เสด็จฯ เยือนและทรงมนัสการพระสถูปพระเขี้ยวแก้ว รวมทั้งพระพุทธรูปพระศากยมุนี ในวันที่ ๑๕
วัดหลิงกวง (靈光寺)
ศูนย์กลางแห่งศรัทธา สถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว)
พระราชกรณียกิจด้านพระพุทธศาสนาที่มีความสำคัญ อันเป็นรากวัฒนธรรมร่วม ไทย - จีน
วัดหลิงกวง เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง ตั้งอยู่บนเนินเขาชานกรุงปักกิ่ง มีความสำคัญทางศาสนา วัฒนธรรม และเป็นที่ประ ดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) เชื่อกันว่าเป็นพระทาฐธาตุเบื้องซ้ายบนของพระพุทธเจ้า ที่พุทธศาสนิกชนเลื่อมใสศรัทธาอย่างสูง
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ (๗๒ พรรษา) รัฐบาลจีนเคยมอบเกียรติสูงสุด ด้วยการอนุญาตให้อัญเชิญพระเขี้ยวแก้วจากวัดหลิงกวงมาประดิษฐานชั่วคราว ณ ประเทศไทย เป็นเวลา ๗๓ วัน ตั้งแต่วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๗ ถึงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ เป็นสัญลักษณ์ของสัมพันธไมตรีที่แนบแน่นระหว่างไทย-จีน ที่ชัดเจนยิ่ง
การเสด็จฯ เยือนและทรงมนัสการพระสถูปพระเขี้ยวแก้ว รวมทั้งพระพุทธรูปพระศากยมุนี ในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ จึงเป็นพระราชกรณียกิจด้านศาสนาที่มีความสำคัญ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เพื่อแสดงความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอันเป็นรากวัฒนธรรมร่วมของทั้งสองประเทศ
วัดหลิงกวง (靈光寺) เป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาและวัฒนธรรมที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ถือเป็นแหล่งรวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องของพระบรมสารีริกธาตุหรือพระเขี้ยวแก้ว ซึ่งได้รับการเคารพและศรัทธาอย่างสูง ด้วยความเชื่อว่าพระเขี้ยวแก้วนี้เป็นพระทาฐธาตุเบื้องซ้ายบนของพระพุทธเจ้าที่มีค่านิยมและความสำคัญอย่างมากในพระพุทธศาสนา สถานที่แห่งนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและสืบสานความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและศาสนาระหว่างไทยและจีน เมื่อรัฐบาลจีนอนุญาตให้นำพระเขี้ยวแก้วประดิษฐานชั่วคราวในประเทศไทยในช่วงเวลามหามงคล ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2567 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสัมพันธไมตรีอันแนบแน่นระหว่างสองประเทศ พระราชกรณียกิจในการเสด็จฯ เยือนและทรงมนัสการพระสถูปพระเขี้ยวแก้ว รวมทั้งพระพุทธรูปพระศากยมุนี เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 นับเป็นการแสดงความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอันเป็นรากวัฒนธรรมร่วมของไทยและจีนอย่างแท้จริง ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความสัมพันธ์ทางศาสนาและวัฒนธรรมอันลึกซึ้งที่สองชาติร่วมกันรักษาและยึดมั่น ในแง่ของความหมายทางศาสนา การบูชาพระบรมสารีริกธาตุถือเป็นการแสดงความเคารพต่อพระพุทธเจ้า ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สร้างพลังใจให้แก่ผู้คนและสะท้อนถึงความสงบสุขและความเชื่อมั่นในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในเชิงศาสนาและวัฒนธรรมที่มีคุณค่า ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาประวัติศาสตร์และความสำคัญของวัดหลิงกวงได้เพิ่มเติม เพื่อเข้าใจถึงบทบาทของพระราชกรณียกิจนี้มากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการสืบสานรักษาต่อยอดวัฒนธรรมและศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนให้อยู่ในความราบรื่นและยั่งยืนในอนาคตอีกด้วย









