ข้าวผัดคะน้าปลาเค็มหอมๆ
ส่วนผสม
ข้าวสวยเก่า
ปลาอินทรีย์เค็ม
คะน้าต้นใหญ่
ไข่ไก่
ซอสปรุงรส
น้ำตาล
น้ำมัน
พริก
วิธีทำ
1ใช้น้ำมัน ทอดปลาเค็มให้เหลืองสวย
2ยีปลาเค็มทอด เอาก้างออก พักไว้
3 เต๊าะไข่ไก่ลง ยี พอให้ไข่สุกประมาณ 70%
4ใส่ข้าวสวยเก่า
5 ใส่ปลาเค็มลงผัดให้หอม
6เติมน้ำตาล
8เติมซอสปรุงรส ชิมรสตามชอบ
9เร่งไฟแรง ใส่คะน้า และ พริก ผัดอย่างรวดเร็ว
ถ้าอยากให้ “ข้าวผัดคะน้าปลาเค็ม” ออกมาหอม ร่วน ไม่แฉะ และรสกลมกล่อมแบบที่กินร้านข้าวต้ม เราว่ามีทริคเล็กๆ ที่ช่วยได้เยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องข้าว ปลาเค็ม และไฟตอนผัด 1) เลือกข้าวให้ร่วน: แนะนำใช้ข้าวสวยเก่าที่แช่ตู้เย็นข้ามคืน หรือข้าวที่หุงไว้แล้วทิ้งให้คลายไอร้อนก่อน ยิ่งเม็ดแห้งนิดๆ จะผัดง่ายและไม่จับเป็นก้อน ก่อนผัดเราใช้ทัพพีบี้ให้ข้าวแตกเม็ดเบาๆ จะช่วยให้คลุกซอสทั่วโดยไม่เละ 2) ปลาเค็มหอมแบบไม่เค็มโดด: ปลาอินทรีย์เค็มเป็นตัวที่หอมมาก แต่บางชิ้นเค็มจัด เราชอบล้างผ่านน้ำเร็วๆ แล้วซับให้แห้งก่อนทอด จากนั้นทอดด้วยไฟกลางจนเหลืองกรอบนิดๆ (อย่าไหม้) แล้วพักให้สะเด็ดน้ำมัน ค่อยแกะเอาก้างออกและยีเป็นชิ้นเล็กๆ เวลาเอาลงผัดจะกระจายทั่วจานและหอมกว่าใส่เป็นชิ้นใหญ่ 3) คะน้าให้กรอบเขียว: ใช้คะน้าต้นใหญ่ได้เลย แต่ต้องหั่นให้พอดีคำ (ก้านบางชิ้นอาจปอกเปลือกแข็งออก) ถ้าชอบกรอบมากๆ ให้แยก “ก้าน” กับ “ใบ” ตอนผัด ใส่ก้านก่อน 20–30 วินาที แล้วค่อยตามด้วยใบ จะได้ไม่ช้ำและยังเขียวสวย 4) ลำดับการผัดที่ทำให้หอม: หลังทอดปลาเค็ม เราชอบใช้กลิ่นน้ำมันเดิมนิดหน่อย (ถ้ามันเยอะให้ตักออก) แล้วลงไข่ ตีให้แตก ผัดให้สุกประมาณ 70% ตามสูตร จากนั้นค่อยใส่ข้าว ผัดให้เม็ดข้าวเคลือบไข่ก่อน แล้วค่อยใส่ปลาเค็มยี จะทำให้กลิ่นปลาเค็ม “ตื่น” และข้าวหอมขึ้น 5) ปรุงรสให้พอดี: เพราะปลาเค็มมีความเค็มอยู่แล้ว ซอสปรุงรสใส่น้อยๆ แล้วชิมก่อนเสมอ น้ำตาลปลายช้อนช่วยตัดเค็มและดึงความหอมขึ้น ถ้าชอบเผ็ด ใส่พริกตอนท้ายแล้วเร่งไฟแรง ผัดไวๆ แค่ให้คะน้าสลด 6) แก้ปัญหาที่เจอบ่อย: - ข้าวแฉะ: ไฟอ่อนเกินหรือข้าวใหม่เกิน แนะนำเร่งไฟและใช้ข้าวเย็น - เค็มไป: ลดซอส/ไม่ต้องเติมเพิ่ม และเพิ่มคะน้าหรือไข่ได้ - ไม่หอม: ปลาเค็มต้องทอดให้เหลืองก่อน และผัดไฟแรงช่วงท้าย จานนี้ทำง่ายมาก เป็นเมนูเคลียร์ข้าวเย็นในตู้เย็นได้ดี แถมได้ผักกรอบๆ กับกลิ่นปลาเค็มหอมๆ กินคู่แตงกวาหรือมะนาวบีบนิดเดียวคือเข้ากันสุดๆ