ไม่มีหลักฐานความเป็นมาในการสร้างวัดพวกแต้ม แต่จากหลักฐานทางโบราณวัตถุต่าง ๆ ภายในวัด ทำให้สันนิษฐานได้ว่าสร้างขึ้นเมื่อ เมื่อ พ.ศ. 2460 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสะสมบุญ ล้างบาป หาความสุขสงบและเพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ โดยคำว่า "พวก" หมายถึง หัวหน้าหมู่ซึ่งเป็นขุนนางยศต่ำ พวกแต้มคงเป็นขุนนางที่มีหน้าที่ควบคุมด้านการช่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเขียนภาพจิตรกรรม การลงรักปิดทอง หร ือ ปิดทองร่องชาด[1] เมื่อกลับจากการทำสงครามจึงได้รับปูนบำเหน็จแล้วนำเงินนี้มาสร้างวัดเพื่อล้างบาป อาจารย์สมโชติ อ๋องสกุล กล่าวว่า วัดพวกแต้ม เดิมชื่อ วัดต้องแต้ม โดยคำว่า ต้อง มีความหมายว่า ปัก สลักหรือฉลุ ต่อมาเรียกเพี้ยนมาเป็น "วัดพวกแต้ม" เหตุที่ให้ความหมายเช่นนี้อาจมาจากการที่ ในละแวกใกล้เคียงกับวัดมีอาชีพทำเครื่องฉลุมาตั้งแต่สมัยพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ก็เป็นได้
อาคารเสนาสนะที่สำคัญ ได้แก่ อุโบสถสร้างเมื่อ พ.ศ. 2486 และบูรณะครั้งล่าสุดเมื่อ พ.ศ. 2533 เป็นอุโบสถทรงพื้นเมืองมีลวดลายและไม้แกะสลัก วิหารศิลปะล้านนา หลังคาซ้อนกันหลายชั้น ด้านหน้าทำเป็นมุขโถงยื่นออกมาคลุมราวบันไดพญานาค และมีมุขเข้าทางด้านข้าง ลวดลายหน้าหน้าเป็นลายพรรณพฤกษา ประตูด้านหน้าแกะสลักเป็นรูปเทวดายืนประนมหัตถ์ แกะสล ักด้วยไม้ปิดทอง หอไตรสร้างแบบผสมผสานระหว่างล้านนากับพม่าและได้รับการบูรณะดัดแปลงในภายหลัง เจดีย์ศิลปะพม่า มอญ ปนศรีวิชัย คงได้รับการอุปถัมภ์จากคหบดีชาวพม่า มีการตกตกแต่งลวดลายบนเจดีย์ในการบูรณะ องค์ระฆังจนถึงฉัตรมีรูปแบบพม่า มอญอย่างชัดเจน[2]#วัดพวกแต้ม
เมื่อได้มีโอกาสไปเยือนวัดพวกแต้มด้วยตัวเอง พบว่าบรรยากาศภายในวัดให้ความรู้สึกสงบและศักดิ์สิทธิ์มาก ซึ่งช่วยให้เข้าใจได้ถึงจุดประสงค์เดิมของผู้สร้างวัดที่ต้องการสถานที่สะสมบุญและล้างบาปจริงๆ ที่น่าสนใจคือสถาปัตยกรรมของอุโบสถและวิหารที่ยังคงรักษาความเป็นพื้นเมืองอย่างชัดเจน หลังคาซ้อนกันหลายชั้นและลวดลายไม้แกะสลักที่ประณีตสะท้อนถึงศิลปะล้านนาได้อย่างงดงาม นอกจากนี้ประตูหน้าแกะสลักเทวดายืนประนมหัตถ์ที่ปิดทองอย่างวิจิตรบรรจง เป็นจุดเด่นที่ทำให้รู้สึกถึงความละเอียดอ่อนและความตั้งใจของช่างฝีมือ ส่วนหอไตรที่ผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนาและพม่า พร้อมการบูรณะดัดแปลงในภายหลัง แสดงให้เห็นถึงการอนุรักษ์วัฒนธรรมหลากหลายอย่างกลมกลืนกัน ขณะที่เจดีย์ที่ตกแต่งด้วยศิลปะพม่า มอญ และศรีวิชัย ก็ช่วยบอกเล่าถึงประวัติและการอุปถัมภ์จากคหบดีชาวพม่าอย่างชัดเจน สำหรับคำว่า 'พวกแต้ม' มีความหมายลึกซึ้ง เพราะเกี่ยวข้องกับขุนนางที่ทำงานช่างศิลป์ เช่น การเขียนภาพจิตรกรรมและการลงรักปิดทอง ซึ่งตอกย้ำความสำคัญของวัดในฐานะศูนย์กลางศิลปะที่ผสมผสานวัฒนธรรมและความเชื่อในสมัยนั้น ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้เห็นว่า วัดพวกแต้มไม่ใช่แค่สถานที่ทางศาสนา แต่ยังเป็นแหล่งรวบรวมประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมที่สำคัญของภาคเหนือ ที่น่าค้นหาและเรียนรู้ต่อไป







































🙏🙏🙏 ครับ❤️❤️