ลองตื่นตี 5 ทุกวัน!? มันดียังไง

วันนี้มาแชร์ประสบการณ์ลองทำ challenge ตื่นตี 5 ฉบับคน(เคย)ชอบนอนดึกกันค่า

💡เรื่องมันเริ่มจากที่เรามีความคิดอยากนอนเร็วขึ้นก่อน 5 ทุ่มในช่วงปิดเทอมนี้ เพราะก่อนหน้านี้เรานอนดึกมากแทบทุกคืน แถมต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดทุกวัน ทำให้มีเวลาพักผ่อนน้อยมากๆ สมองเบลอ น้ำหนักขึ้น ร่างกายรวนไปหมด 😵‍💫

เลยเกิดความคิดอยากลองทำชาเลนจ์ตื่นตี 5 ดูบ้าง บวกกับอยากหาเวลาอ่านหนังสือมากขึ้น ซึ่งการอ่านหนังสือตอนเช้าก็เป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราจะโฟกัสได้ดีเลยหล่ะ📚

💤 ช่วงเวลานอน เราเลยลองพยายามนอนให้เร็วขึ้นเท่าที่จะทำได้ พยายามเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม ถึงจะมีบางวันที่เผลอติดลม เกือบนอนดึกเหมือนเดิม🥹 แต่ก็เป็นแค่ช่วงแรกแหละค่ะ พอเริ่มชินร่างกายก็ปรับตัวกับเวลาได้ เราเองก็จะชินกับเวลาตื่น-นอนที่มันเกิดขึ้นซ้ำๆ ไปเอง ขอแค่มีวินัยก็พอ💪🏻

💗 จนถึงวันนี้ก็ทำมาได้จะ 2 อาทิตย์แล้ว รู้สึกว่าผลลัพธ์หลายอย่างมันดีขึ้นจริง ทั้งร่างกาย จิตใจมันได้รับการฮีล มีเวลาทำสิ่งต่างๆ มากขึ้น ได้อยู่กับตัวเอง ได้ออกไปรับ vitamin d ทุกเช้า ใช้ชีวิตแบบ slow life ออกไปคุยกับนก หมา ปลา แมว คือแอบฟินเลยหล่ะ5555

✨ โดยรวมคือดีย์ จิตใจมันฟู ร่างกายสดชื่น สมองไม่อ๊องเอ๊อ แต่เอาจริงก็ยังมีมึนอยู่บ้าง แงงง อาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวอีกหน่อย👉🏻👈🏻

สุดท้ายนี้อยากแนะนำให้ทุกคนลองทำมากๆ เลยย โดยเฉพาะวัยรุ่นอย่างเราที่ยังพอมีเวลาอยู่ เพราะยิ่งโตขึ้น มันคงเป็นสิ่งที่หายากมากแล้ว ที่จะได้มีเวลานอนดีๆ เหมือนช่วงวัยนี้ 🥺

ฉะนั้นมีเวลานอนก็ไปนอนได้แล้วนะค่า แล้วตื่นเช้ามาอ่านหนังสือกันค่าา😆

#ไดอารี่วันหยุด #พัฒนาตัวเอง #รักตัวเอง #ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู

5/2 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมการตื่นตี 5 ทุกวันอาจฟังดูท้าทายสำหรับหลายคน โดยเฉพาะคนที่เคยชินกับการนอนดึก แต่ประสบการณ์จริงจากการลองทำชาเลนจ์นี้กลับมอบข้อดีมากกว่าที่คาดคิดไว้มากเลยทีเดียว สำหรับผมการตื่นเช้าแบบนี้ช่วยเปิดโอกาสให้มีเวลาสำหรับตัวเองมากขึ้นในช่วงเช้า ช่วงเวลาที่เงียบสงบและไม่มีสิ่งรบกวนทำให้ผมอ่านหนังสือหรือทำงานที่ต้องโฟกัสได้ดีขึ้น สมองรู้สึกปลอดโปร่งกว่าที่เคยนอนดึกจนสมองเบลอ นอกจากนี้การได้ออกไปสัมผัสแสงแดดตอนเช้ายังช่วยเติมวิตามินดีให้ร่างกายซึ่งดีต่อสุขภาพโดยรวม แต่ก็ต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนอนไม่ใช่เรื่องง่ายในช่วงแรกๆ ผมเองก็ต้องปรับตัวโดยพยายามเข้านอนก่อนสี่ทุ่มเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนเพียงพอ และหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอนเพื่อช่วยให้นอนได้เร็วขึ้น เมื่อร่างกายเริ่มคุ้นชิน ทำให้จังหวะการตื่นนอนและนอนนั้นสม่ำเสมอ ส่งผลให้ตื่นเช้ามาพร้อมความสดชื่นมากขึ้น ข้อดีอีกข้อหนึ่งคือได้ใช้ชีวิตแบบ slow life ช้าลงอย่างตั้งใจ ซึ่งช่วยเยียวยาจิตใจทำให้รู้สึกผ่อนคลายและไม่รีบร้อนเกินไป ผมยังได้มีเวลาสังเกตสิ่งรอบตัว เช่น นก หมา ปลา และแมว ที่มักถูกมองข้ามในชีวิตประจำวัน การวางแผนตื่นเช้าและตื่นตัวตั้งแต่เช้ามืดทำให้มีวันเวลาที่คุ้มค่ามากขึ้น สำหรับใครที่อยากลองทำชาเลนจ์นี้ แนะนำให้เริ่มจากการตั้งเวลานอนให้เร็วขึ้นทีละนิด และค่อยๆ ปรับจังหวะให้สอดคล้องกับเวลาตื่นตี 5 โดยอย่าลืมให้เวลากับตัวเองปรับตัว เพราะการเปลี่ยนแปลงเรื่องเวลานอนเป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับนาฬิกาชีวิต (circadian rhythm) ของแต่ละคน สุดท้ายอยากย้ำว่าการตื่นตี 5 ไม่ใช่แค่การตื่นเช้าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ชีวิตของเราได้ดียิ่งขึ้นทั้งในด้านสุขภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความสงบของจิตใจ ลองให้โอกาสตัวเองดูนะครับ แล้วคุณอาจจะพบว่าการตื่นเช้ายังช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณไปในทางที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

ค้นหา ·
ชาเลนจ์ตื่นตี5