สาคูลำไยกะทิสด
การต้มสาคูให้ใส
น้ำสาคูไปต้มให้สุก ใช้เวลา15นาที พอสาคูในแล้ว นำตะแกรงตักลงในอ่างน้ำเย็น เพื่อกรองเอาแต่เม็ดสาคูใสๆตักพักไว้
ต้มน้ำลำไย
ลำไยแกะเนื้อ 1 กก.
เทน้ำพอท่วมลำไย
ใส่น้ำตาลมะพร้าว 500 กรัม
เกลือ ครึ่งช้อนชา
ต้มจนน้ำตาลละลายและเดือด
วิธีรับประทาน
ตักสาคูใส่ถ้วย
ตักน้ำลำไยราดลงบนสาคู
ราดน้ำกะทิ
พร้อมรับประทานค่ะ
#สาคูเปียกลำใย #Lemon8ฮาวทู #ป้ายยากับlemon8#สาคูกะทิสด #ลําไยแกะสดๆ
ถ้าใครกำลังหา “ขนมสาคู” ที่ทำง่ายแต่รสชาติละมุน ฉันชอบทำเป็นสาคูลำไยกะทิสด (หรือสาคูเปียกลำไย) เพราะได้ทั้งความหนึบของสาคู ความหอมหวานของลำไย และความมันของกะทิในถ้วยเดียว กินเย็นๆ ยิ่งสดชื่น ทริคสำคัญของขนมสาคูคือ “ต้มให้ใส” แบบไม่เละและไม่เป็นไต วิธีที่ฉันทำประจำคือใช้น้ำเดือดจัดก่อนค่อยเทสาคูลงไป แล้วคอยคนเบาๆ เป็นระยะเพื่อไม่ให้ติดก้นหม้อ พอเห็นเม็ดสาคูเริ่มใสแต่ยังมีไตขาวเล็กน้อย ให้ปิดไฟแล้วอบในหม้อ (ปิดฝา) ต่ออีกประมาณ 5 นาที ไตขาวจะค่อยๆ หายไปเอง จากนั้นรีบตักลงน้ำเย็นแล้วล้างผ่านตะแกรงจนเมือกออก จะได้เม็ดสาคูใส หนึบ และไม่จับตัวเป็นก้อน อีกจุดที่ทำให้ขนมสาคูอร่อยขึ้นคือ “น้ำลำไย” ฉันชอบใช้น้ำตาลมะพร้าวเพราะกลิ่นหอมละมุน และใส่เกลือนิดเดียวช่วยตัดหวานให้รสกลมขึ้น เวลาต้มไม่ต้องเดือดแรงมาก แค่ให้เดือดพอประมาณจนกลิ่นลำไยออกชัด แล้วชิมปรับความหวานตามชอบ ถ้าลำไยหวานอยู่แล้ว ลดน้ำตาลลงได้เลย ส่วน “กะทิสด” แนะนำทำให้มีรสเค็มมันนิดๆ จะเข้ากับน้ำลำไยมาก ฉันมักอุ่นกะทิด้วยไฟอ่อน ใส่เกลือปลายช้อน และถ้าชอบเนื้อกะทิข้นขึ้นให้ละลายแป้งข้าวเจ้านิดเดียว (หรือไม่ใส่ก็ได้) แต่อย่าต้มเดือดพล่าน เพราะกะทิจะแตกมัน กลิ่นจะไม่หอมเนียนเท่าเดิม วิธีจัดเสิร์ฟให้กินอร่อยและสวย: ตักสาคูใส่ถ้วยก่อน ตามด้วยน้ำลำไยร้อนๆ หรืออุ่นๆ แล้วค่อยราดกะทิสดด้านบน จะได้ชั้นสีสวยและกลิ่นหอมชัด หรือถ้าชอบแบบเย็น ให้แช่สาคูและน้ำลำไยให้เย็นก่อนค่อยประกอบถ้วย (กะทิสดก็แช่เย็นได้) รสจะนุ่มละมุนมาก เก็บรักษา: ฉันแยกเก็บสาคู น้ำลำไย และกะทิสดคนละกล่องในตู้เย็น จะอยู่ได้ประมาณ 2–3 วัน เวลาอยากกินค่อยตักมาประกอบถ้วยใหม่ สาคูจะยังหนึบและไม่อืดง่ายค่ะ


































