Beni Hoppe (เบนิ ฮอปเปะ)

สตรอเบอรี่สายพันธุ์เบนิฮอปเปะ (Benihoppe - 紅ほっぺ) มีต้นกำเนิดจากจังหวัดชิซุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ได้รับการพัฒนาในปี 1994 และขึ้นทะเบียนในปี 2002 เป็นสายพันธุ์ยอดนิยมที่มีจุดเด่นคือ รสชาติหวานอมเปรี้ยวที่สมดุลกันอย่างลงตัว เนื้อแน่น ผลมีสีแดงสดใสไปถึงเนื้อใน กลิ่นหอมหวาน และมีขนาดผลใหญ่ทรงเรียวยาว

ที่มาชื่อ: เบนิ (Beni) แปลว่า แดง และ ฮอปเปะ (Hoppe) แปลว่า แก้ม แปลรวมกันว่า "สตรอเบอรี่แก้มแดง" หรือ "เจ้าหนูแก้มแดง"

รสชาติและเนื้อสัมผัส: รสชาติหวานนำเปรี้ยวเล็กน้อยที่ชัดเจนและสมดุลมาก เนื้อสัมผัสแน่น ไม่เละง่าย ให้ความรู้สึกฉ่ำเมื่อรับประทาน

ลักษณะทางกายภาพ: ผลมีลักษณะเรียวยาวหรือทรงกรวยสีแดงเข้มทั้งภายนอกและภายใน ผิวเป็นมันเงา

ฤดูกาล: สามารถเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่เดือนธันวาคม - พฤษภาคม

การพัฒนาสายพันธุ์: เป็นพันธุ์ผสมระหว่าง อากิฮิเมะ (Akihime) และ ซาจิโนะกะ (Sachinoka) 

เบนิฮอปเปะเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่นิยมปลูกในญี่ปุ่นและหาซื้อง่าย เนื่องจากคุณภาพที่คงที่และรสชาติที่อร่อย

#sakuraichigo

#สตรอเบอร์รี่ญี่ปุ่น

#Chaingmai

#ติดเทรนด์

#lemon8ไดอารี่

Sakura Ichigo Farm
2/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อได้ลองชิมสตรอเบอรี่สายพันธุ์เบนิฮอปเปะ บอกเลยว่าความหวานและความเปรี้ยวที่ผสมผสานกันอย่างสมดุลนั้นทำให้รสชาติแตกต่างจากสตรอเบอรี่ทั่วไปอย่างชัดเจน ใครที่ชอบผลไม้รสชาติเข้มข้นจะต้องหลงรักสายพันธุ์นี้ เพราะเนื้อสัมผัสของเบนิฮอปเปะนั้นแน่นและฉ่ำ ไม่เละง่าย ทำให้รู้สึกสดชื่นและอร่อยทุกครั้งที่ได้กัด นอกจากนี้ สีแดงฉ่ำทั้งภายนอกและภายในยังช่วยเพิ่มความน่ารับประทานได้อีกด้วย สำหรับคนที่สนใจปลูกสตรอเบอรี่สายพันธุ์นี้ แนะนำให้ปลูกในสภาพอากาศเย็นและมีแสงแดดพอเหมาะ เพราะเบนิฮอปเปะจะออกผลสวยและรสชาติหวานดีที่สุดในช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อนหรือระหว่างเดือนธันวาคมถึงพฤษภาคม เท่าที่สังเกตจากสวนสตรอเบอรี่ญี่ปุ่น พบว่าการดูแลรักษาต้นและการให้น้ำที่เหมาะสมจะทำให้ผลผลิตสตรอเบอรี่มีคุณภาพสูง สีสวยและรสชาติถูกใจมากยิ่งขึ้น อีกจุดเด่นที่ต้องพูดถึงคือการพัฒนาสายพันธุ์ที่นำอากิฮิเมะและซาจิโนะกะมาผสมผสานกันทำให้เบนิฮอปเปะมีความโดดเด่นที่ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะกลิ่นหอมหวานซึ่งเป็นเอกลักษณ์หนึ่งที่ทำให้หลายคนติดใจ นอกจากจะเหมาะกับการรับประทานสดๆ แล้ว ยังนิยมนำไปทำขนมหรือของหวานต่างๆ เช่น สตรอเบอรี่โยเกิร์ต เค้ก หรือแม้แต่เครื่องดื่มที่เพิ่มความสดชื่น เคยไปเยี่ยมชมฟาร์มสตรอเบอรี่ในจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงฤดูหนาวก็ได้มีโอกาสลองเบนิฮอปเปะสดๆ จากต้น รู้สึกประทับใจกับรสชาติและคุณภาพที่คงที่ ทำให้เข้าใจว่าทำไมสายพันธุ์นี้ถึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องทั่วญี่ปุ่นและเริ่มเข้ามามีชื่อเสียงในประเทศไทยด้วย สุดท้าย อยากแนะนำว่า ถ้าเป็นครั้งแรกที่ลองสตรอเบอรี่เบนิฮอปเปะ แนะนำให้ลองชิมสดๆ เพื่อสัมผัสรสชาติเปรี้ยวอมหวานและความฉ่ำจากเนื้อผลทันที หากต้องการบันทึกความทรงจำหรือแชร์กับเพื่อนๆ ก็น่าจะใช้ภาพผลสตรอเบอรี่สีแดงสดสวยนี้ช่วยเพิ่มความน่าประทับใจและอยากลิ้มลองไปอีกหลายครั้งเลยทีเดียว