ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมา “พี่ดำเอสโซ่” Suzuki J413
ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมา “พี่ดำเอสโซ่” Suzuki J413
ผมยังจำวันแรกที่เจอกันได้ดี มันไม่ใช่วันพิเศษอะไรเลย เป็นวันธรรมดาแบบที่ชีวิตก็ยังไม่รู้จะไปทางไหน รถสีดำคันนั้นจอดอยู่นิ่งๆ สีไม่เงา ตัวถังมีรอยขีดข่วน รอยเวลาเกาะอยู่เต็มไปหมด มองปราดเดียวก็รู้ว่าผ่านทางมาเยอะ หลายคนเห็นแล้วส่ายหน้า บางคนเตือน บางคนถามตรงๆ ว่าแน่ใจเหรอจะเอาคันนี้ แต่ผมกลับรู้สึกบางอย่าง เหมือนกำลังมองคนที่ผ่านชีวิตหนักๆ มาเหมือนกัน เหนื่อยมาเยอะ ล้มมาแล้ว แต่ยังยืนอยู่ ผมไม่ได้คิดเรื่องความคุ้ม ไม่ได้คิดเรื่องภาพลักษณ์ แค่คิดว่า ถ้าเราดูแลกันดีๆ เราน่าจะไปต่อด้วยกันได้
ตั้งแต่วันนั้น พี่ดำเอสโซ่ก็เข้ามาอยู่ในชีวิตผมแบบไม่ต้องทำความรู้จักอะไรมาก เช้าไหนที่ผมต้องออกจากบ้าน ไม่ว่าด้วยอารมณ์แบบไหน แค่เดินไปที่รถ เปิดประตู นั่งลง บิดกุญแจ เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเหมือนจะบอกสั้นๆ ว่า ไปกันเถอะ แค่นั้นก็พอแล้ว
พี่ดำเอสโซ่ไม่ใช่รถแรง ไม่ใช่รถเร็ว ไม่ใช่รถที่ใครเห็นแล้วต้องหันมอง แต่มันคือรถที่ซื่อสัตย์ บิดกุญแจแล้วติด ไม่งอแง ไม่เรื่องมาก มันไม่ได้พาผมซิ่ง ไม่ได้พาผมอวดใคร แต่มันพาผมไปถึง เราผ่านถนนมาด้วยกันสารพัด ถนนดี ถนนพัง ถนนลูกรัง ถนนโคลน ถนนท ี่ไม่มีชื่อ บางวันแดดแรงจนพวงมาลัยร้อนจี๋ บางคืนฝนตกหนักจนแทบมองไม่เห็นทาง แต่พี่ดำเอสโซ่ก็ยังพาผมไปต่อ ช้าๆ นิ่งๆ ไม่เร่ง ไม่รีบ เหมือนสอนผมกลายๆ ว่าชีวิตไม่จำเป็นต้องเร็ว แค่ไม่หยุดก็พอ
มีหลายครั้งที่ผมนั่งอยู่หลังพวงมาลัยเงียบๆ ไม่เปิดเพลง ปล่อยให้เสียงเครื่องยนต์เป็นเพื่อน บางวันเหนื่อย บางวันท้อ บางวันรู้สึกเหมือนเดินมาผิดทาง รถคันนี้เห็นผมในวันที่แย่ที่สุด เห็นผมในวันที่เงินในกระเป๋าแทบไม่มี เห็นผมในวันที่ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเอายังไง แต่มันไม่เคยถาม ไม่เคยตัดสิน ไม่เคยทิ้ง มันแค่ทำหน้าที่ของมันให้ดีที่สุด และนั่นแหละคือเหตุผลที่ผมเคารพมันมาก
รอยขีดข่วนบนตัวถังสำหรับคนอื่นอาจเป็นตำหนิ แต่สำหรับผมมันคือเรื่องเล่า รอยหินกระเด็น รอยกิ่งไม้ รอยสนิมเล็กๆ คือบันทึกการเดินทาง เหมือนคนเรา ยิ่งผ่านอะไรมา ยิ่งมีรอย แต่รอยพวกนั้นทำให้เราเป็นเรา พี่ดำเอสโซ่ก็เหมือนกัน มันไม่สวย แต่มันมีเรื่องราว
แน่นอนว่ามันก็มีวันที่ไม่ไหว มีวันที่งอแง มีวันที่ต้องจอดข้างทาง บางครั้งเครื่องมีปัญหา บางครั้งระบบรวน ผมเองก็มีหัวเสีย มีถอนหายใจ มีสบถเบาๆ แต่ไม่เคยคิดจะทิ้ง เพราะผมรู้ว่าไม่มีใครสมบูรณ์ รถก็เหมือนคน ต้องดูแลกันไป ทุกครั้งที่ซ่อม ทุกครั้งที่เปลี่ยนอะไหล่ เหมือนเราเข้าใจกันมากขึ้น รู้ว่ามันชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ต้องถนอมตรงไหน มันไม่ใช่ภาระ แต่มันคือความผูกพัน
หลายการเดินทาง พี่ดำเอสโซ่ไม่ใช่แค่รถ แต่มันคือที่พัก คือที่หลบฝน คือที่นั่งคิดชีวิต เบาะอาจไม่ได้นุ่ม พื้นที่อาจไม่กว้าง แต่ความอุ่นใจมันมีจริง มีคืนหนึ่งผมนั่งอยู่ในรถ มองออกไปนอกกระจก เงียบ คิดถึงบ้าน คิดถึงคน คิดถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง รถคันนี้ก็ฟังผมเงียบๆ เหมือนเพื่อนที่ไม่ต้องให้คำแนะนำ แค่อยู่ด้วยก็พอ
คนในชีวิตผมมาแล้วก็ไป บางคนหายไปเฉยๆ บางคนทิ้งร่องรอยไว้ให้จำ แต่พี่ดำเอสโซ่ยังอยู่ที่เดิม พร้อมเสมอ ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ ไม่เรียกร้อง ไม่โอ้อวด ไม่ต้องการอะไรนอกจากการดูแล และผมก็เต็มใจดูแลมันเหมือนที่มันดูแลผมมาตลอด ใครจะบอกว่ารถเก่า ผมไม่เถียง มันเก่าจริง แต่สิ่งที่ไม่เคยเก่าคือความรู้สึก คือความทรงจำ คือกิโลเมตรที่เราผ่านมาด้วยกัน รถใหม่อาจสวย รถแรงอาจเท่ แต่รถที่พาเราผ่านชีวิต มันมีค่ากว่านั้นมาก
ผมไม่รู้ว่าวันหนึ่งผมกับพี่ดำเอสโซ่จะต้องแยกทางกันไหม ไม่มีใครรู้อนาคต แต่วันนี้ ตอนนี้ ผมยังอยากบอกมันสั้นๆ จากใจว่า ขอบคุณ ขอบคุณที่ไม่เคยทิ้ง ขอบคุณที่พาผมไปในที ่ที่ผมไม่กล้าไป ขอบคุณทุกเช้า ทุกเย็น ทุกคืน ทุกเสียงเครื่องยนต์ ทุกหยดน้ำมัน Suzuki J413 อาจเป็นแค่ชื่อรุ่น แต่สำหรับผม มันคือ “พี่ดำเอสโซ่” เพื่อนร่วมทาง ครูชีวิต และความทรงจำที่ยังวิ่งอยู่บนถนน ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมา
ภาพปกโดยผู้เขียน : NATTANON WONGKAEW
ภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน : NATTANON WONGKAEW
“หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน ไม่มากก็น้อยนะครับ ฝากกด like ฝากกด share
Writer : ณัฐนนท์ วงค์แก้ว
: Äof Nut-non Wongkaew (Aof)
นามปากกา : Nat-non Aof wongkaew
กลุ่ม : เสียงเพลงแห่งสหายพลัดถิ่น
TikTok : AofperShop
เพจ : Aof Nat Non (อ๊อฟ ณัฐ นนท์)
เพจ : Aof Nat-Non Wongkaew By Vintage
เพจ : สหายเดินป่า Hiking companion
Youtube : สหายพลัดถิ่น
Aof Nat Non อ๊อฟ ณัฐ นนท์
Äof Nut-non Wongkaew





























