Blueberry Jam Home Made 🫐🫶🏻
Make Blueberry Jam Clean Formula 0% Sugar
To eat with soundbread. 🫐🫶🏻
Raw Materials
1. Self-grown blueberries
2. Sugar is handsome.
How to do
1.Put blueberries + sugar in the pan
2. Use soft light
3. Stir people together, grind blueberries, but not very fine.
4. Wait until thick
5. Scoop into the jar
Who likes sour taste, can add lemon or lemon juice, but we like sweet, not added, hahahaha
# Strawberry jam # Jam # Healthy food # Reduce big calf # Handsome sugar
ถ้าใครกำลังหา “แยมบลูเบอร์รี่ วิธีทำ” แบบโฮมเมดที่รสชาติคล้ายแยมขวด แต่คุมหวานได้เอง สูตรนี้ทำตามได้ง่ายมาก และเหมาะกับคนที่อยากลดน้ำตาล เพราะเราใช้น้ำตาลหล่อฮังก้วยแทน (ส่วนตัวรู้สึกว่าหอมหวานละมุนดี) เคล็ดลับที่ทำให้แยมออกมาดีคือ “การเลือกบลูเบอร์รี่” ถ้าเป็นบลูเบอร์รี่สดลูกแน่นๆ จะได้เนื้อแยมชัดและสีสวย แต่ถ้าใช้แบบแช่แข็งก็ได้เหมือนกัน แนะนำให้พักให้คลายเย็นก่อนนิดนึง แล้วค่อยลงกระทะ จะคุมความชื้นและเวลาเคี่ยวได้ง่ายกว่า อัตราส่วนที่เราชอบใช้ (ปรับได้ตามชอบ): บลูเบอร์รี่ 1 ถ้วย + น้ำตาลหล่อฮังก้วย 1–2 ช้อนโต๊ะ ถ้าบลูเบอร์รี่หวานอยู่แล้วใส่น้อยก็พอค่ะ ระหว่างเคี่ยวให้ใช้ไฟอ่อนตลอด และคนเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ติดกระทะ พอบลูเบอร์รี่แตกตัวแล้วค่อย “บดหยาบ” ด้วยทัพพีหรือส้อม จะได้เนื้อแยมมีชิ้นผลไม้เล็กๆ กินเพลิน หลายคนติดปัญหาแยมไม่ข้น แนะนำให้สังเกต 2 วิธีนี้ 1) ลากทัพพีแล้วเห็นรอยทางชัดๆ แสดงว่าเริ่มข้น 2) ตักแยมหยดลงจาน แล้วพัก 1 นาที ถ้าไหลช้าลงและหนืดขึ้น แปลว่าใช้ได้ (จำไว้ว่าพอเย็นแล้วจะข้นขึ้นอีก) ถ้าอยากให้รส “สด” และตัดหวาน เติมน้ำเลมอน/มะนาวประมาณ 1–2 ช้อนชาในช่วงท้ายๆ จะช่วยให้กลิ่นหอมและรสเปรี้ยวกำลังดี แถมยังช่วยเรื่องความคงตัวของแยมด้วย แต่ถ้าใครสายหวานเหมือนเรา ไม่ใส่ก็อร่อยค่ะ เรื่องการเก็บรักษา: ใช้กระปุกแก้วที่ลวกน้ำร้อน/นึ่งให้สะอาด เช็ดให้แห้งสนิทก่อนตักแยมใส่ รอให้หายร้อนแล้วปิดฝา แช่ตู้เย็นจะอยู่ได้ประมาณ 1–2 สัปดาห์ (ถ้าตักด้วยช้อนสะอาดทุกครั้งจะอยู่ได้นานขึ้น) ไอเดียกินคู่: นอกจากทาซาวโดว์แล้ว ลองโปะโยเกิร์ต กรีกโยเกิร์ต ทำโอ๊ตมีล หรือราดแพนเค้กก็เข้ากันมาก ใครชอบ “แยม บลูเบอร์รี่” แบบคลีนๆ ทำครั้งเดียวไว้กินหลายวัน คุ้มสุดๆ













































































