางใจในวัยเด็ก (Childhood Trauma)
การพาตัวเองออกจากบาดแผลทางใจในวัยเด็ก (Childhood Trauma) ไม่ใช่เรื่องที่จะหายไปได้ในข้ามคืน แต่เป็น "กระบวนการเดินทาง" ที่ต้องอาศัยความอดทนและความเมตตาต่อตัวเองอย่างสูงครับ ข่าวดีคือ "สมองและจิตใจของเราสามารถซ่อมแซมตัวเองได้" (Neuroplasticity) นี่คือแนวทางปฏิบัติ 6 ขั้นตอน เพื่อปลด
น้ำหนึ่งที่หน้าเด็ก glowology

น้ำหนึ่งที่หน้าเด็ก glowology

ถูกใจ 5 ครั้ง

Trauma Bond — เมื่อสมองเริ่ม “ติด” คนที่ทำร้ายเรา
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกมาก เรารู้ว่าบุหรี่ทำลายปอด แต่ก็ยังสูบ เรารู้ว่าหนี้บัตรเครดิตดอกเบี้ยโหด แต่ก็ยังรูด และที่ประหลาดที่สุดคือ… เรารู้ว่าคนบางคนกำลังทำลายสุขภาพจิตเราอยู่ทุกวัน แต่เรากลับ “คิดถึงเขา” ตอนที่เขาหายไป นี่ไม่ใช่ความอ่อนแอ และหลายครั้ง…มันไม่ใช่ “ความรัก” ด
Red Wine🍷

Red Wine🍷

ถูกใจ 0 ครั้ง

ภาพประกอบผู้หญิงมีรอยช้ำที่ตาและใบหน้า แสดงความเจ็บปวดและตกใจ พร้อมคำถามว่า \"ทำไมคนที่ถูกทำร้ายร่างกาย ถึงยังรัก และไม่ยอมเดินออกมา?\" บนพื้นหลังสีขาว
ข้อความอธิบาย 4 สาเหตุหลักที่ทำให้คนที่ถูกทำร้ายร่างกายยังคงอยู่ในความสัมพันธ์ เช่น ความผูกพันแบบเจ็บปวด การไม่เห็นคุณค่าตัวเอง แ�ละความหวังปลอมๆ
ข้อความอธิบายความคิดของผู้กระทำความรุนแรง 4 ประการ และสรุปว่าความรักไม่ควรแลกด้วยรอยแผล ควร \"รักตัวเองให้มากพอที่จะเดินออกมาอย่างปลอดภัย\"
ทำไมคนที่ถูกทำร้ายร่างกาย ถึงยังรัก และไม่ยอมเดินออกมา? 💔😢
#ใจเราเข้าใจได้ #จิตวิทยาความรัก #ความสัมพันธ์เป็นพิษ #ทำร้ายร่างกาย
ใจเราเข้าใจได้

ใจเราเข้าใจได้

ถูกใจ 4 ครั้ง

ภาพผู้หญิงมองเงาสะท้อนในกระจกที่แตกร้าว เห็นเด็กน้อยกำลังร้องไห้ แสดงถึงบาดแผลทางใจในวัยเด็กที่ส่งผลต่อความรู้สึกว่างเปล่าในปัจจุบัน
ภาพสมองที่ประกอบจากชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ แต่มีชิ้นส่วนตรงกลางหายไป แสดงถึงความเจ็บปวดจากบาดแผลทางใจในวัยเด็กที่ฝังลึกในบุคลิกภาพ
ภาพคนสวมหน้ากากยิ้มแย้มแต่ใบหน้าจริงเศร้าหมอง มีเงาคนโกรธอยู่ด้านหลัง สื่อถึงการเป็น People Pleaser ที่ยอมคนอื่นเพื่อการยอมรับจากบาดแผลในวัยเด็ก
บาดแผลทางใจในวัยเด็ก (Childhood Trauma): รอยร้าวในอดีตที่ส่งผลกระทบไปตลอดชีวิต
บาดแผลทางใจในวัยเด็ก (Childhood Trauma): รอยร้าวในอดีตที่ส่งผลกระทบไปตลอดชีวิต หลายคนอาจเคยรู้สึกว่างเปล่า โหยหาความรัก รู้สึกเจ็บปวดทางใจโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีปัญหาความสัมพันธ์ที่ล้มเหลวซ้ำๆ อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือนิสัยส่วนตัว แต่มันอาจเป็นสัญญาณเตือนของ "Childhood Trauma"
น้ำหนึ่งที่หน้าเด็ก glowology

น้ำหนึ่งที่หน้าเด็ก glowology

ถูกใจ 2 ครั้ง

ภาพขวดวิตามินและอาหารเสริมหลากหลายชนิดวางอยู่บนพื้นสีม่วง เช่น วิตามินซี, ฟิชออยล์, โคเอนไซม์คิวเทน, วิตามินเค2, วิตามินดี3, แอสตาแซนธิน, แอล-อาร์จินีน พร้อมข้อความ 'รีวิววิตามินสำหรับ สาว 30+'
ภาพกล่องยาพลาสติกใสแบบถอดแยกได้ มี 28 ช่อง แบ่งเป็น 7 วัน วันละ 4 ช่อง สำหรับเช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน พ�ร้อมข้อความอธิบายการใช้งาน
ภาพข้อความแนะนำวิตามินเสริมสำหรับผู้หญิงวัย 30+ โดยอ้างอิงจาก Chat GPT ระบุวิตามินซี, แอสตาแซนธิน, และแอล-อาร์จินีน พร้อมคำแนะนำการรับประทานและปริมาณ
วิตามิน สำหรับสาวๆวัย 30+
ก่อนอื่นต้องเกริ่นก่อนว่า กินวิตามินหรือยาบำรุงมากไป มีผลทำให้ตับไตทำงานหนัก !!! แต่! อายุปูนนี้แล้ว ก็อดเถียงไม่ได้ว่า "บางทีร่างกายเราเสื่อมไปตามกาลเวลา" การทานอาหารให้ครบ 5 หมู่เป็นเรื่องที่ดี แต่ส่วนตัวคิดว่า มีความจำเป็นที่จะต้องมีวิตามินเสริมบ้างอะไรบ้าง (และมีตัววิตามินหลักๆ ที่
Rynn...

Rynn...

ถูกใจ 267 ครั้ง

🧠 5 เรื่องสำคัญที่ต้องรู้เกี่ยวกับ Thyroid Storm
⚡️เมื่อร่างกายเผชิญ “พายุคลั่ง”: Thyroid Storm ภาวะวิกฤตต่อมไทรอยด์ ลองนึกภาพเครื่องยนต์ที่ถูกเร่งจนสุด แต่ระบบระบายความร้อนพังและเบรกไม่ทำงาน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายในภาวะ Thyroid Storm (วิกฤตต่อมไทรอยด์) แม้พบไม่บ่อยเพียง 0.2–0.76 รายต่อแสนคน/ปี แต่มีอัตราเสียชีวิตสูงถึง 8–25%
พยาบาลติดซีรีส์ 🎬🩺

พยาบาลติดซีรีส์ 🎬🩺

ถูกใจ 6 ครั้ง

เรื่องที่เราเรียนรู้ได้
ฮาเดรียนา&ฮาฟีซุล shop

ฮาเดรียนา&ฮาฟีซุล shop

ถูกใจ 1 ครั้ง

ภาพประกอบแสดงการนวดบำบัดเพื่อปลดปล่อย Trauma วัยเด็กและพลังงานลบ ผู้หญิงสวมเสื้อ "Kate Massage" กำลังนวดหลังผู้ชาย มีแสงพลังงานออกมาจากมือ และควันสีดำที่สื่อถึงอารมณ์เชิงลบกำลังจางหายไป พร้อมข้อความ "Trauma วัยเด็ก" และ "นวดล้างพลังงานลบ เคลียร์อารมณ์เชิงลบออก"
Trauma วัยเด็ก Release ได้
เคยมั๊ย ทำมาหลายวิธีแล้ว ที่จะกำจัด เรื่องร้ายๆในวัยเด็กออก ไม่ว่าจะจ้างโค้ช กินอาหารอร่อยๆ ไปเที่ยวธรรมชาติ ออกไปต่างจังหวัด ไปพักผ่อนต่างประเทศ ไป retreat ปฏิบัติธรรม ฟังคลื่นเสียง singing bowl ส้อมเสียง ไปทำ Reiki. Pranic นวดผ่อนคลาย สารพัดวิธี ใดๆแล้วก็ยังไม่หายสักที Trauma วัยเด็ก ที่ฝังจำ ไม่
Kate Health-Energy

Kate Health-Energy

ถูกใจ 1 ครั้ง

🥸 บางเรื่องมันก็แค่ห่วย ไม่ต้องมีบทเรียนก็ได้
เคยไหมคะ? พอเจอเรื่องแย่ๆ หรือทำอะไรพลาด สมองจะ "ทำงานหนักมาก" ทันที “ทำไมถึงทำแบบนี้?” “บทเรียนนี้กำลังสอนอะไร?” “ต้องคิด(บวก)ยังไง?” . ก้อยเคยอยู่ในจุดที่พยายาม “หาเหตุผลให้ทุกอย่าง” ซึ่งตอนแรกก็ไม่รู้ตัวหรอก ว่าที่ทำอยู่คือ "การหนี" 🫥 หนีความรู้สึกว่า “เราไม่เก่ง เราห่ว
DeEgo Embodiment YOGA

DeEgo Embodiment YOGA

ถูกใจ 1 ครั้ง

ภาพวาดแสดงผู้รอดชีวิตจากบาดแผลทางใจ (Trauma Survivor) นั่งอยู่บนเก้าอี้ มีอดีตที่แตกสลายและโซ่ตรวนอยู่ด้านซ้าย และความหวัง การเยียวยาผ่านธรรมชาติ ศิลปะ การอ่าน และสัตว์เลี้ยงอยู่ด้านขวา ดอกบัวสื่อถึงการเติบโตจากความเจ็บปวด สื่อถึงการเดินทางเพื่อสุขภาพจิตที่ดีขึ้น
Trauma Survivor คืออะไร?
Trauma Survivor คืออะไร? คำที่ใช้เรียกผู้ที่เคยผ่านเหตุการณ์ที่รุนแรงต่อจิตใจ (Traumatic Events) เช่น การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักอย่างกะทันหัน อุบัติเหตุร้ายแรง ภัยพิบัติ การถูกทารุณกรรม หรือความรุนแรงในครอบครัว โดยคำว่า "Survivor" ถูกใช้แทนคำว่า "Victim" (เหยื่อ) เพื่อสื่อถึงความเ
โลกวิตกกังวลและคิดวน

โลกวิตกกังวลและคิดวน

ถูกใจ 1 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม